
ต้องคิดถึงประชาชน
จำลอง บุญสอง
สถานการณ์การท่องเที่ยวภายใต้บรรยากาศการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างเหลืองแดง ที่กำลังเข้มข้นขึ้นนั้นคงไม่น่าพิสมัยสำหรับผู้ประกอบการการท่องเที่ยวนัก เพราะสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อการตัดสินใจเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่าเรื่องใดๆ
เหตุการณ์ยึดสนามบินของฝ่ายเสื้อเหลืองในอดีตสร้างความพินาศเสียหายให้แก่วิสาหกิจท่องเที่ยวได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวของชาติ การทำลายการประชุมและยึดพื้นที่บางส่วนใน กทม. ของฝ่ายแดงก็ส่งผลเสียหายต่อการท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อมา
คุณมัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ ให้ความเห็นเรื่องนี้ต่อสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่า เรียกร้องว่าชาวต่างชาติมองว่าการชุมนุมเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการปกครองแบบประชาธิปไตย แต่ที่เขากังวลก็คือความรุนแรงซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
คุณมัยรัตน์ขอร้องให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงเรื่องนี้
ผมเคยมีประสบการณ์เรื่องการท่องเที่ยวกับสงครามกลางเมืองในประเทศเนปาลมาก่อน กล่าวคือหลังจากที่รัฐบาลของกษัตริย์เนปาลในยุคโน้นไปยึดอำนาจจากรัฐบาลนายทุนแล้ว รัฐบาลนายทุนได้หันไปร่วมมือกับพวก
“เหมาอิสต์” ที่ใช้การต่อสู้ด้วยอาวุธ ภายใต้ยุทธวิธี “ชนบทล้อมเมือง” อยู่ในเขตป่าเขาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเนปาลรายได้หลักของประเทศเนปาลนั้น การท่องเที่ยวถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักของรายได้แห่งชาติ ฝ่ายเหมาอิสต์เห็นว่า ถ้าพวกเขากระทำความรุนแรงต่อนักท่องเที่ยวไม่ว่าประการใดก็ตาม เท่ากับว่าเป็นการทำร้ายประชาชนซึ่งเป็นแนวร่วมของเขาไปด้วย ดังนั้นพวกเหมาอิสต์จึงระวังในเรื่องนี้แถมเข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี จนนักท่องเที่ยวกลายเป็นแนวร่วมที่ดีของฝ่ายเหมาอิสต์ไป
ผมเรียนว่าความรุนแรงอันเกิดจากการต่อสู้ทางการเมืองไม่ว่าจะเกิดจากกระทำของฝ่ายใดก็ตาม ย่อมส่งผลต่อรายได้และความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่ว่าทางตรงก็ทางอ้อมอย่างแน่นอน ขอให้ทุกฝ่ายที่กำลังต่อสู้กันอยู่ในขณะนี้และจะเกิดขึ้นในอนาคต ได้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้วย เพราะประชาชนคือข้ออ้างของการเมืองของท่านทั้งหลายอยู่ไม่ใช่หรือ?







