
รับฮีโร่พาราลิมปิก...ยิ่งใหญ่สุดตื้นตัน
ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ชุดพาราลิมปิกเกมส์ 2012 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จำนวน 50 คน กลับสู่มาตุภูมิเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ซึ่งทั้งมีครอบครัวและกองเชียร์ชาวไทยมาให้การต้อนรับอย่างคับคั่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมี สมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานให้การต้อนรับ ก่อนจะตั้งขบวนแห่ไปยังโรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ ซึ่งเป็นสถานที่ที่รัฐบาลเตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับบรรดาฮีโร่
ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ชุดพาราลิมปิกเกมส์ 2012 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จำนวน 50 คน กลับสู่มาตุภูมิเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ซึ่งทั้งมีครอบครัวและกองเชียร์ชาวไทยมาให้การต้อนรับอย่างคับคั่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมี สมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานให้การต้อนรับ ก่อนจะตั้งขบวนแห่ไปยังโรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ ซึ่งเป็นสถานที่ที่รัฐบาลเตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับบรรดาฮีโร่
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มาเป็นประธานในงานเลี้ยง ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณนักกีฬาทุกคนที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย รวมทั้งได้มอบเงินกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติให้กับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา ที่คว้าเหรียญรางวัลทั้งหมด 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 79.5 ล้านบาท
“ทั้งปลื้มใจและภูมิใจมาก ต้องขอขอบคุณทุกคนที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้เพราะความทุ่มเทของทุกภาคส่วน ขอให้นักกีฬาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนไม่ว่าจะพิการหรือไม่ก็ตาม สำหรับคนที่ไม่ได้เหรียญก็อย่าท้อแท้ ขอให้พยายามต่อไป เดี๋ยวก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน” นายกฯหญิงคนแรกของไทย กล่าว
“บิ๊กหนุ่ม” กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) บอกว่า เรื่องเงินอัดฉีดนักกีฬาพาราลิมปิกคราวนี้ เหรียญทอง 6 ล้านบาท เหรียญเงิน 4 ล้านบาท เหรียญทองแดง 2 ล้านบาท (ปรับเพิ่มจากเดิม 321 ล้านบาท) น่าจะยึดเป็นมาตรฐานต่อไป แต่เงินอัดฉีดนักกีฬาโอลิมปิกครั้งต่อไป ผู้ว่าการ กกท. ไม่ยืนยัน
“ความสำเร็จของนักกีฬาคนพิการ ทำให้กระแสตอบรับบูมขึ้นมาก ผมไม่อยากให้มองเรื่องเงินอัดฉีดว่าจะเป็นเท่าไหร่ แต่เป็นห่วงเรื่องโครงสร้างของสมาคมกีฬามากกว่า ว่าจะพัฒนาให้ประสบความสำเร็จได้ยังไง” บิ๊กหนุ่ม กล่าว
ขณะที่ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกประเทศไทย ก็ภูมิใจในนักกีฬาชุดนี้เป็นอย่างมาก ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเกินคาด
“กีฬาเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถก้าวสู่ระดับสากลได้ ทุกครั้งที่เพลงชาติไทยดังขึ้น ต่างชาติต้องพากันหันมามองพร้อมกับยอมรับเรา” ประธานพาราลิมปิกไทย กล่าว
ด้านฮีโร่เหรียญทอง พัทธยา เทศทอง (บอกเซีย), รุ่งโรจน์ ไทยนิยม (เทเบิลเทนนิส), สายสุนีย์ จ๊ะนะ (วีลแชร์ฟันดาบ) ต่างมีพ่อแม่และครอบครัวเข้ามาสวมสอดกอดหอมกันอย่างชื่นมื่น
“ผมดีใจมากที่ทำให้พ่อแม่ได้ภูมิใจเหรียญทองเดี่ยวนั้นผมใฝ่ฝันมากที่สุด และก็ดีใจที่ได้เหรียญทองประเภททีมพร้อมกับน้องๆ มันเป็นการแข่งขันที่สนุกมากเลย” พัทธยา ที่กวาดคนเดียว 2 ทอง ทั้งเดี่ยวและทีม กล่าว
สำหรับ รุ่งโรจน์ ที่ครอบครัวมารอรับด้วยสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 13 บาท (พ่อ 5 แม่ 5 พี่ชาย 3) ก็บอกว่าจะทำบ้านให้พ่อแม่ และเก็บคะแนนสะสมโลกต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีสุภาพสตรีรายหนึ่งที่ติดตามเชียร์นักกีฬาพาราลิมปิกไทยตลอด และตามมาร่วมยินดีในงานนี้ด้วย เนื่องจากประทับใจและตื้นตันเหลือเกิน
“อึ้งมากที่พวกเขาทำได้ขนาดนี้ ขอบคุณที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ตอนที่พัทธยาคว้าเหรียญทองประเภทบุคคลแล้วลงไปนอนดีใจกับพื้น ต่อด้วยไหว้ขอบคุณแฟนๆ ในสนาม ฉันถึงกับน้ำตาไหลเลย และทำให้ฉันภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย”
เห็นด้วยครับ...แค่นึกภาพน้ำตามันก็จะไหลอีกแล้ว







