posttoday
อยากได้สังคมดีอย่างไร ต้องลงมือทำเอง

อยากได้สังคมดีอย่างไร ต้องลงมือทำเอง

01 กรกฎาคม 2555

โดย...ฐิตินาถ ณ พัทลุง [[email protected]] ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

โดย...ฐิตินาถ ณ พัทลุง [[email protected]] ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์


เช้าวันอาทิตย์ดีๆ แบบนี้ มีหลายอย่างที่เราสามารถเลือกทำ เช่น ใช้เวลาสงบสุขกับครอบครัว นอนอ่านหนังสือให้แรงบันดาลใจดีๆ ปลูกต้นไม้ เล่นขำกับลูก ทำกับข้าวอร่อยๆ ทาน หัวเราะกับเรื่องตลกๆ ของเพื่อนฝูง มีสิ่งดีๆ ที่ทำให้ใจมีความสุขเยอะมาก

ความลับของโลกคือ การออกไปสร้างผลงานในโลก เริ่มจากความสามารถในการมีความสุขโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อ การชื่นชมยินดีในสิ่งที่มี พอใจในสิ่งที่ได้ แล้วสร้างสรรค์ต่อ

ลองมองดูสิ่งดีๆ ในชีวิตเรา ที่เราอยู่ในจุดที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะมีเงินเพิ่มแค่ไหน เราก็ไม่เปลี่ยน มีอะไรบ้าง เช่น ลูกของเรา ครอบครัวของเรา คนที่เรารัก อาหารโปรดที่เราชอบ เพลงที่เราชอบฟัง หนังสือที่เราชอบอ่าน หนังที่เราชอบดู เพื่อนของเรา สัตว์เลี้ยงของเรา เรื่องที่เราขำมีความสุข การจิบเครื่องดื่มโปรดในเช้าวันอาทิตย์ดีๆ แบบนี้ หรือเครื่องดื่มเย็นๆ ตอนบ่าย

ทุกอย่างที่เราตอบว่าเราจะไม่เปลี่ยน ไม่ว่าเราจะมีเงินมากแค่ไหนก็ตาม นั่นคือจุดที่เราดีที่สุด มั่งคั่งที่สุด มีพอ พอดีที่สุดในชีวิตอยู่แล้ว

ความสามารถในการมองเห็นสิ่งดีๆ ที่เรามี มีความสุข ขอบคุณชื่นชมกับสิ่งนั้น ทำให้เราขยายความสนใจไปที่จุดนั้น และตามหลักของระบบประสาทของมนุษย์คือ เราจะยิ่งมองเห็นสิ่งดีๆ ทำสิ่งดีๆ ทำให้เราได้รับสิ่งนั้นเพิ่ม

ตรงกับที่ทางพุทธศาสนาสอนว่า ยิ่งให้ทาน ยิ่งมั่งมี เพราะในขณะที่คนให้ ใจของคนนั้นรู้สึกเหลือเฟือ มีพอ ใจที่รู้สึกว่าโลกนี้เหลือเฟือ มีสิ่งดีๆ พอแบ่งปัน ทำให้ยิ่งมองเห็นสิ่งดีๆ เพิ่ม มีโอกาสดีๆ เพิ่ม

คนที่ขมขื่นร่ำร้องโทษโลก คิดว่าคนดีๆ ไม่มี โอกาสดีๆ มีให้สำหรับเฉพาะคนรวย ตัวเองไม่มีโอกาส ก็จะสอนให้ตัวเองเห็นตามนั้น แม้มีสิ่งดีงามมาอยู่ตรงหน้าก็มองไม่เห็น

เมื่อวานนี้ ครูอ้อยไปทำกิจกรรมเข็มทิศความสุขให้กับชาว กทม.นับพันคนที่สวนลุมพินี อาคารลุมพินีสถาน เปิดงานโดยท่านผู้ว่า กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

เป็นกิจกรรมให้คนฝึกมองตัวเองให้ออก บอกตัวเองให้ได้ ใช้งานสิ่งที่กำลังคิด รู้สึกในหัวตัวเองให้เป็น

อยากได้สังคมดีอย่างไร ต้องลงมือทำเอง

 

คนจำนวนมากอยากมีความสุข แต่ไม่กล้ามีความสุข พูดว่ากลัวติดสุข แต่ไม่กลัวติดทุกข์ นั่งสมาธิ ร่างกายยังให้รางวัลเป็นความปีติ เพื่อให้เราทำสิ่งดีๆ เพิ่ม

ท่านอาจารย์พระพรหมคุณาภรณ์ หลวงพ่อ ป.อ.ปยุตฺโต เขียนเล่าว่า พระพุทธเจ้าสอนว่า เมื่อเราปฏิบัติต่อความทุกข์อย่างถูกต้อง เราจะมีความสุข และรู้วิธีพัฒนาความสุขที่ละเอียดประณีตขึ้นไป เป็นความสุขที่ไม่ต้องอิงอาศัยสิ่งภายนอก หรืออิงอาศัยลดลงตามลำดับ มีความสุขได้โดยง่ายจากภายในตัวเอง มีความทุกข์ได้ยาก

การทำอย่างนั้นต้องได้ใช้การฝึกฝน เพราะเครือข่ายใยประสาทเซลล์สมองของคนเรานั้น ส่วนที่ใช้บ่อย ส่งข้อมูลจับกันบ่อยก็จะแข็งแกร่งคุ้นเคย เช่น คนที่โกรธบ่อยก็สามารถเกิดอะไรนิดเดียวไปสู่จุดที่โกรธมากๆ ได้เลยทันที

คนที่คิดว่าตัวเองเป็นเหยื่อซึมเศร้าก็สามารถซึมเศร้าจิตตกได้อย่างรวดเร็ว คิดด้านลบ มองเห็นปัญหาในทุกโอกาส มองเห็นแต่สิ่งไม่ดีได้เสมอ เพราะระบบประสาทของเราเป็นอย่างนี้ คนที่ฝึกให้ตัวเองมีความสุขมองโลกตามความเป็นจริง จะสามารถเรียนรู้ได้ปัญญาจากทุกเหตุการณ์ เกิดสิ่งดีๆ ก็มีความสุขเรียนรู้ เกิดสิ่งไม่ดีก็เรียนรู้ด้วยใจมั่นคง

คนที่ประสบความสำเร็จ หยิบอะไรมาทำก็ประสบความสำเร็จ เพราะฝึกความคิดของตัวเองแบบนี้ คิดดี คิดถูก ลงมือทำอย่างแม่นยำ ด้วยใจแช่มชื่น เป็นสิ่งที่ต้องฝึก

ทุกอย่างที่เราคิด ร่างกายจะปล่อยสารเคมีลงไปในกระแสเลือด ความคิดดีสารเคมีดี มีความสุข ความคิดด้านลบ ร่างกายก็ปล่อยสารเคมีตัวไม่ดี เหมือนกำลังวางยาพิษให้ตัวเองอยู่ทีเดียว

สารเคมีที่หลั่งออกมา เซลล์แต่ละเซลล์จะมีตัวรับที่ตรงกัน โดยเฉพาะทันทีที่เซลล์รับ สารเคมีเหล่านั้นจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงเราในระดับเซลล์

ลองนึกถึงคนที่คิดร้าย คิดด้านลบอยู่ตลอดเวลา บ่มความทุกข์ ความโกรธแค้นไม่ดี ว่าเขากำลังวางยาพิษให้ตัวเองขนาดไหน

คนที่คิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า คลื่นไฟฟ้าในสมอง สารเคมีที่ส่งออกไปก็จะทำให้ทั้งร่างกายของเขาห่อเหี่ยวรู้สึกไม่มีคุณค่า ไหล่ห่อ หายใจตื้น คอตก หน้าบึ้ง

คนที่มองเห็นสิ่งดีๆ ในชีวิต เห็นภาพสิ่งดีงามที่ตัวเองทำได้ เป็นพลังให้ครอบครัว ดูแลพ่อแม่ลูกได้ดี เห็นชีวิตตัวเองมีคุณค่า มีความหมาย สารเคมีดีๆ ที่หลั่งลงไป ทำให้ร่างกายของเขาสดชื่น ทุกเซลล์กระตือรือร้น มีความสุข คลื่นไฟฟ้าในสมองยิ่งปล่อยความคิดสร้างสรรค์ดีๆ ออกมา มองเห็นทางออกในชีวิต

ในฐานะคนที่เคยผ่านความท้าทายในชีวิตมาและจัดการมันได้ ครูอ้อยพบว่าไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่าคุณภาพใจ

สถานการณ์เป็นแค่สถานการณ์ แต่คุณภาพใจ ความรู้สึกของเรา เราเลือกได้เอง และคุณภาพใจของเรานั่นแหละที่จะทำให้เราไปสูงหรือลงต่ำ ไปได้ดีงามขนาดไหน

ยิ่งเราสามารถยกใจเราขึ้นมาได้เร็วแค่ไหน ความท้าทายก็จะยิ่งกลายเป็นสิ่งดีๆ กับชีวิตเรามากขึ้นเท่านั้น อย่างที่เราคิดไม่ถึงว่าจะดีมีประโยชน์ ยกระดับชีวิตของเราได้ขนาดนั้นเลยทีเดียว

การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องพัฒนาระดับคุณภาพความคิด ความรู้สึกของคนในชาติ

พอทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดียอดเยี่ยม มีตรรกะที่ถูกต้อง มองเห็นว่าอะไรดีไม่ดี ถูกไม่ถูก เป็นประโยชน์ ไม่เป็นประโยชน์ เป็นที่พึ่งยืนบนขาของตัวเองได้ ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างของคนอื่นทั้งทางเศรษฐกิจและความคิด มีอิสระ มีปัญญาพอที่จะเลือก มีความเห็นถูกต้อง ชีวิตดี มีทางเลือก ชีวิตตัวเองมั่นคง ครอบครัวมั่นคง ประเทศชาติก็มั่นคง

ชนชาติไทยมีดี มีองค์ประกอบหลายอย่างที่สำคัญ เราจึงมีเอกราชมาได้จนถึงทุกวันนี้ มีรากทางความคิด วัฒนธรรม มีความเป็นชาติ มีศาสนา มีพระมหากษัตริย์ ปกป้องบ้านเมืองของเรามาจนถึงทุกวันนี้

ในความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทั้งการเปิดเสรีทางการค้าต่างๆ ทุกคนต้องช่วยกันลงมือลงแรงทำสิ่งดีๆ ให้ชีวิตคนอื่นขับเคลื่อนไปได้ อยากได้สังคมดีอย่างไร ต้องลงมือทำเอง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69