
เอทานอล & อี85 อนาคตพลังงานทดแทน ...?
สำหรับคนใช้ส่วนตัวปัญหาอย่างแรกที่พวกเขาต้องเผชิญอาจจะไม่ใช่เรื่องการขับขี่ในสภาพการจราจรที่ติดของกรุงเทพฯ
โดย...โยธิน อยู่จงดี
สำหรับคนใช้ส่วนตัวปัญหาอย่างแรกที่พวกเขาต้องเผชิญอาจจะไม่ใช่เรื่องการขับขี่ในสภาพการจราจรที่ติดของกรุงเทพฯ หรือตามตัวเมืองใหญ่ของประเทศไทย แต่คือราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกวัน แม้ว่าจะมีแก๊สโซฮอล์ อี20 หรือไบโอดีเซล ซึ่งมีให้เติมกันอย่างแพร่หลาย แต่ดูเหมือนว่าหากเทียบกับเอ็นจีวีกับแอลพีจีแล้วสองทางเลือกหลังดูเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าสตางค์ของเราๆ ท่านๆ กันมากกว่า
ทางเลือกทางหนึ่งคือ การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอล (Ethanol) หรือเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) ในสัดส่วนที่สูง ตามข้อกำหนดคุณภาพของกรมธุรกิจพลังงานน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 ของประเทศไทยคือ น้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลชนิดความบริสุทธิ์ 99.5% อยู่ระหว่างร้อยละ 75-85 กับน้ำมันเบนซินพื้นฐานสามารถใช้เติมในรถยนต์ที่ผลิตให้รองรับน้ำมันชนิดนี้ได้
ส่วนเอทานอลนั้นก็คือ แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากการนำเอาพืช เช่น อ้อย แป้ง มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น มาหมักเพื่อเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล จากนั้นจึงเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์ ทำให้เป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์โดยการกลั่น ปัจจุบัน อี85 ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันในตลาด โดยใช้โมเดลต้นแบบอย่างประเทศบราซิล (ผู้ผลิตเอทานอลเจ้าใหญ่ของโลก) ซึ่งมีการใช้ อี85 กันอย่างแพร่หลาย
หากยังจำกันได้เมื่อครั้งที่มีการบังคับใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งมีส่วนผสมเอทานอลอยู่ 10% ก็ได้รับเสียงคัดค้านจากผู้ใช้มากมาย แต่วันนี้เวลาผ่านไป 7 ปี เสียงนั้นเงียบลงทุกคนใช้แก๊สโซฮอล์กันอย่างมีความสุข จนลืมไปแล้วว่าเราเคยใช้น้ำมันออกเทน 95 ซึ่งตอนนี้ราคาทะลุ 40 บาทไปไกล หลายคนไม่อยากเงยหน้ามองป้ายราคาเบนซินล้วนๆ เสียด้วยซ้ำ และไม่มีใครกล่าวโทษว่าทุกอย่างที่เกิดกับรถเป็นความผิดของแก๊สโซฮอล์อีกแล้ว (!?)
แค่เริ่มก็ค้าน ...!!!
สิ่งที่เรากำลังพูดถึงในวันนี้ก็เช่นกัน ในวันที่เราได้ใช้ อี85 เสียงคัดค้านก็เริ่มเซ็งแซ่ เอทานอลระเหยเร็ว ระยะทางต่อลิตรได้น้อยกว่า ทำให้ราคาอาหารนั้นสูงขึ้น รัฐใช้เงินอุดหนุนจนราคาไม่สะท้อนกลไกตลาดที่แท้จริง ต่างคนต่างว่ากันไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ใครเรียกร้องให้หาพลังงานทดแทนน้ำมันก็ไม่ใช่พวกเราผู้ใช้รถใช้ถนนหรอกหรือ พอมีพลังงานทางเลือกที่คนใช้รถรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ สามารถใช้ร่วมกันได้กลับกลายเป็นว่าเราจะไม่อุดหนุนเสียอย่างนั้น จะให้ส่งเสริมการใช้ก๊าซแอลพีจี ซึ่งรัฐต้องใช้เงินอุดหนุนมากกว่า มีกำลังผลิตในประเทศไม่พอเพียงกับความต้องการ และไม่รู้ว่าวันใดก๊าซในอ่าวไทยของเราจะหมดลง
เมื่อเทียบกับเหตุผลหลายๆ ด้านอย่าง เอทานอลเราผลิตได้เอง เพิ่มกำลังการผลิตได้เมื่อมีความต้องการสูงขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเป็นพลังงานหมุนเวียนใช้อย่างไม่มีวันหมด อีกทั้ง อี85 ถูกกว่าน้ำมันโซฮอล์ 9195 ประมาณ 45 บาทต่อลิตร อี85 จึงดูเป็นทางเลือกที่เป็นกลางและดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันในวันที่เรายังไม่มีรถพลังงานไฟฟ้า และปั๊มควิกชาร์จออกมาให้ได้ใช้กัน
แต่เอทานอลดีจริงหรือไม่ดีจริงวันนี้เรามีคำตอบจากกระทรวงพลังงาน ผู้ผลิตเอทานอล ผู้ผลิตรถ ผู้ขายน้ำมัน และผู้สื่อข่าวที่ร่วมทดสอบ อี85 ด้วยตัวเอง
อี85 ทำให้รถอืดจริงหรือ ...???
รถฮอนด้าซีวิค 2012 รุ่นใหม่จอดเรียงรายอยู่ที่ปั๊มบางจาก ถนนวิภาวดีรังสิต ปั๊มนี้เป็นปั๊มเดียวบนถนนวิภาวดีรังสิตที่มีให้เติม อี85 ซึ่งปัจจุบันปั๊มบางจากที่เติม อี85 ได้มีอยู่ประมาณ 47 ปั๊มทั่วประเทศ ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณรถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนน แต่หากมองความจริงอีกด้านก็คือ เวลานี้เราเพิ่งมีรถที่ใช้ อี85 เพียงไม่กี่รุ่น ปั๊มที่เปิดจึงต้องสัมพันธ์กับปริมาณรถที่มาเข้าใช้บริการ หากเปิดช่องให้เติม อี85 แล้วไม่มีรถเข้ามาใช้ ก็ไม่ต่างอะไรกับร้านสะดวกซื้อที่วางสินค้าแล้วขายไม่ออกจนต้องนำออกจากชั้นวางสินค้า
ยอดพจน์ วงศ์รักมิตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านธุรกิจการตลาด บริษัท บางจากปิโตรเลียม บอกว่า ทุกวันนี้มีรถเข้าเติม อี85 ประมาณเดือนละ 1.4 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นมาประมาณ 14 เท่า เมื่อเทียบกับตอนขายครั้งแรกเมื่อปี 2552 และในปีหน้าบางจากจะขยายเป็น 100 ปั๊ม ให้ได้อย่างแน่นอน เพราะ อี85 มีส่วนผสมของเอทานอล ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดมากกว่าประเทศอื่นๆ อย่าง สหรัฐอเมริกา บราซิล และประเทศในแถบยุโรปก็หันมาใช้ อี85 อย่างไม่มีปัญหา
บนเส้นทางที่ใช้ทดสอบ อี85 คือ เส้นทางกรุงเทพฯด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ในระยะทางไปกลับรวมกว่า 300 กม. เราทดสอบกันด้านความประหยัด ความแรง ความรู้สึกในการใช้งาน ด้วยความที่รถซีวิคโฉม 2012 เป็นรถที่ออกแบบเพื่อใช้น้ำมัน อี85 โดยเฉพาะ เราจึงไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันทั่วไป เพราะระบบเผาไหม้ถูกออกแบบมาให้อ่านค่า อี85 และปรับค่าการจ่ายน้ำมันอย่างเหมาะสม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์แนะนำว่า หากก่อนหน้านี้เติม อี20 แล้วอยากใช้ อี85 ก็ควรใช้ให้หมดถังเสียก่อนและจึงเปลี่ยนชนิดน้ำมัน
ไม่ควรให้น้ำมันผสมกัน เพราะค่าออกเทนกับสัดส่วนเอทานอลจะผิดเพี้ยนไปจากค่าที่ตัวรถตั้งไว้ หลายคนมีน้ำมันเก่าเหลือครึ่งค่อนถังพอใส่ อี85 เข้าไปผสม กล่องอีซียูซึ่งเป็นกล่องสมองกลของรถก็อ่านค่าเพี้ยนไป ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าเดิม เครื่องอืดกว่าเดิม สุดท้ายก็มาโทษว่า อี85 ไม่ดี อี85 ผิด เสียอย่างนั้น (ชะตากรรมไม่ต่างจากแก๊สโซฮอล์สมัยก่อน)
แต่หลังจากที่เราขับทดสอบไปได้สักระยะก็พบว่า เครื่องไม่ได้อืดอย่างที่หลายคนเข้าใจ รถยังทำความเร็วได้ดี และประหยัดน้ำมันมาก ซึ่งเพื่อนร่วมทางที่เข้าร่วมทดสอบขับแบบประหยัดน้ำมันคือ ไม่วิ่งเร็วเกินกว่า 80-90 กม./ชม. จะกินน้ำมัน อี85 ที่ประมาณ 15-18 กม./ลิตร ไม่ต่างกับการขับด้วยโซฮอล์ออกเทน 91 หรืออาจจะประหยัดกว่าด้วยซ้ำ
ส่วนการเร่งแซงก็ไม่กระตุกไม่อืด ไม่มีอาการให้ต้องลุ้น ในทางตรงกว่าจะรู้ตัวก็เหยียบไปถึง 160 กม./ชม. ไปแล้ว ทำให้เราสรุปว่าทุกอย่างน่าจะอยู่ที่ความสามารถของผู้ขับขี่เป็นหลัก เร่งแซงจังหวะไหนให้ปลอดภัย และเหยียบอย่างไรให้ประหยัดน้ำมันมากกว่า
พิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) แนะนำว่าแม้ว่ารถจะมีระบบช่วยประหยัดน้ำมันดีแค่ไหน แต่กุญแจสำคัญของการประหยัดพลังงานคือ ตัวผู้ขับขี่ เพราะวิศวกรออกแบบรถไว้ให้ใช้กับน้ำมัน อี85 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราบอกได้เลยว่าการใช้งานจะไม่ต่างจากรถที่ใช้น้ำมันปกติอย่างแน่นอน เชื่อว่าต่อไปนี้รถรุ่นใหม่ๆ จะเริ่มปรับเปลี่ยนให้ใช้ อี85 มากขึ้น และอาจจะถึง อี100 ก็เป็นไปได้ หากเกิดวิกฤตน้ำมันขาดแคลนในอนาคต
แหล่งพลังงานบนพื้นพิภพ
“เรามองแต่พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และหาวิธีว่าจะนำมาใช้ได้อย่างไร ทั้งที่จริงแล้วเราก็มีแหล่งพลังงานธรรมชาติสะสมอยู่ที่ผลผลิตของเกษตรกรทุกคน เพียงแค่เรามองว่า ไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลังเป็นต้นไม้ที่เก็บกักพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ เข้าไว้ด้วยกัน และรอวันที่เราจะสกัดพลังงานนั้นออกมาใช้ ไม่ต่างอะไรกับโซลาร์ฟาร์มดีๆ นี่เอง แถมต้นทุนการผลิตต่อไร่ยังต่ำกว่าอีกด้วย”
ประวิทย์ ประกฤตศรี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน บริษัท มิตรผล ไบโอฟูเอล ให้มุมมองด้านพลังงานทางเลือกในกิจกรรมคาราวาน อี85 ขับเคลื่อนพลังงานสะอาดเพื่ออนาคตประเทศไทย (Clean Energy Drive for Thailand Future) ซึ่งปัจจุบันโรงงานของมิตรผลมีกำลังผลิตเอทานอลสูงถึง 2.3 แสนลิตร/วัน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำตาลและยังได้สารปรับปรุงดินกลับมาพัฒนาหน้าดินให้เกษตรกร คำถามที่สงสัยว่าเอทานอลจะทำให้ราคาน้ำตาลสูงขึ้น จึงไม่เป็นความจริงเท่าไหร่นัก เพราะปัจจุบันน้ำตาลที่ผลิตจากโรงงานคือ โมลาสเป็นกากที่ได้จากการผลิตน้ำตาล แล้วนำมาผลิตเป็นเอทานอลบริสุทธิ์อีกครั้ง
ส่วน ทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เสริมว่าไม่ว่าจะมองในมุมไหนการส่งเสริมเอทานอลก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน และยังช่วยคุ้มราคาผลผลิตต่อไร่ของเกษตรกรชาวไร้อ้อยให้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ เพราะสามารถนำไปเป็นได้ทั้งอาหารและพลังงานให้กับรถและภาคอุตสาหกรรมอื่น ใครที่บอกว่าผลิต อี85 แล้วขาดทุน ผมบอกได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะมีแต่จะได้กำไร เพราะใช้เบนซินแค่ 15% เท่านั้น และเอทานอลเองก็ถูกกว่าเห็นๆ แต่ในอนาคตหากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เมื่อไหร่ เราคงต้องมาคุยกันเรื่องมาตรฐานของน้ำมันและราคาขายปลีกให้เป็นราคาและมาตรฐานเดียวกันต่อไป
กลับมาที่เส้นทางทดสอบน้ำมัน อี85 รถยังคงวิ่งฉิวอย่างไร้ปัญหา ทิวทัศน์ข้างทางท้องนาเขียวขจีสุดปลายตา ผ่านเขาอีกฝากคือไร่อ้อยที่รอวันเก็บเกี่ยว เกษตรกรที่เคยผลิตอาหารให้เราได้ดำรงชีวิตอยู่กำลังจะกลายเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนชี้ชะตาพลังงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และของโลกในการผลิตเอทานอลแหล่งพลังงานใหม่ของไทย
หากเปรียบกับการวิ่งมาราธอน วันนี้เราเพิ่งออกจากจุดสตาร์ตได้ไม่นานนัก เส้นชัยยังมองไม่เห็น 15 นาทีแรกค่อนข้างเหนื่อย แต่หลังจากนั้นเราอาจจะวิ่งผ่านและถึงเส้นชัยเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทนของเอเชียด้วยเอทานอล







