
Behind the Zoo ตอน ความรักแพนด้า...เรื่องหมีที่ไม่หมู
ภิมุข สิมะโรจน์ อดีตผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ
ภิมุข สิมะโรจน์ อดีตผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ
ขึ้นชื่อว่าความรักแล้ว บางทีมันไม่สามารถหาเหตุผลอธิบายได้ทั้งหมด บางอารมณ์ความรู้สึกมันอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ต่างๆ จริงๆ ใครไม่ได้สัมผัสคงไม่มีทางรับรู้ว่าการดูแลและสายใยรักที่มีให้กันระหว่างแม่ลูกของสิ่งมีชีวิตบางชนิดจะส่งผลทำให้เกิดความรักของผู้คนที่เฝ้าดูและติดตามอยู่ตลอดเวลา ใช่ครับ...ผมกำลังพูดถึงหมีแพนด้าทั้ง 3 ชีวิตในเมืองไทย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามีแฟนคลับทั้งหมดแค่ไหน...แต่เท่าที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งมีครบทุกเพศทุกวัยและทุกหน้าที่การงานจริงๆ กระแสแพนด้าในเมืองไทยนั้นเริ่มตั้งแต่องค์การสวนสัตว์ฯ ได้มีข้อตกลงกับทางประเทศจีนรับหมีแพนด้า “ทูตของการอนุรักษ์สัตว์ป่า” 1 คู่ ช่วงช่วงกับหลินฮุ่ย มาจัดแสดงที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ในปี 2546 พร้อมพัฒนาให้เป็นศูนย์วิจัยและขยายพันธุ์แพนด้า จนกระทั่งทีมวิจัยขององค์การสวนสัตว์ฯ และพันธมิตรได้ทำการผสมเทียมหลินฮุ่ยจนตั้งท้องและให้กำเนิดลูกน้อย หลินปิง ในปี 2552 จึงทำให้กระแสแพนด้าในเวลานั้นพุ่งถึงขีดสูงสุดและได้มีการถ่ายทอดสดชีวิตความเป็นอยู่และการเลี้ยงดูลูกของหมีแพนด้าตลอด 24 ชั่วโมง
พอดีช่วงนี้เป็นเทศกาลวันแม่แห่งชาติ ทำให้ผมนึกถึงประเด็น สายใยรักแม่ลูกแพนด้าและเชื่อมโยงมาถึงความรักของแฟนคลับที่ผมเกริ่นไว้ข้างต้น เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อลูกหมีแพนด้าอายุครบ 2 ปี ตามหลักการแล้วจะมีการแยกคู่แม่ลูกออกจากกัน เพราะจะต้องเริ่มการเตรียมเลี้ยงดูลูกหมีแพนด้าในลักษณะที่กำลังจะโตเต็มวัยและเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ในอนาคต เพราะหากว่าติดแม่เกินไปอาจทำให้ผสมพันธุ์ยาก อีกทั้งกังวลว่าแม่อาจทำร้ายลูกได้ และตัวแม่เองก็ต้องทำหน้าที่เป็นแม่พันธุ์ต่อไปตามข้อตกลงกับทางจีนอีกด้วย ขณะที่แฟนคลับมองว่าแม่ลูกคู่นี้มีความผูกพันกันเป็นพิเศษ สามารถอยู่ใกล้ชิดกันได้อีกระยะหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องตามเวลาเป๊ะ การแยกเร็วเกินไปทำให้หลินปิงต้องอยู่โดดเดี่ยวทั้งที่ยังไม่พร้อม จนอาจเป็นโรคซึมเศร้าได้ สุดท้ายความเห็นต่างได้พัฒนาจนเกิดประเด็น “การพรากลูกพรากแม่” และมีการร้องเรียนมาที่องค์การสวนสัตว์ฯ ประเด็นได้ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเกิดการนำไปถกกันในโลกออนไลน์ ปัญหานี้เกิดขึ้นอยู่หลายเดือนจนกระทั่งผมเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ และเป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกเหมือนยืนอยู่กลางเวทีปัญหา จะทำอย่างไรที่จะเดินตามหลักการของโครงการ ขณะเดียวกันความรักความผูกพันของแฟนคลับก็มีความสำคัญละเลยไม่ได้
