posttoday
ข้อคิดจากวันประชากรโลก

ข้อคิดจากวันประชากรโลก

15 กรกฎาคม 2555

วันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมาเป็น “วันประชากรโลก” ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดวันดังกล่าวขึ้นตั้งแต่ปี 2530

โดย...รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ

วันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมาเป็น “วันประชากรโลก” ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดวันดังกล่าวขึ้นตั้งแต่ปี 2530 เนื่องจากคาดประมาณว่าในวันที่ 11 ก.ค. 2530 นั้น เป็นวันที่โลกมีประชากรโลกครบ 5,000 ล้านคน การกำหนดวันประชากรโลกขึ้นก็เพื่อให้ประเทศต่างๆ ตระหนักและให้ความสำคัญกับประเด็นด้านประชากร กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อรณรงค์ในวันประชากรโลก โดยในแต่ละปีจะมีการกำหนดประเด็นเด่นหรือประเด็นท้าทายเพื่อให้ประชาคมโลกตื่นตัวและร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในปีนี้ ประเด็นที่องค์การสหประชาชาติหยิบยกให้เป็นประเด็นเด่น คือ “การรณรงค์เพื่อการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ถ้วนหน้า” ผู้อ่านอาจสงสัยว่า อนามัยการเจริญพันธุ์นี้ หมายถึงอะไร สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า “อนามัยการเจริญพันธุ์ คือ สุขภาพที่เกี่ยวกับกระบวนการและการทำหน้าที่ของระบบการเจริญพันธุ์ของมนุษย์ตลอดช่วงชีวิต” (http://rh.anamai.moph.go.th/home.html) มีขอบเขตครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัว อนามัยแม่และเด็ก เอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มะเร็งระบบสืบพันธุ์ อนามัยวัยรุ่น การแท้งและภาวะแทรกซ้อน เพศศึกษา ภาวะมีบุตรยาก ภาวะหลังวัยเจริญพันธุ์และวัยสูงอายุ

ข้อคิดจากวันประชากรโลก

 

ย้อนกลับมากล่าวถึงประเด็นที่รณรงค์ในวันประชากรโลกปี 2555 จากสารของ บันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ มีใจความสำคัญว่า “โลกมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 7,000 ล้านคน เรากำลังเผชิญกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในการแบ่งปันทรัพยากรและความท้าทายในการที่บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาที่ได้ตกลงกันไว้ร่วมกันในระดับนานาชาติ อนามัยการเจริญพันธุ์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญและจำเป็นยิ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืน สตรีและเยาวชนที่มีสุขภาพดี และมีอำนาจ และสามารถตัดสินใจว่าจะมีบุตร จะมีบุตรเมื่อไหร่ จะมีความสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมได้ดีกว่า มีเพียง 1 ใน 3 ของสตรีที่อยู่ในชนบทของประเทศกำลังพัฒนา ได้รับการดูแลที่เพียงพอในระหว่างตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นยังคงปรากฏอยู่ทั่วไปในโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากความยากจนและการขาดการศึกษา สตรีมากกว่า 200 ล้านคนและหญิงวัยรุ่นยังไม่สามารถเข้าถึงวิธีการคุมกำเนิด.การลงทุนในการเข้าถึงด้านอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างถ้วนหน้า เป็นการลงทุนที่สำคัญต่อสังคมที่มีสุขภาวะที่ดีและมีอนาคตที่ยั่งยืน” 1

นอกจากนี้ นพ.บาบาทุนเด้ โอโซทิเมฮิน ผู้อำนวยการบริหารของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “วันนี้ในขณะที่กำลังเฉลิมฉลองวันประชากรโลก เป็นเวลาที่ต้องเพิ่มพันธสัญญาในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางแผนครอบครัวโดยระบบสมัครใจการวางแผนครอบครัวเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานสตรี 222 ล้านคน ที่ต้องการเลื่อนหรือเลี่ยงการตั้งครรภ์แต่ไม่สามารถเข้าถึงวิธีการคุมกำเนิดสมัยใหม่ ซึ่งการเข้าถึงนี้จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่ตั้งใจหรือไม่พึงปรารถนาได้ถึง 21 ล้านราย และช่วยป้องกันการตายของมารดาถึง 7.9 หมื่นคน และป้องกันการตายของทารกถึง 1.1 ล้านคน” 2

ประเด็นเรื่องอนามัยการเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางแผนครอบครัวยังเป็นประเด็นท้าทายที่สำคัญของสังคมไทยเช่นกัน แม้ว่าประเทศไทยเราจะสามารถลดภาวะการเกิดจนมาสู่ระดับต่ำ ผู้หญิงคนหนึ่งมีลูกโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 2 คนแล้ว แต่ข้อเท็จจริงที่ยังคงอยู่คือ มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะหญิงวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ อยู่ในวัยหรือในสภาวะไม่พร้อมที่จะให้กำเนิดลูกหรือไม่พร้อมที่จะเป็นแม่ อันนำไปสู่การทำแท้ง การสูญเสียชีวิตของมารดาหรือของทารก ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้หญิงและวัยรุ่นส่วนหนึ่งยังขาดความรู้ และเข้าไม่ถึงบริการวางแผนครอบครัว

การเข้าถึงบริการวางแผนครอบครัวอย่างถ้วนหน้า จะเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนา ลดการทำแท้ง ทำให้รู้จักคิดวางแผนชีวิตให้ดี ให้รอบคอบก่อนมีเพศสัมพันธ์ก่อนสร้างครอบครัวและก่อนมีลูก ซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชากรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว