posttoday
ชั่วโมงต้องมนต์กับ อรรถวดี จิรมณีกุล

ชั่วโมงต้องมนต์กับ อรรถวดี จิรมณีกุล

18 ตุลาคม 2555

ถ้าบอกว่าต้องมนต์ สาวตากลมเสียงเพราะ มินท์ อรรถวดี จิรมณีกุล ไม่น้อย หลังจากได้พูดคุยและสัมผัสกับตัวตนของเธอ

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา

ถ้าบอกว่าต้องมนต์ สาวตากลมเสียงเพราะ มินท์ อรรถวดี จิรมณีกุล ไม่น้อย หลังจากได้พูดคุยและสัมผัสกับตัวตนของเธอ ที่วันนี้มาสวมบทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ซึ่งมีแบรนด์ภายใต้สังกัด อยู่ที่ 6 แบรนด์ ประกอบด้วย เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สเวนเซ่นส์ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ซิซซ์เลอร์ เบอร์เกอร์ คิง และ แดรี่ ควีน คงไม่ผิด เพราะยิ่งค้นพบตัวตนของเธอ ก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีเสน่ห์แค่เสียงร้อง แต่ยังโดดเด่นทั้งบุคลิก ความคิด และความสามารถ

“มินท์เพิ่งเข้ามาทำงานที่ ไมเนอร์ ฟู้ด ได้ 3 เดือนค่ะ ยอมรับว่า ยุ่งและเหนื่อยมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นงานที่ท้าทาย และตอบโจทย์กับสิ่งที่มินท์พยายามค้นหา นั่นคือการได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานใหม่ โดยเฉพาะงานในส่วนประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นงานที่มินท์ชอบ”

สำหรับหน้าที่หลักๆ ของเธอ แน่นอนว่า ต้องโปรโมตให้แบรนด์ในมือเป็นที่รู้จัก ซึ่งไม่ใช่ภารกิจหมูๆ เพราะมีแบรนด์ที่อยู่ในความดูแลอยู่ถึง 6 แบรนด์ แถมยังเป็นธุรกิจอาหาร ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงค่อนข้างไวทีเดียว โปรโมชันบางตัว 2 เดือนก็ต้องเปลี่ยนใหม่แล้ว

อย่างไรก็ตาม นอกจากบทบาทการทำงานประจำแล้ว หลายคนอาจคุ้นเคยกับสาวมินท์ในฐานะนักร้องเสียงหวาน ที่สร้างความประทับใจอย่างถล่มทลายจากเพลง “รักเธอที่สุด” ไปเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งแม้จะห่างหายจากวงการเพลงไปนาน แต่สาวมินท์ยังยืนยันว่า ไม่ทิ้งการร้องเพลงเพราะเป็นสิ่งที่รัก และใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กว่าอยากจะเป็นนักร้อง

ชั่วโมงต้องมนต์กับ อรรถวดี จิรมณีกุล

 

“ทุกวันนี้ ดนตรียังเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของมินท์ เพียงแต่เราอาจจะไม่ได้ทำเต็มตัว เพราะอยากโฟกัสกับงานประจำที่ทำอยู่ในปัจจุบันให้ดีก่อน เพราะมินท์ออกจะเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ ทำอะไรก็อยากให้ดีที่สุด อยากสร้างความแตกต่างสร้างผลงานในองค์กร ไม่ใช่แค่มาทำแล้ววันหนึ่งก็ออกไปทำที่อื่น โดยที่ไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร”

และด้วยความสามารถพิเศษที่นอกจากจะร้องเพลงเพราะแล้ว อีกหนึ่งความสามารถที่ไม่อาจมองข้ามของสาวมินท์คือ เธอสามารถพูดได้ถึง 4 ภาษา นั่นคือ ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี และสเปน ซึ่งทุกวันนี้ สาวมินท์ยอมรับว่า เสียดายที่ความสามารถทางภาษาของเธอยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ในงานได้มากเท่าที่ควร ซึ่งเจ้าตัวได้แต่หวังว่า ถ้าในอนาคตสามารถนำความสามารถทางภาษาที่มีมาเอื้อประโยชน์ต่อการทำงานได้มากกว่านี้ ก็คงดี

“มินท์โชคดี ที่คุณแม่สนับสนุนเรื่องภาษา ประกอบกับเราเองก็ชอบทางนี้ จุดเริ่มต้นในการเรียนภาษาของมินท์เริ่มตั้งแต่ได้ไปเรียนที่สวิสเซอร์แลนด์ แน่นอนว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพื้นฐานที่ต้องพูดอยู่แล้ว แต่ที่โรงเรียนมีหลักสูตรให้เรียนภาษาฝรั่งเศสด้วย พอโตขึ้นมาหน่อย มินท์จะเรียนภาษาอื่นเพิ่ม ด้วยความที่ที่บ้านทำธุรกิจกับทางอิตาลี เลยตัดสินใจเลือกเรียนภาษาอิตาลี เผื่อว่าจะเอื้อต่อการช่วยทำธุรกิจที่บ้าน กระทั่งสุดท้าย มินท์มาเรียนภาษาสเปนตอนเข้ามหาวิทยาลัยอีกภาษา เพราะเห็นว่า ณ ตอนนั้นภาษาสเปนจัดเป็นภาษาที่ทั่วโลกใช้มากเป็นอันดับ 3 ทีเดียว”

ส่วนไลฟ์สไตล์ของสาวนักบริหารกับโลกไอที การันตีว่าขาดกันไม่ได้ แต่ไม่ได้ถึงขั้นเป็นผู้นำเทรนด์ด้านไอที ส่วนใหญ่จะเน้นฟังความคิดเห็นจากเพื่อนและคนรอบข้างที่ใช้ก่อนว่าตัวไหนดี ถึงซื้อมาใช้บ้าง อย่างไรก็ตามมินท์ยอมรับว่า ด้วยภาระหน้าที่การงานใหม่ เป็นปัจจัยที่ชักจูงให้เธอต้องเปิดประตูเข้าหาโลกที่ถูกย่อไว้ด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น

“การรับส่งอีเมล์ผ่านมือถือ ไอแพด สมัยนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ตัวมินท์เองต้องบอกว่าไม่ได้ปิดกั้น แต่ก็ไม่ได้ติดไอทีมากขนาดขาดไม่ได้ ยกตัวอย่าง ด้วยงานที่ทำเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ทำให้มินท์เริ่มเข้ามาเล่นแอพพลิเคชันอย่าง อินสตาแกรม เพื่อแชร์ภาพ สร้างการสื่อสารการรับรู้ออกไป ขณะเดียวกันก็เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวที่เป็นกระแสสังคม ส่วนเฟซบุ้คหรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถามว่าใช้มั้ย ก็ใช้ แต่ก็เป็นในฐานะผู้รับมากกว่า...”


 

 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว