posttoday
กรณีพุทธศาสตร์...สู่ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาของประชาคมอาเซียน (ตอน ๑)

กรณีพุทธศาสตร์...สู่ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาของประชาคมอาเซียน (ตอน ๑)

10 กรกฎาคม 2555

กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

การที่พระอาจารย์ได้รับนิมนต์จากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ซึ่งมีโครงการอบรมผู้นำสำหรับอนาคต โดยไปบรรยายในหัวข้อ “จากพระศาสนา... สู่ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประชาคมอาเซียน” เมื่อวันที่ ๒๒ มิ.ย. ที่ผ่านมา วันนั้นนอกจากนักศึกษาแล้ว ก็ยังมีประชาชนที่สนใจรวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ของสถาบัน ยศทั้งนายพันนายพลไปฟังกันจนเต็มห้องประชุมของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ หัวข้อที่กำหนดขึ้นฟังดูแปลกใหม่ ยากจะคาดเดาได้ว่า แนวทางการบรรยายหรือคำตอบสุดท้ายจะออกมาในรูปไหน และเราจะสามารถใช้หลักธรรมของพระพุทธศาสนาแก้ปัญหาของแต่ละประเทศ หรือของประชาคมที่รวมตัวกันมาจาก ๑๐ ประเทศ อันมีความแตกต่างทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และศาสนา ในด้านไหนได้บ้าง อย่างไร

คำถามที่นักศึกษามีในวันนั้น รวมทั้งที่ดิฉันเชื่อว่ายังค้างอยู่ในใจของทุกคนคงจะมีหลากหลาย ในแง่ที่ว่าถ้าเขาจะรับบทบาทเป็นผู้นำสำหรับอนาคตในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย จะสามารถทำให้กลุ่มประเทศเหล่านี้เข้ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร เท่าที่ดูจากบรรยากาศในวันนั้น ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เชื่อมั่นในหลักการหรือศักยภาพของการจะนำหลักของพระพุทธศาสนาเข้ามาประยุกต์ในการวางนโยบาย เพียงแต่คนเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมมาในกรอบของเศรษฐกิจที่แข่งขัน มุ่งตอบสนองอุปสงค์อุปทานอะไรต่างๆ เพราะฉะนั้นก็ยากที่เขาจะคาดเดาคำตอบ ถึงแม้การบรรยายครั้งนั้นจะจบไปแล้วภายในเวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง แต่สำหรับทุกคนในห้องนั้น ดิฉันเชื่อว่าเป็นเวลาน้อยนิดเสียเหลือเกิน

หลังจากวันที่ ๒๒ มิ.ย. พระอาจารย์มีกิจนิมนต์ต่อมาในที่ต่างๆ เช่น ที่บางไทร เพชรบูรณ์ หรือเมื่อกลับมาที่ลำพูน ก็ได้มีคนนำประเด็นที่เกี่ยวโยงกับการบรรยายครั้งนั้นมาตั้งเป็นปุจฉาอยู่หลายแง่มุมด้วยกัน โดยเฉพาะมีคนกล่าวถึงคำพูดของผู้อำนวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ที่กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย คือเขาไม่คิดว่าในหัวข้อที่ต้องอาศัยหลักธรรมะมาประยุกต์กับนโยบายการเมืองการปกครอง พระอาจารย์จะสามารถใช้เวลาอันสั้นบรรยายได้อย่างลุ่มลึก และฝากแนวคิดเอาไว้ได้มากมายขนาดนั้น เขาถึงกับใช้คำเปรียบเทียบว่า วันนี้เป็นวันที่ได้ค้นพบ “เพชรเม็ดงาม” ดิฉันจึงอยากใช้โอกาสนี้อาราธนาพระอาจารย์ให้วิสัชนาประเด็นหลักที่เกี่ยวข้องกับการบรรยายนั้น เพื่อที่ผู้ฟังผู้อ่านจะได้นำไปขบคิดหารือ และอาจตั้งปุจฉากลับมายังพระอาจารย์ต่อไปอีก

ในวันนั้นนักศึกษาได้เขียนคำถามส่งมา แต่เนื่องจากเวลาจำกัด ทำให้ไม่มีโอกาสถามได้ครบถ้วน จึงขอสรุปคำถามจากกลุ่มคำถามทั้งหมดสัก ๓ คำถาม เพื่อพระอาจารย์จะได้เมตตาวิสัชนา จะได้เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและประชาชนผู้สนใจ

โดย... คำถามแรกจากคุณจิราวัฒน์ ปรัตถกรกุล ได้กล่าวว่า

“เนื่องจากหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรผู้นำแห่งอนาคต และผมเห็นว่าผู้นำที่ดี หรือผู้นำระดับต่างๆ ต้องพัฒนาจิตใจของตนเองด้วย ต้องสามารถเป็นนายตนเอง ต้องรู้เท่าทันความคิด และกิเลสของตนเอง รู้จักตนเอง กรณีผู้นำที่ดีนี้ ผมอยากทราบว่า ตามทัศนะของพระพุทธศาสนา ผู้นำที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร และมีหลักธรรมใดที่ผู้นำที่ดีควรยึดถือประพฤติปฏิบัติเป็นแบบแผน”

“การพัฒนาประเทศของเราจะให้สำเร็จหรือไม่ไปตามยุทธศาสตร์นั้น คนในชาติควรประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมใด”

คำถามที่ ๒ จากคุณจิราพร อินโท ซึ่งมีคำถามมาว่า...

“เราจะนำจุดแข็งของศาสนาแต่ละศาสนาในกลุ่มประเทศอาเซียนมาส่งเสริมการกำหนดยุทธศาสตร์ในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างไร”

นี่คือ ๓ คำถามจากจำนวนคำถามมากมายของนักศึกษาที่เข้าฝึกอบรมในโครงการผู้นำแห่งอนาคตของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ ซึ่งพระอาจารย์อารยะวังโส ได้เมตตาไปบรรยายไว้เมื่อวันที่ ๒๒ มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงขออนุญาต ขอโอกาสนี้กราบนมัสการพระอาจารย์ได้วิสัชนาในคำถามเหล่านี้เป็นเบื้องต้นด้วยค่ะ

ปุจฉา-วิสัชนาธรรม จากคำถามของนักศึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์

รศ.ดร.ภาวดี ทองอุไทย

วิสัชนาโดยพระอาจารย์อารยะวังโส :

เจริญพรสาธุชนทุกท่าน

คำว่า “อาเซียน” ณ วันนี้ ต้องมองถึง ๑๐ ประเทศ และอาจจะมีเพิ่มเติมที่เขาเรียกว่า บวก ๓ คือประเทศจีน มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน เกาหลีและญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน ล้วนเป็นมหาอำนาจที่ทรงความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เอเชียตะวันออกจะมีความเข้มแข็งมากถ้าอาเซียนและ ๓ ประเทศดังกล่าวผนึกกำลังกันได้ จะเป็นศูนย์อำนาจของโลกได้เลยทีเดียว จะถ่ายอำนาจจากทางอเมริกา ยุโรปมาทางเอเชียทันที

อ่านต่อฉบับวันพรุ่งนี้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว