posttoday
ก้าวเดินไร้ขา

ก้าวเดินไร้ขา

21 มีนาคม 2553

เรื่อง : ช่อผกา วิริยานนท์

“ลูกชายคนเล็กของฉันคลอดออกมาแล้ว แต่ไม่มีแขนไม่มีขา”นี่คือบทเริ่มต้นชีวิตที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้วของคุณวอลเตอร์ ลี เพื่อนนักธุรกิจชาวมาเลเซีย ที่ดิฉันได้มีโอกาสรู้จักตั้งแต่เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน

เขาคือมนุษย์ไฮเปอร์ ที่ขยัน ช่างคิด มุ่งมั่น เปิดเผย แต่เขี้ยวและปากจัดมากคนหนึ่ง

เป็นเสมือนตัวแทนของเราท่านในยุคสมัยนี้ ที่ตั้งใจทำงานเพื่อสร้างฐานะและความมั่นคงให้กับชีวิต เพื่อการสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในครอบครัว

โดยไม่เคยเผื่อใจไว้ว่า “อะไรๆ สามารถเกิดขึ้นกับชีวิตคนเราเสมอ”

เขาช็อกเมื่อรู้ว่าลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งจะคลอดออกมาดูโลก ต้องกลายเป็นเด็กพิการเข้าขั้นรุนแรงเพราะมีแขนที่สมบูรณ์อยู่เพียงข้างเดียวเท่านั้น เขาและภรรยาต้องจมอยู่ในบ่อน้ำตาเป็นเวลานานหลายเดือน กว่าจะหลุดพ้นออกจากวังวนแห่งความสับสนและความเศร้าโศกในหัวใจของตนเองได้

เพราะในความเศร้านั้นยังมีความแค้นอีกด้วย

“ฝากท้องไว้ตลอดเก้าเดือนกับโรงพยาบาลที่ดีที่สุด หมอไม่รู้เลยหรือว่าลูกฉันไม่มีแขนไม่มีขา”

เขาต้องพบกับศึกหนักทั้งนอกและในบ้าน ในขณะที่ภรรยาเสียขวัญอย่างหนัก เอาแต่ร้องไห้และโทษตัวเอง ตัวเขาเองก็ซวนเซจนแทบเดินต่อไม่ไหว แล้วไหนยังต้องมาต่อกรกับลีลาแพรวพราวของโรงพยาบาลที่เขาต้องการความช่วยเหลือและรับผิดชอบ

สุดท้าย...การพึ่งตัวเอง คือทางออกที่ดีที่สุด

เขาลุกขึ้นประกาศกับเพื่อนๆ ว่า จะไม่ยอมให้ลูกชายต้องโตอยู่บนเก้าอี้รถเข็นคนพิการ น้องซายจะต้องเดินได้ มันต้องมีเทคโนโลยีในโลกนี้ที่จะช่วยรักษาน้องซายได้

เพียงแต่เขาจะต้องออกเดินทางพลิกแผ่นดินหา...รอบโลก

ในฐานะเพื่อนที่มองดูอยู่ห่างๆ ดิฉันซาบซึ้งใจกับความรักที่ยิ่งใหญ่ของเพื่อนคนนี้เหลือเกิน ความรักของพ่อที่ทำให้เขามีพลังผลักดันทุกอย่าง เพื่อค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกพิการ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี

แล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริง

เขาค้นพบเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่สามารถรักษาเด็กพิการแขนขาแต่กำเนิดได้ เป็นแนวทางการรักษาของคณะแพทย์ชาวเยอรมัน เป็นองค์ความรู้ที่มีมาตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลก

แต่ไม่เคยเข้ามาถึงประเทศไทย ทำให้ภาวะความพิการในไทยเป็นเรื่องที่ต้องยอมจำนน

เขาทุ่มเทรักษาน้องซายตั้งแต่ยังแบเบาะ จนสามารถหัดเดินได้ไปพร้อมๆ กับขาเทียม จึงเกิดประกายความคิดที่จะใช้พลังที่มีขึ้นมาแล้วอย่างมากมาย ผลักดันต่อให้แนวทางการรักษานี้ เกิดขึ้นกับเด็กพิการแขนขาทุกคนในประเทศไทย

เพราะเข้าใจถึงคนหัวอกเดียวกัน

เขาจัดการชวนคณะแพทย์ชาวเยอรมัน เดินทางมาถ่ายทอดแนวทางการรักษาให้กับแพทย์ไทย ผ่านการสนับสนุนของกรมการแพทย์ และเกิดเป็นมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ ขึ้น

องค์กรที่ตั้งใจมั่นเพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดนวัตกรรมการรักษาความพิการทางกายให้กับเด็กๆ ทั้งประเทศไทยและฝันไกลไปทั่วอาเซียน พร้อมทั้งอาสาที่จะช่วยเยียวยาหัวใจอันขาดวิ่นของพ่อแม่ที่มีลูกพิการ

เพราะมันคือความเจ็บปวดรวดร้าวที่สุด จึงมีสถิติว่าพ่อแม่ส่วนมากจะหย่าขาดจากกันในเวลาไม่เกินสองปี แล้วเด็กพิการคนนั้นก็จะถูกส่งไปอยู่บ้านนอกกับตายาย กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้อนาคตและเป็นภาระสังคม

แต่วันนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลง

ในหนังสือพ็อกเกตบุ๊กที่ดิฉันอยากแนะนำให้พ่อแม่ทุกคนได้อ่าน “ก้าวเดินไร้ขา” เรื่องราวชีวิตของน้องซายและครอบครัว

เด็กพิการผู้เป็นศาสตราจารย์น้อยให้กับทุกคนจริงๆ

เพราะเขาบอกให้ดิฉันรู้ว่า ในวันที่พายุร้ายพัดผ่านชีวิต ขอเพียงเราโอบกอดหัวใจของกันและกันไว้อย่างอดทน สักวันมันจะผ่านพ้น แต่แรงเขย่าอย่างรุนแรงของพายุที่เลวร้ายนั่น กลับคลี่คลายเปลือกหนาๆ ที่เคยห่อหุ้มหัวใจของเราได้อย่างหมดจด

จนได้พบกับเนื้อแท้ภายใน...ที่งดงาม

เพราะมนุษย์ทุกคนสามารถที่จะรักได้ อย่างปราศจากเงื่อนไข

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69