posttoday
หลังม่านเตี๊ยมโชว์

หลังม่านเตี๊ยมโชว์

01 กรกฎาคม 2555

จากกรณีไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ที่นึก‌ว่าจะจบ แต่ไม่มีการกลบกระแสแม้เป็นเรื่องฉาวกลับยิ่งกระพือหนักกว่าเก่าเข้าไปอีก

จากกรณีไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ที่นึก‌ว่าจะจบ แต่ไม่มีการกลบกระแสแม้เป็นเรื่องฉาวกลับยิ่งกระพือหนักกว่าเก่าเข้าไปอีก หลายคนใน‌
สังคมเกิดความสงสัยเรื่องการหาคนมาออกรายการ‌แต่ละรายการ ไม่น่าจะใช่คนทางบ้าน“สมัครมา”‌เพียงถ่ายเดียว แต่พวกเขา“เฟ้นหา”“ว่าจ้าง”หรือ‌
มีกลเม็ดเด็ดๆ อะไรกัน

เหลือบตามองดูรายการประเภทค้นฟ้าคว้าดาวก้าวให้เกินฝัน หรือที่นี่นั้น...ฝันจะเป็นจริง ซึ่งเรียกว่า‌เป็นเรียลิตียอดนิยมในช่วงสี่ซ้าห้าปีมานี้ แต่ละราย‌
การล้วนมีกลวิธีคัดสรรคนมาเข้าร่วมรายการแทบไม่‌แตกต่างกัน โดยเฉพาะการออกไปคัดสรรตรงถึง‌ภูมิภาคต่างๆ ตั้งแต่เหนือ อีสาน ใต้ กลาง ซึ่งหนุ่ม‌
สาวที่มีความฝันคล้ายๆ กัน ต่างมุ่งหน้ามาเข้าร่วม‌รายการ เพื่อที่จะทำให้ตัวเองได้เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกคัดเลือก

แต่กระนั้นก็มีบางรายการอย่าง ทรู อะคาเดมี ‌แฟนเทเชีย ที่เพิ่มกลวิธีการคัดสรร ด้วยการให้‌สถาบันการศึกษาเป็นผู้คัดเลือกนักเรียนนักศึกษาที่มีความสามารถด้านการร้องเพลงจริงๆ มาเข้าร่วม‌
ประกวด โดยมีการเซ็นรับรองจากผู้อำนวยการ‌สถาบันการศึกษานั้นๆ เป็นการการันตี

จรัญ สมสงวนอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมดนตรี‌สากล ขับร้อง และประสานเสียง มหาวิทยาลัย‌กรุงเทพ เปิดเผยว่า“เป็นเรื่องน่าดีใจ ที่เวทีใหญ่ๆ ‌
อย่างเอเอฟให้โอกาสสถาบันการศึกษาได้มีส่วนร่วม‌ในการแข่งขัน

หลังม่านเตี๊ยมโชว์

 

โดยปกติชมรมดนตรีสากล ขับร้อง และประสาน‌เสียงของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็มีการจัดประกวด‌ร้องเพลงและวงดนตรีอยู่แล้ว ทีนี้พอเอเอฟ
เปิดโอกาสให้เราส่งเด็กที่ชนะเลิศไปเข้าร่วมการ‌ประกวด ก็ทำให้การประกวดระดับสถาบันมีสีสันขึ้น ‌แต่ต้องบอกก่อนเลยว่า เราส่งเฉพาะเด็กที่ได้ที่ 1 ‌
และมีการเซ็นรับรองว่าเด็กคนนี้ได้ที่ 1 จากการ‌ประกวดของเราจริงๆ แต่เด็กจะได้ผ่านเข้ารอบจาก‌เวทีใหญ่ๆ หรือเปล่า นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

สำหรับปีนี้เด็กของเราก็ได้เข้ารอบเป็น 12 นักล่าฝันตัวจริงของเอเอฟ 9 นั่นก็คือ เคV6 ซึ่งเรา‌ก็ดีใจที่เด็กของเราไปได้ไกลแล้ว ยังไงสถาบันเราก็‌
เตรียมพร้อมที่จะไปช่วยเชียร์น้องเคอย่างเต็มที่ครับ”

สังข์-ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดมโปรดิวเซอร์รายการ‌เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ เวทีประกวดร้องเพลงที่ได้การ‌ยอมรับในระดับโลก เจ้าของคอนเซปต์“เราต้องการ‌
เสียงคุณ”เวทีที่เน้นเสียงดีเป็นต่อ รูปหล่อ (สวย) ‌เป็นรอง เขายืนยันหนักแน่นว่า กระบวนการสรรหา‌ผู้เข้าร่วมรายการจะจ้างมา ชักชวนมา หรือเดินเข้า‌
มาเอง ไม่ว่าทางไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ขั้นตอนการ‌ตัดสินต้องโปร่งใสและยุติธรรม

“กรณีไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ที่ถูกแฉว่าจ้างคน‌มาออกรายการ ถ้ามองในมุมคนทำรายการ ผมว่าไม่‌ผิด เราจ้างเขามาเพื่อให้รายการมีสีสัน เพื่อให้คนดู‌
สนุก จ้างมาเพื่อเอนเตอร์เทนคนดู เขาได้งาน เขามี‌รายได้ คนดูชอบ ก็โอเคทั้งสองฝ่าย เป็นเรื่องเล็ก‌มากๆ แต่ในประเด็นที่ว่าเอาเขามาทำอะไร มาโป๊มา‌
เปลือย มาทำสิ่งไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ไม่ถูกกาล‌เทศะ อันนี้ผมไม่เห็นด้วย”

ขั้นตอนการตัดสินหากไม่เที่ยงตรง ก็อาจเกิด‌กรณีเดียวกับรายการชิงช้าสวรรค์ ซึ่งเคยตกเป็นข่าว‌ฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อคณะครูและนักเรียน‌
โรงเรียนแห่งหนึ่ง ยื่นจดหมายขอความเป็นธรรมถึงปัญญา นิรันดร์กุลผู้บริหารเวิร์คพอยท์ ให้‌ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการตัดสินไม่โปร่งใสเมื่อ‌
ต้นปีที่ผ่านมาธีรวัฒน์ ยังเล่าขั้นตอนการออดิชันรายการเดอะ ‌วอยซ์ ไทยแลนด์ ให้ฟังด้วย...

“สโลแกนเราต้องตัวจริงเสียงจริงเท่านั้น อย่าง‌การออดิชัน คนที่ชอบร้องเพลง ร้องเก่ง คิดว่าเสียง‌ตัวเองดี ก็แห่กันมาสมัครกันล้นหลาม แต่บางทีเรา‌
รู้จักนักร้องเก่งๆ ศิลปินเจ๋งๆ ก็ลองชวนเข้ามาร่วม‌รายการ มาเป็นสีสัน เขาไม่มาก็จบ ไม่ว่ากัน ถ้าเรา‌อยากได้มากๆ ก็ตื๊อเค้า แต่ไม่ใช่ซื้อ ไม่มีว่าจ้าง คน‌
พวกนี้เค้าเป็นศิลปิน เอาเงินไปกองให้เขาก็ไม่มา‌หรอก เขามีศักดิ์ศรี เป็นศิลปินตัวจริง”

ด้านกุ๊บกิ๊บสาวมั่น อดีตผู้เข้าร่วมแข่งขันราย‌การหาคู่สุดฮอต“เทก มี เอาต์ ไทยแลนด์”ทางช่อง 3 เผยสั้นๆ จากประสบการณ์ตรงว่า หากจะมีการ‌
โกงเกิดขึ้น ความผิดนั้นน่าจะมาจากเจตนาของผู้เข้าร่วมรายการมากกว่า

“ตอนไปสัมภาษณ์คัดเลือก ทีมงานจะต้องเช็ก‌อย่างละเอียดยิบทุกซอกทุกมุม ว่าผู้เข้าร่วมแข่งขัน‌โสดสนิทหรือเปล่าซุกแฟนไว้ไหม นั่งคุยตั้งแต่‌
ประสบการณ์ความรัก การออกเดต ความสนใจ ไลฟ์‌สไตล์ ทุกเรื่องราว ดิฉันก็เล่าเรื่องจริงทุกอย่าง ไม่โก‌หกปิดบังอะไรทั้งนั้น

กรณีเทก มี เอาต์ นี่ดิฉันว่าไม่มีเตี๊ยมนะคะไม่มีสคริปต์ ไม่มีบอกบทอะไรทั้งนั้น ทีมงานคงต้อง‌เหนื่อยมากแน่ๆ กับการสกรีนคนเข้ามาร่วมรายการ ‌
ต้องโทษผู้เข้าร่วมแข่งขันมากกว่า บางคนอาจจะมี‌แฟนอยู่แล้ว แต่บอกว่าตัวเองโสด มาออกรายการ‌เพราะอยากดัง สุดท้ายเมื่อมีการตรวจสอบและ
ถูกจับได้ว่าซุกแฟน ก็คงต้องโดนตัดออกจากการ‌แข่งขันไป”

สอดคล้องกับกิ้งส์-วัชรี คุปตารักษ์โปรดิวเซอร์‌รายการตีสิบ ที่ยืนยันว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในรายการ‌ต้อง“จริง”หมด หากทางรายการทำอะไรไม่จริง ‌
รายการคงไม่ได้รับการตอบรับมากมาย และยืนยาว‌มานานได้ถึงขนาดนี้

“ในรายการตีสิบ ช่วงดันดารา เราเปิดรับคนทางบ้าน โดยการส่งจดหมายเข้ามา ใครน่าสนใจเรา‌ก็เรียกมาแสดงความสามารถ ซึ่งเขาต้องโชว์ออกมา‌
ให้หมดว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง บางทีเราก็เห็น‌อะไรบางอย่างจากเขา ถ้ามันพัฒนาต่อได้ เราก็ให้‌เขาไปฝึก แล้วมาทดสอบให้เราดูใหม่

บางคนสมัครมา 2 สัปดาห์แล้วได้แสดงในราย‌การเลย เพราะตรงกับคอนเซปต์ที่เราวางไว้ แต่บาง‌
คนก็ใช้เวลา 2 ปีกว่าจะได้ออกรายการ แต่ความ‌สามารถของทุกคนเราบันทึกข้อมูลไว้หมด เมื่อไหร่ที่‌คอนเซปต์ตรงกับความสามารถของคุณ คุณก็จะได้‌มาออกในรายการ

สำหรับช่วงซื้อความลับของคน เราเริ่มจากทีม‌งานคุยกันเองว่าใครมีความลับอะไรที่อยากจะเปิด‌เผย และเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นได้บ้าง แม้ความ‌ลับจะต้องอยู่กับตัวของเราเอง แต่ถ้าเราคุยให้คนอื่น‌
ฟังก็อาจจะดีกับคนอื่น เหมือนเป็นการทำบุญทาง‌อ้อม อย่างเรื่องของโจรขโมยของใต้รถทัวร์ ถ้าเขาไม่‌บอกก็ไม่มีใครรู้ แต่เขาอยากเผย เพื่อไม่อยากให้การ‌ขโมยของใต้รถทัวร์ขยายตัว พอเขาเลิกทำก็ขอเอา‌
เรื่องตัวเองมาเป็นการเตือน พอนำเสนอไป คนที่เดิน‌ทางได้ประโยชน์ตรงนี้ ทำให้ระมัดระวังตัวมากขึ้น”

วัชรี ยังเผยอีกว่า มีคนมาขายความลับสัปดาห์‌ละ 5-6 ฉบับ“ส่งเมลบ้าง จดหมายบ้าง โทร.เข้ามาบ้าง บางทีไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่เพื่อนฝูง
โทร.มาให้ก็มี ซึ่งถ้าเรื่องไหนใช้ได้ สอนคนได้ มีที่มา‌ที่ไป น่าเชื่อถือ และนำไปสู่อะไรได้ เราถึงจะคุยกับ‌เจ้าตัว ถ้าเรื่องยังอ่อนๆ ยังไม่มีทั้งแง่บวก แง่ลบเราก็จะไม่รับ”

"ในส่วนของเงื่อนไขสัญญา เรามีข้อตกลงกับคนขายความลับว่าจะไม่นำเสนอเรื่องราวนี้กับรายการอื่น จนกว่ารายการจะออกอากาศ คือบางที มันมีคนขายเรื่องไปทุกรายการ บางทีเราจับได้ว่าเคยออกรายการอื่นก็จะไม่ติดต่อไป เป็นอันรู้กัน ส่วนเรื่องที่ขาย ต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง การพิสูจน์แล้วแต่เรื่อง ดูลักษณะการพูดว่าจำคนอื่นมาเล่าหรือเปล่า บางคน พอซักไปซักมาก็จนมุม ตอบอะไรไม่ได้"

หลังม่านเตี๊ยมโชว์

รายการจันทร์พันดาว โจ๊ะพรึมพรึม โดยบริษัท ‌เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย ออกอากาศทางช่อง 7 สี เป็นอีกหนึ่งรายการที่เปิดโอกาสให้คนทางบ้าน‌
มีเวทีมาประกวดร้องเพลง ซึ่งแต่ละเดือนมีผู้ส่ง‌จดหมายเข้ามาไม่ต่ำกว่า 500 ฉบับ โดยรายการจัด‌เหลือเพียงเดือนละ 8 คนเท่านั้น ที่มีโอกาสชิงเงิน‌
รางวัลที่สูงถึง 1 ล้านบาท

กฤษฏิ์ ชูพินิจผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการ‌จันทร์พันดาว กล่าวถึงการคัดเลือกคนที่จะเข้ามายืน‌อยู่บนเวทีว่า ต้องการเปิดเวทีและให้โอกาสแก่คน‌
ทั่วไป ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัย ไม่จำกัดวุฒิการ‌ศึกษา ไม่ต้องเป็นคนหน้าตาดี ให้มีโอกาสแสดงออก‌ถึงความสามารถด้านการร้องเพลง และมีเป้าหมาย‌
ในชีวิตว่าอยากแก้ไขปัญหาเรื่องอะไร ต้องการนำเงินรางวัล 1 ล้านบาทไปทำอะไร

“การคัดเลือกคนเข้ามาแข่งขันมีหลักสำคัญ 3 ข้อ คือ ข้อแรกจะต้องร้องเพลงได้ตามมาตรฐาน‌ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องร้องเพลง
ดีเลิศ เก่งสุดยอด ข้อสองจะต้องมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายว่าต้องการนำเงินรางวัลไปแก้ปัญหา‌และทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างไร สุดท้าย คือ คนที่มาร้อง‌
ในรายการจะต้องเป็นคนที่ไม่ท้อแท้สิ้นหวังกับชีวิต‌ตัวเอง และพร้อมจะสู้ เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเกิด‌แรงบันดาลใจให้กับคนดู”

สำหรับศราวุธ สุทธิประภาหรือ“วุธโมเดลลิ่ง”เอง ก็มีประสบการณ์พาเด็กในสังกัดไป‌แคสติงเพื่อออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ เขาเล่าว่า ‌เบื้องต้นจะต้องเข้าใจรูปแบบรายการนั้นๆ ให้ถ่อง‌
แท้ แล้วก็ทำตามขั้นตอนการสมัคร ตั้งแต่ส่งรูปถ่าย‌และประวัติเข้าไปก่อน หรือพาตัวไปให้ดูก็มี บางราย‌การหากรู้จักสนิทสนมกับทีมงานก็ถามไถ่กันได้เลย ‌
หรือบางรายการเคยเห็นรูปหรือรู้ว่าทางโมเดลลิงมี‌เด็กแบบนี้ก็ติดต่อมาเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องผ่าน‌กระบวนการแคสติงกันในสตูดิโออีกที

“รายการที่เคยพาไป เช่น สุขศึกสุดซ่า ช่อง 3 ‌ขบวนการฟันน้ำนม ทางไทยพีบีเอส หลานปู่กู้อีจู้ ‌โมเดิร์นไนน์ ซึ่งรายการเหล่านี้เป็นรายการเด็ก เรา‌
จะพาน้องๆ ไปออดิชัน การที่จะได้ออกแต่ละราย‌การยากมาก ต้องรอเขาคัดแล้วคัดอีก คนอยากเข้า‌วงการเยอะ แต่จะเกิดยากมาก”

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการประกวดเพื่อเฟ้น‌หาดาวดวงเด่นจากเวทีใหญ่หรือเล็ก สิ่งสำคัญ คือ ‌ดวงดาวเหล่านั้นมีคุณภาพหรือเปล่า หรือมีแค่เสน่ห์ ‌
หรือแค่หล่อสวย หรือตลกโปกฮา เพื่อสร้างสีสันให้กับรายการ เพื่อที่รายการจะได้ตัดต่อออกอากาศแล้วทำให้เรตติ้งดีจนเกิดเป็นทอล์กออฟ เดอะ ทาวน์ ในวันต่อมา

วรรณ์ขวัญ พลจันทร์อาจารย์ประจำภาควิชา‌ศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัย‌กรุงเทพ (อดีตกรรมการคัดเลือก ครูสอนการแสดงและครูใหญ่ประจำบ้านเอเอฟ 2 และ 3) เล่าว่า การ‌
คัดสรรคนมาร่วมรายการขึ้นอยู่ที่ผู้ผลิตว่าต้องการ “คุณภาพ”หรือต้องการ“ขาย”

“ขายในที่นี้ คือ ขายรายการได้ เพื่อจะขาย‌โฆษณาได้ นั่นหมายถึงเม็ดเงินที่มากมายมหาศาลส่วนคำว่าคุณภาพ ก็ขึ้นอยู่ว่าเป็นคุณภาพของรูป‌แบบรายการประเภทใด หากเป็นรายการแข่งขัน‌
ร้องเพลง ก็ต้องเน้นคุณภาพในการร้อง แข่งขันเต้นก็ต้องเต้นอย่างมีคุณภาพ หรือแข่งขันด้านการแสดงก็ต้องแสดงอย่างมีคุณภาพ หากรายการที่เน้น‌คุณภาพแล้วบังเอิญว่าคุณภาพมันมาพร้อมกับรูป‌
ร่างหน้าตาและเสน่ห์ที่มีอยู่ของผู้เข้าแข่งขัน ก็เป็น‌สิ่งที่ดีที่ทางรายการจะสามารถคัดเลือกคนที่‌เหมาะสมที่สุดได้ง่ายขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุด คือ ผู้บริโภคต้องรู้ทันกระบวน‌การคัดสรรของรายการต่างๆ อีกทั้งยังต้องมีพลังในการต่อสู้กับรายการที่เน้นขายเพียงอย่างเดียว เรามีสิทธิไม่ดูรายการที่เราคิดว่าไม่น่า
ดูได้ เรามีสิทธิต่อกรกับความไม่ชอบมาพากลของรายการต่างๆได้ซึ่งจากกรณีไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ น่าชื่นชมตรงที่เราเริ่มเห็นว่า ผู้บริโภครู้ทันกระบวนการคัดสรรของทางรายการ และมีพลัง‌
ในการต่อกรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต่อไปควรจะมีอย่างนี้‌เกิดขึ้นเยอะๆ”

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน