
Off Road ซิ่งสู่สวนผึ้ง
ช่วงเดือนที่ผ่านมา (มิ.ย.) ฟอร์ด ประเทศไทย ชวนสื่อมวลชนหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองเดินทางไปร่วมกิจกรรม
โดย...นายทองดี/จำลอง บุญสอง
ช่วงเดือนที่ผ่านมา (มิ.ย.) ฟอร์ด ประเทศไทย ชวนสื่อมวลชนหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองเดินทางไปร่วมกิจกรรม “Off Road Training with All New Ranger” กับรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ สู่จุดหมายที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
เมื่อมาถึงสถานที่ทดสอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ที่ Park N Ranch ผู้ฝึกสอนได้แนะนำเทคนิคการขับรถแบบออฟโรด โดยเริ่มจากการเรียนรู้พื้นฐานของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของรถรุ่นต่างๆ เรียนรู้ความสามารถของรถ 4x2 ยกสูง ที่ติดตั้งระบบลิมิเต็ด สลิป และรถ 4x4 ของฟอร์ด
ในครั้งนี้ผู้ขับได้ลองฝึกขับในเส้นทางธรรมชาติจริงๆ โดยสามารถเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและการใช้เกียร์อัตโนมัติกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีการพัฒนาให้ใช้งานง่ายและแข็งแรงทนทานไม่แพ้เกียร์ธรรมดา ซึ่งจะถูกใจเป็นพิเศษสำหรับคุณสุภาพสตรีที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้คลัตช์ในเกียร์ธรรมดา
ในการอบรมครั้งนี้ฟอร์ดได้ให้คำแนะนำในการใช้งานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อว่า บนเส้นทางที่มีอุปสรรคต้องคาดเดาสถานการณ์ให้มากกว่าความเป็นจริง ศึกษาแรงบิดและรอบเครื่องที่ให้กำลังสูงสุดของรถ ขณะขับรถลงเนินที่มีความลาดชันต่อเนื่องควรใช้เกียร์ต่ำ หรือถ้ามีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถใช้เกียร์ 4L เพื่อใช้กำลังเครื่องยนต์ในการชะลอความเร็วในการลงเนินและป้องกันผ้าเบรกไหม้ หากเป็นการขับขึ้นเนินไม่ควรเปลี่ยนเกียร์ระหว่างขึ้นเนิน ต้องกำหนดเกียร์ที่ใช้ให้เหมาะสมกับกำลังเครื่องยนต์ก่อนขึ้นเนิน
ในขณะที่ต้องขับลุยน้ำ หรือโคลน เมื่อรถมีอาการใกล้ติดหล่มให้โยกพวงมาลัยซ้ายขวา พร้อมรับรักษารอบเครื่องให้อยู่ในช่วงที่มีกำลังอย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อต้องขับลุยน้ำที่มีความสูงระดับกันชนหน้า ควรปิดแอร์ ใช้ความเร็วต่ำ และรักษาความเร็วให้คงที่ และสำหรับเส้นทางที่มีส่วนผสมของทรายมากๆ หรือพื้นผิวทราย ต้องปล่อยลมยางให้อ่อนๆ ประมาณ 1518 Psi เพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสของยาง
เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมเรียนรู้เทคนิคออฟโรด ก็ถึงคราวที่ผู้ขับทุกคนจะได้พักผ่อน ณ บ้านอ้อมกอดขุนเขา รีสอร์ตน่ารักท่ามกลางความอบอุ่นของแมกไม้ ลำธาร และอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งแต่ละห้องพักได้มีการตกแต่งตามชื่อห้อง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้พักผ่อนในบรรยากาศที่สวยงาม และร่วมรับประทานอาหารเย็นในบรรยากาศโรแมนติกที่บ้านหอมเทียน
และก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้ปิดท้ายอย่างกรีนๆ ด้วยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ล่องห่วงยางที่บ้านไร่ไทรงาม และแวะเลือกซื้อน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งชันโรง หรือน้ำผึ้งจิ๋ว ที่ร้านฟาร์มสุข ซึ่งน้ำผึ้งชันโรงนั้นจะมีส่วนประกอบของกรดอะมิโนหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูงกว่าน้ำผึ้งจากผึ้งใหญ่
ปิดท้าย ท้ายสุดกับเทคนิคเพิ่มเติมในการขับขี่แบบออฟโรด ดังนี้
ก่อนสตาร์ตเครื่องยนต์ทุกครั้ง ควรดึงเบรกมือ และตรวจเช็กเกียร์ทุกครั้ง พร้อมจัดท่านั่งให้เหมาะสม เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการควบคุมรถ
ในระหว่างการขับขี่ ไม่ควรสอดนิ้วมืออยู่ในวงพวงมาลัย
สำหรับรถเกียร์แมนนวลไม่ควรวางเท้าซ้ายบนแป้นคลัตช์ ขณะขับขี่ (ยกเว้นในช่วงเปลี่ยนเกียร์เท่านั้น)
ควรเลือกใช้แรงบิดและรอบเครื่องยนต์ให้เหมาะสม ในการขับรถผ่านสภาพถนนและบริเวณที่แตกต่างกัน
หากไม่จำเป็นไม่ควรเปลี่ยนเกียร์ขณะขึ้นเนินชัน ควรกำหนดเกียร์ตั้งแต่ก่อนขึ้นเนิน
ในการขับรถลงเนินควรใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรก (หรือเอ็นจินเบรก) แต่ไม่ควรใช้เป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานจนเกินไป
ในการขับขี่บนทางขรุขระ ควรใช้ด้านข้างของเท้าขวาพิงผนังไว้ เพื่อสร้างความหนืดให้กับคันเร่ง
ในขณะที่ขับผ่านทางโคลน ควรหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายและขวาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยในการทรงตัวและควบคุมรถ
ในขณะขับขี่บนทางน้ำที่สูงประมาณกันชนหน้า ควรปิดแอร์ ขับขี่อย่างช้าๆ และหมั่นแตะเบรกเป็นจังหวะ เพื่อไล่ความชื้นออกจากระบบเบรก จนกระทั่งผ่านบริเวณนั้น
ในการขับขี่บนทางทรายควรปล่อยลมยางให้อ่อนๆ (ประมาณ 15-18 Psi) เพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสของยาง
พยายามวางตำแหน่งล้อให้อยู่บนพื้นให้ได้อย่างน้อย 3 ล้อ ตลอดเวลา
ในการขับขี่แบบคาราวานควรทิ้งระยะห่างระหว่างรถคันหน้าพอสมควร เพื่อป้องกันเศษหินและเศษกรวดกระเด็นใส่หน้ากระจกรถ
ขณะจอดรถบนทางลาดชันควรดึงเบรกมือ และใช้หินรองล้อพร้อมหักพวงมาลัยขวาง
ขณะถอยรถเวลากลางคืนควรปิดไฟหน้า เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนมากขึ้น