เรื่องนี้เป็นเรื่องหมีที่ไม่หมูจริงๆ เพราะความคิดเห็นที่แตกต่างและไม่มีคนกลางคอยเป็นเจ้าภาพ ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งผมเข้าใจว่าทุกก็รักสัตว์ด้วยกันทุกคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่โครงการและพี่เลี้ยงที่ทำหน้าที่ดูแลโดยตรงไม่กล้าขยับอะไรมากนัก แต่ผมเองในฐานะผู้บริหารขณะนั้น คิดว่าคงต้องทำหน้าที่ประสานงานและใช้โอกาสนี้ทำให้สวนสัตว์และแฟนคลับที่รักหมีแพนด้าหันหน้าเข้าหากันและเดินหน้าหาข้อเท็จจริงร่วมกัน ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนก่อนจะถึงวันแม่ในปีที่ผ่านมาพอดี ผมจึงตัดสินใจให้ทางโครงการแพนด้า ทำการทดลองให้แม่ลูกพบกัน โดยใช้เวลาทดลอง 30 วัน และเชิญชวนแฟนคลับทั่วประเทศให้ใช้ช่องทางถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมง ที่มีอยู่แล้วเป็นการติดตามร่วมกัน เพื่อจะได้คำตอบไปพร้อมๆ กัน และเป็นคำตอบเดียวกันที่ชัดเจนด้วยเหตุด้วยผล การทดลองนั้นเริ่มจาก การให้แม่ลูกมองเห็นกันระยะห่างๆ การตอบสนองกลิ่นธรรมชาติของกันและกัน จนถึงการนำแม่ลูกมาอยู่ในกรงที่ติดกัน ฯลฯ ทั้งหมดก็เพื่อจะดูปฏิกิริยาตอบสนองว่าเป็นอย่างไร เขาอยู่ร่วมกันได้หรือไม่แค่ไหน จนเมื่อสิ้นสุดการทดลองเราได้ข้อสรุปร่วมกันว่า แม่มีส่งเสียงขู่ลูกบ้างเมื่อใกล้ชิดกัน ดังนั้นคงอยู่ร่วมในส่วนแสดงเดียวกันไม่ได้แล้ว แต่ขณะเดียวกันปฏิกิริยาดังกล่าวก็ไม่มากเกินไปจนขนาดจะให้อยู่ส่วนแสดงที่ติดกันและมองเห็นกันบ้างไม่ได้ ดังนั้นผมจึงถือโอกาสเทศกาลวันแม่ปีที่แล้ว ได้จัดให้หลินปิงซึ่งมีส่วนแสดงแยกออกไป ได้สลับมาอยู่ส่วนแสดงพ่อเป็นการชั่วคราวเพื่อมาพบแม่หลังจากที่ห่างหายกันไปหลายเดือน และจากวันนั้นก็ให้โครงการสลับหมุนเวียนส่วนแสดงกันเพื่อแก้ปัญหา อีกทั้งก็เข้าหลักการสวัสดิภาพสัตว์ที่ได้ออกกำลังบ้างไม่ต้องถูกขังอยู่เฉพาะในส่วนแสดงเดิมๆ ด้วย
ปัญหาแม่ลูกแพนด้าพรากกันเป็นเพียงประเด็นหนึ่งในหลายๆ ปัญหาที่แฟนคลับเสนอให้ช่วยแก้ไข และยังมีปัญหาอีกมากมาย เช่น ขนาดเตียงนอนที่ไม่พอดีตัว อ่างน้ำดื่มไม่สะอาด แอปเปิลที่ให้ชิ้นเล็กไป หลินปิงชอบคันเวลากลางคืน ไม้ไผ่ที่กินแข็งเกินไป ฯลฯ ซึ่งบางปัญหาก็ได้แก้ไขไปแล้ว บางปัญหาผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็คงพยายามหาแนวทางแก้ไขบนพื้นฐานตามหลักการบริหารและจัดการสัตว์ป่าต่อไป แน่นอนว่ายังมีปัญหาการดูแลสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นภายในสวนสัตว์ และเข้าใจว่ากระแสสังคมก็มีบางมุมเห็นว่าทำไมไม่สนใจสัตว์ไทย เช่น ช้าง ฯลฯ ไปเห่อแต่สัตว์ต่างประเทศ ซึ่งจริงๆ แล้วผมเองก็เห็นด้วยและพยายามจะประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เรื่องสัตว์ป่าให้หลากหลายในช่วงที่กำกับดูแลอยู่ อีกทั้งยึดหลักเสมอว่าสัตว์ป่าภายใต้ความรับผิดชอบของสวนสัตว์มีหลายพันหลายหมื่นตัว ซึ่งสวนสัตว์ต้องพยายามให้ความสำคัญและดูแลทุกตัวให้เป็นไปตามหลักการสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี...แต่นั่นแหละครับ อย่างที่ผมเปรยไว้ตั้งแต่ต้น ขึ้นชื่อว่าความรักมันอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์จริงๆ ในเมื่อสัตว์บางชนิดมีคนรักมาก ก็น่าจะถือว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ควรนำความรักนั้นมาประยุกต์ใช้ในทางที่ดีเป็นต้นแบบ เพื่อขยายผลไปสู่ความรักเพื่อนสิ่งมีชีวิตร่วมโลกทุกๆ ชนิดในภาพรวมจะดีกว่า ยังมีอีกมากมายที่เป็นเรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลังงานบริหารสวนสัตว์ในช่วงเวลาที่ผมมีโอกาสได้ดูแล ไว้จะทยอยเล่าสู่กันฟังครับ...เขียนมาถึงตรงนี้เกือบลืมไปว่า ตั้งใจจะเขียนเรื่องความรักในวันแม่ เอาเป็นว่าขอให้ทุกท่านมีความสุขในช่วงเทศกาลวันแม่นะครับ คู่แม่ลูกหมีแพนด้ายังแสดงความรักระหว่างกันจนเกิดแฟนคลับที่มีความเป็นห่วงเป็นใยมากมายขนาดนี้ เราเองมีแม่เพียงคนเดียวทำไมเราจะแสดงความรักที่เรามีให้ท่านสัมผัสได้อย่างเต็มที่บ้างไม่ได้ละครับ...







