posttoday
เรื่องเศร้าของข้าหลวง (เฟินในเมืองไทย)

เรื่องเศร้าของข้าหลวง (เฟินในเมืองไทย)

15 มิถุนายน 2555

เฟินและพืชกลุ่มใกล้ชิดปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของเมือง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม

เฟินและพืชกลุ่มใกล้ชิดปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของเมือง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่บรรยากาศแตกต่างออกไปจากป่าดิบชื้นหรือป่าฝน สภาพอากาศของเมืองที่เต็มไปด้วยบ้านเรือน ป่าคอนกรีตและพื้นผิวจราจรอันหนาแน่น อุณหภูมิสูง ฝุ่นละออง เขม่า แก๊ส ไอพิษจากสารเคมีนานาชนิดและภาวะความชุ่มชื้นต่ำ สิ่งเหล่านี้บั่นทอนโอกาสที่เฟินจะเติบโตขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศได้ครบวงชีพ อุณหภูมิอาจสูงมากในช่วงเวลากลางวันและอาจลดลงในยามเย็นและกลางคืน เมื่อความชุ่มชื้นเพิ่มสูงขึ้น แม้ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกเมื่อย่างเข้าฤดูฝน แต่สภาพเมืองใหญ่ทำให้ความชื้นสูญสิ้นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอุณหภูมิจากพื้นผิวคอนกรีตของตึกสูงและพื้นผิวถนน แม้จะมีการรณรงค์ให้ปลูกต้นไม้ริมถนนและจัดสร้างสวนสาธารณะขึ้นหลายแห่ง แต่บรรยากาศของสวนในเมืองหรือสวนป่าชานเมืองหาได้มีบรรยากาศใกล้เคียงกับป่าดิบชื้นในธรรมชาติ เฟินซึ่งพบว่ามีงอกขึ้นเองในเขตเมืองใหญ่มักจะเป็นเฟินทนแดดที่สามารถงอกขึ้นได้ตามผิวเปลือกต้นไม้ใหญ่ข้างถนน เช่น ต้นจามจุรี หรือต้นก้ามปู ต้นประดู่กิ่งอ่อน ต้นปาล์มน้ำมัน เหตุผลที่ไม้ยืนต้นดังกล่าวมีเฟินอิงอาศัยมาขึ้นอย่างหนาแน่น อาจเนื่องจากผิวเปลือกของมันหยาบดูดซับน้ำได้ดี และมีร่องหลืบให้รากเฟินได้ชอนไชเข้าไปยึดเกาะ นอกจากนี้ กิ่งก้านสาขาของไม้ต้นดังกล่าวยังช่วยกรองแสงแดด ทำให้อุณหภูมิไม่สูง พอเหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเฟินอิงอาศัยดังกล่าว ต้นไม้บางชนิดน่าจะเป็นที่อาศัยของราบางชนิด เช่น ไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยให้ต้นอ่อนหรือสปอร์โรไฟต์ของเฟินหลายสกุล หลายชนิดเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ต้นขนุนขนาดใหญ่ที่มีอายุมากมีผิวเปลือก แตกปริเป็นร่องเล็กๆ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อราได้เป็นอย่างดี ไม้ยืนต้นในวงศ์ยางนา (Dipterocarpaceae) และวงศ์ยางพารา (Euphorbiaceae) มีสภาพที่เหมาะสมแก่เฟินอิงอาศัยหลายชนิด

เรื่องเศร้าของข้าหลวง (เฟินในเมืองไทย)

 

เมืองใหญ่ของอาเซียนที่มีเฟินขึ้นอยู่ตามกิ่งก้านหรือลำต้นไม้ใหญ่และมีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผู้เขียนยกย่องให้กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซียเป็นอันดับหนึ่ง ที่เป็นเช่นนี้เพราะสภาพดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวย ประกอบกับสำนักการจัดการภูมิทัศน์ของมาเลเซีย ประกอบด้วยผู้บริหารจัดการที่มีความรู้และตั้งอกตั้งใจทำงาน ผลงานจึงออกมาได้ดี จะเป็นรองอยู่ก็แต่สิงคโปร์เท่านั้น ส่วนฟิลิปปินส์นั้น แม้สภาพอากาศจะเอื้ออำนวย แต่ขาดการบริหารจัดการที่ดีจึงมีเฟินที่สวยงามสมบูรณ์อยู่เฉพาะบางจุดที่น่าชม คือในบริเวณแคมปัส (วิทยาเขต) ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ทั้งที่ยูพีดิลิมาน (U.P.Diliman) และยูพีลอสบานโยส (U.P.Los Banos) ที่ลากูนา สำหรับประเทศไทยนั้น กทม.ของเรายังแสดงฝีมือได้ไม่เข้าขั้น ทำให้เกิดความน่าเกลียดมากกว่าจะสวยงาม ดูเผินๆ คล้ายกับจะทำงานอย่างคนขยัน แต่ผลที่ออกมาเป็นการทรมานพืชอย่างเห็นได้ชัด น่าสงสารเฟินข้าหลวง (Bird’s nest fern : Asplenium nidus) ที่ถูกจับมัดกอละ 34 ต้น เอาขึ้นไปมัดติดกับต้นไม้ขนาดปานกลางตามแนวถนนพระรามสี่ ตลอดสายคลองเตย สวนลุมพินี สีลม ไปจนถึงหัวลำโพง ผลก็คือเฟินเหล่านั้นขาดทั้งน้ำ ความชื้น ไม่อาจทนภาวะอากาศแห้งแล้งร้อนระอุและไอพิษจากเขม่าท่อไอเสียรถยนต์บนถนนพระรามสี่ได้ จึงมีสภาพที่น่าสังเวช อยากให้ผู้บริหารบน กทม. ลงไปดูด้วยตาของตนเอง หากท่านผู้ว่าการฯ โชคดีลูกน้องของท่านไม่รีบไปปลดทุกข์ให้เฟินข้าหลวงเหล่านั้น ท่านคงได้เห็นกับตาตนเองว่าสภาพของเฟินเหล่านั้นเป็นอย่างไร และโปรดอย่าลืมว่าเฟินเป็นพืชที่มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน มันไม่ใช่ก้อนหิน ก้อนกรวด หากท่านจะเลือกชนิดพันธุ์พืชที่จะปลูกตามแนวถนนที่มีสภาพแวดล้อมสุดแย่ เช่นถนนพระรามสี่ หรือถนนสายใดในกรุงเทพฯ ควรพิจารณาให้ดีและเลือกพันธุ์ไม้ที่มีความทรหดอดทนสูงจึงจะอยู่ได้

ว่ากันตามความจริง หากจะพิจารณาในแง่ของสภาพภูมิทัศน์ในเมืองใหญ่แล้ว การเอาไม้ดอกไม้ประดับที่ใช้ประโยชน์แบบผักชีโรยหน้าดูจะเป็นการผลาญงบประมาณ ผันงบไปซื้อพันธุ์ไม้เสียกว่าจะทำให้เกิดผลดีอย่างยั่งยืน น่าจะพิจารณาคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงให้ดี เพราะรู้สึกว่าไม่เคยได้รับการตอบสนองจากภาครัฐ ทั้งๆ ที่มีคำขวัญเรื่องนี้อยู่ทั่วประเทศ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก