
ข้ามขอบฟ้าจากงานนบพระสู่มาฆบูชาโลก ณ ดินแดนพทธกาล
...ม.ล.สราลี กิติยากร
สวัสดีค่ะ เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ฉบับนี้ นับเป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่งที่น้ำผึ้งได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน พร้อมทั้งให้ทีมงานเก็บบันทึกเรื่องราวของเทศกาลงานบุญในวันมาฆบูชาที่ผ่านมา อย่างงานนบพระ เล่นเพลง ที่ จ.กำแพงเพชร และบินลัดฟ้าไปแสวงบุญ ณ ดินแดนของพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา มานำเสนอในรายการเที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ ยังไงๆ จึงต้องขอหยิบเรื่องราวประสบการณ์บุญใหญ่ที่น่าปีติใจมาเล่าผ่านคอลัมน์นี้ถึงผู้อ่านทุกท่านให้ได้ร่วมกันอนุโมทนาบุญกับเราด้วย
เผอิญว่าการถูกรับเชิญให้ไปร่วมงานเป็นวันที่ตรงกัน น้ำผึ้งจึงต้องจัดสรรเวลาให้ลงตัวที่สุด โดยให้เกดเป็นตัวแทนไปร่วมงานนบพระ เล่นเพลง ส่วนน้ำผึ้งและน้อยไปแสวงบุญที่แดนภารต ด้วยการไปร่วมงานมหามาฆบูชาโลกที่จัดขึ้น ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร พระนครราชคฤห์ มคธชนบท ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่รัฐพิหาร ตำบลราชกีร์ ประเทศอินเดียค่ะ
ซึ่งเราทั้งสองคนต้องเดินทางไปให้ทันกับพิธีเปิดงานมหามาฆบูชาโลกที่จัดขึ้นในวันที่ 26 ก.พ. 2553 โดยในวันนั้นมีท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำอินเดียเป็นประธานในฐานะตัวแทนชาวพุทธ และมีสมเด็จพระสังฆราชจากประเทศศรีลังกาเสด็จมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งทางมหาโพธิสมาคมในอินเดีย และองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น ภายใต้การแนะนำของพระอาจารย์อารยะวังโส พระป่ากรรมฐาน จากวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย จ.ลำพูน ประเทศไทย โดยทุกฝ่ายต่างเห็นความสำคัญของวัดเวฬุวันมหาวิหาร อันเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป ที่ถือเป็นจุดกำเนิดของวันมาฆบูชาค่ะ งานนี้จึงนับเป็นการรวมพลังชาวพุทธสู่ความเป็นหนึ่งเดียวในการสืบทอดพระพุทธศาสนา ณ พุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ หลังจากที่ว่างเว้นมานานมากกว่าหนึ่งพันปีเลยนะคะ
โดยในวันที่ 28 ก.พ. 2553 อันเป็นวันมาฆบูชา พิธีการได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ เหล่าพุทธศาสนิกชนทั้งหลายต่างเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏ ที่กรุงราชคฤห์ เพื่อเข้าร่วมพิธีสวดเวทนาปริคคหสูตร บริเวณพระคันธกุฎีของพระพุทธเจ้า และถ้ำสุกรขาตา บนเขาคิชฌกูฏค่ะ และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีพระสงฆ์เดินบิณฑบาตลงจากเขา น้ำผึ้งและน้อยก็ไม่ขอพลาดการใส่บาตรในครั้งนี้อย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งจากนั้นเราสองคนได้ร่วมในขบวนรถม้าเพื่อแห่พระบรมสารีริกธาตุและพระปาติโมกข์กลับไปยังเวฬุวันมหาวิหารค่ะ เป็นการเสร็จพิธีในช่วงเช้า
สำหรับในช่วงบ่ายวันนั้นหลวงพ่ออารยะวังโสท่านได้กรุณาพาน้ำผึ้งและน้อย พร้อมญาติธรรมทั้งหลายเดินชมรอบบริเวณเวฬุวันมหาวิหารค่ะ หลวงพ่อท่านได้อธิบายว่า ความหมายของเวฬุวันคือวัดในพระพุทธศาสนา เป็นวัดที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้า และยังคงมีร่องรอยของพระคันธกุฎีของพระพุทธเจ้าที่ชาวพุทธอาจไม่ทราบ ซึ่งหลวงพ่อได้พาพวกเราไปกราบสักการะกันค่ะ อีกสิ่งหนึ่งที่เราได้จากหลวงพ่อคือ ท่านได้บอกให้ทุกคนถอดรองเท้าก่อนเข้าไปในเขตคันธกุฎีเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่ ทั้งยังไม่เป็นบาปติดตัวเรา เพราะถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่สำคัญยิ่งคือเป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต หากเราไม่ทราบก็คงเดินดุ่ยๆ ด้วยรองเท้าเข้าไปแล้ว เพราะบริเวณนี้มีลักษณะเป็นเนินดินที่มีพงหญ้าขึ้นเยอะแยะไปทั่วเลยค่ะ ท่านได้เล่าต่อไปว่า เนินทั้งหมดนี้เป็นสถูป สถูปนี้เป็นเครื่องหมายของพระคันธกุฎีของพระผู้มีพระภาคเจ้า และบริเวณด้านนอกที่ล้อมรอบเวฬุวันมหาวิหารจะเป็นตโปธาราม ภูเขาเวภาระ ถ้ำสัตตบรรณคูหาค่ะ ตโปธารามนั้นเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าอีกที่หนึ่ง ที่ทรงสรงสนานน้ำพุร้อนที่ผุดมาจากใต้ภูเขาเวภาระ ว่ากันว่าในพระไตรปิฎก ภูเขาเวภาระเป็นเมืองนาคราช กว้างยาว 500 โยชน์ เป็นเมืองที่เป็นแก้วมณีทั้งหมด และน้ำพุร้อนที่ตโปธารามเป็นน้ำที่ผุดมาจากใต้ภูเขาเวภาระผ่านเมืองพญานาคมาค่ะ
นอกจากนี้ ท่านได้เล่าให้ฟังว่า พระพุทธองค์ท่านประทับอยู่ที่เวฬุวันมหาวิหาร 5 พรรษา ระหว่างที่ประทับที่นี่ทรงใช้สอยสระกลันทกนิวาป ซึ่งเป็นสระน้ำใหญ่อยู่กลางเวฬุวัน และถัดจากบริเวณสระน้ำเข้าไปนิดนึงจะมีพระพุทธรูปองค์น้อย เป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ประทับประทานโอวาทปาติโมกข์ท่ามกลางพระอรหันตเจ้าขีณาสพจำนวน 1,250 รูป ที่ต่างได้มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย จึงถือว่าตรงนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธ ที่ชาวพุทธทั่วโลกจะเดินทางมาตรงตำแหน่งนี้ เพื่อมาสักการบูชาพระพุทธเจ้า เป็นที่ที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของเวฬุวัน โดยเฉพาะในวันมาฆบูชาค่ะ หากใครมาที่นี่จะเห็นว่ามีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อีกด้านหนึ่งของสระน้ำ จะเป็นพระพุทธรูปที่ทางภาคญี่ปุ่น นิชิเรนทางนิกายมหายานมาสร้างไว้ ด้วยทางมหายานมีความเชื่อว่าน่าจะเป็นตรงตำแหน่งนี้ที่ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ค่ะ
นับเป็นความโชคดีของน้ำผึ้งและน้อยมากค่ะ ที่ได้มีโอกาสมาเยือนแดนพระพุทธองค์ และยังได้รับความกรุณาจากหลวงพ่ออารยะวังโส ที่ท่านได้อธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับแดนพุทธกาล ณ พุทธสถานแห่งนี้ให้พวกเราได้ฟังจนรู้สึกอินเข้าไปในใจกันเลยละค่ะ ในฐานะที่เราเป็นพุทธศาสนิกชน โอกาสอย่างนี้ไม่ได้มีง่ายๆ ซึ่งหลังจากที่พระสงฆ์ได้มีพิธีกรรมสังฆกรรม ประกอบวินัยกรรมสวดสาธยายพระปาติโมกข์ ณ บริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงพระปาติโมกข์ เราได้พร้อมใจจุดเทียนธรรม และกระทำประทักษิณรอบสระกลันทกนิวาป ณ วัดเวฬุวันมหาวิหารแห่งนี้กันอย่างพร้อมเพรียงค่ะ
เมื่อเสร็จภารกิจที่แดนภารต น้ำผึ้งมีภาระหน้าที่ต้องรีบเดินทางต่อไปยัง จ.กำแพงเพชร ถึงแม้จะมาไม่ทันงานนบพระเล่นเพลง แต่หนูเกดก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนรายการได้เป็นอย่างดี เกดเล่าให้ฟังว่า งานนี้จะมีในช่วงวันมาฆบูชา ที่ในอดีตเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนสาม หรือวันมาฆบูชา เจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดินจากเมืองต่างๆ จะเสด็จพร้อมกับข้าราชบริพารและประชาชน จัดตกแต่งเป็นขบวนพยุหยาตราพากันไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดพระบรมธาตุนครชุม เป็นประจำทุกปี โดยเรียกประเพณีนี้ว่า
“นบพระ” ซึ่งในงานนี้ก็จะมีการเดินเวียนเทียนประทักษิณเช่นกันค่ะ ส่วนคำว่า “เล่นเพลง” หมายถึง การร้องรำทำเพลงในขณะที่ขบวนของเจ้าเมืองมาพักแรมตามหมู่บ้านต่างๆ ในระหว่างการเดินทางมานมัสการพระบรมสารีริกธาตุค่ะ ปัจจุบันการเล่นเพลงจะอนุรักษ์ในลักษณะของการทำเป็นแสง สี เสียงกัน ส่วนใหญ่มักจัดในงานใหญ่อย่างงานประจำปีค่ะไหนๆ น้ำผึ้งก็มาไม่ทันงานนบพระเล่นเพลงแล้ว ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ธงชัย ธรรมสุคติ ใจดีพาน้ำผึ้งและเกดไปชมวิธีการทำเฉาก๊วย
“ชากังราว” เป็นเฉาก๊วยที่อร่อยมากๆ ขึ้นชื่อของ จ.กำแพงเพชร ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ ทั้งยังพาไปตลาดกล้วยไข่ ของดีเลื่องชื่อมาเนิ่นนานของ จ.กำแพงเพชร ที่ทุกคนเรียกร้องอยากซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก ไม่เพียงเท่านี้ ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้ปิดท้ายด้วยการพาไปไหว้พระทำบุญ ที่วัดป่าธรรมธารา อยู่ที่ อ.ปางศิลาทอง ซึ่งที่นี่ได้เก็บรวบรวมพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น พระหยกขาว ที่มีความงดงามด้วยพุทธลักษณะจำนวนถึง 5 องค์ และพระแก้วมรกต 12 สี ให้ผู้มาเยือนได้สักการะตรงตามปีเกิด ซึ่งน้ำผึ้งเกิดวันศุกร์จะเป็นองค์สีฟ้า ส่วนเกดองค์สีม่วงเพราะเกิดวันเสาร์ค่ะ นอกจากนี้ในบริเวณวัดยังมีบ่ออุ่นที่มีความเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย ซึ่งทางวัดได้จัดเป็นสวนหย่อมดูร่มรื่นสวยงามเชียวค่ะทำให้มาฆบูชาปีนี้เป็นปีที่พิเศษกว่าปีไหนๆ อย่างไรก็ตาม น้ำผึ้งขอส่งบุญที่ได้ไปแสวงมานี้มอบให้แก่ผู้อ่านทุกๆ ท่านนะคะ แล้วอย่าลืมติดตามชมรายการเที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 06.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ค่ะ และสำหรับสัปดาห์นี้รายการเที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ น้ำผึ้งและเกดจะพาไปเยือนเมืองนบพระ จ.กำแพงเพชร และที่ท่านบอกว่าติดตามงานมาฆบูชาโลกไม่ทันกันนั้น ขอให้ตามชมย้อนหลังได้ที่ google พิมพ์
“ดูทีวีย้อนหลัง” กันนะคะ






