posttoday

ไม้ป่าเชิงเขาใหญ่ที่นครนายก

08 มิถุนายน 2555

วันหยุดสุดสัปดาห์ ปลายเดือน พ.ค.ขับรถขึ้นไปเที่ยวแถวๆ จ.นครนายก จึงถือโอกาสแวะที่เขื่อนขุนด่านปราการชลที่บ้านท่าด่านได้เห็นระดับน้ำในเขื่อนที่เหลืออยู่ต่ำสุด

โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม

วันหยุดสุดสัปดาห์ ปลายเดือน พ.ค.ขับรถขึ้นไปเที่ยวแถวๆ จ.นครนายก จึงถือโอกาสแวะที่เขื่อนขุนด่านปราการชลที่บ้านท่าด่านได้เห็นระดับน้ำในเขื่อนที่เหลืออยู่ต่ำสุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลความปลอดภัยของเขื่อนกล่าวว่ากำลังรอการมาของน้ำ ซึ่งจะไหลมาจากน้ำตกเหวนรกเข้าเขื่อนในปีนี้ น้ำที่ว่านี้ได้มาจากเทือกเขาของเขาใหญ่ ซึ่งเป็นตัวรับน้ำฝนที่ตกลงมาในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่วนหนึ่งจะไหลระบายออกมาสู่เขื่อนแห่งนี้ก่อนที่จะถูกปล่อยให้เป็นประโยชน์แก่ชาวไร่ชาวนาและชาวสวน ทั้งในนครนายก ปราจีนบุรี และจังหวัดที่อยู่ตอนล่าง

เขื่อนนี้เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดน้ำยาวประมาณ 2,593 เมตร รับน้ำได้ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ชาวไร่ชาวสวนได้น้ำมาทำการเกษตรและบริโภคใช้สอยเป็นที่เพาะพันธุ์ปลาและที่สำคัญคือ ช่วยลดความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งเคยเกิดขึ้นในอดีต ความเป็นมาของเขื่อนแห่งนี้น่าสนใจนัก แต่เนื่องจากเนื้อที่ในฉบับนี้มีไม่พอ จึงจะขอเล่าเรื่องที่เป็นหลักของคอลัมน์นี้เสียก่อน

เท่าที่สังเกตดูขนาดน้ำในเขื่อนยังมาไม่มาก แต่น้ำยังมีสีน้ำตาลอมสีส้ม แสดงให้เห็นถึงตะกอนหน้าดินภูเขาที่ถูกชะล้าง (Leaching) ลงมา คุณภาพน้ำเช่นนี้ไม่น่าลงไปอาบน้ำดำผุดดำว่ายสักเท่าใด ค่าที่มีตะกอนอนุภาคของซิลต์ (Silt) อยู่มากนั่นเอง

ไม้ป่าเชิงเขาใหญ่ที่นครนายก

 

โชคดีที่สภาพอากาศเป็นใจครึ้มฟ้าครึ้มฝน จึงทำให้แดดไม่ร้อนจัดมาก แต่กระนั้นก็ตามเราต้องเข้าไปนั่งคุยกับยามรักษาการณ์ ซึ่งเป็นทหารผ่านศึกที่คอยระมัดระวังมิให้ผู้มาเที่ยวข้ามแนวรั้วลวดเหล็ก ซึ่งขึงกันมิให้นักท่องเที่ยวข้ามลงไปยืนบนแนวคันก้อนหินแกรนิต ซึ่งถมลงไปตามแนวลาดของคันถนนตามความลึกของเขื่อน ระหว่างนั้นนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเริ่มปีนข้ามแนวรั้วเส้นลวดออกยืนถ่ายภาพแนวเขื่อนนับเป็นอันตราย เพราะหินแกรนิตที่ถมอยู่นั้นมิได้เชื่อมกันด้วยปูนซีเมนต์ ทำให้มีช่องว่าง ซึ่งหากก้อนหินเคลื่อนที่อาจทำให้คนที่ยืนอยู่เสียหลักล้ม และตกลงไปตามแนวความลาดชันของเขื่อนอาจเป็นอันตรายถึงบาดเจ็บแขนขาหักหรือศีรษะฟาดก้อนหินเสียชีวิตก็เป็นได้ ความจริงตลอดแนวเขื่อนมีการติดตั้งกล้องทีวีวงจรปิดเอาไว้หลายตัว ใช้ตรวจสอบพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในบริเวณเขื่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ามาท่องเที่ยว ผู้เขียนมีความเห็นว่าทางเขื่อนน่าจะหาไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มาปลูกบริเวณลานจอดรถและตามไหลถนนให้มากกว่าเดิม เพราะหากแสงแดดออกเต็มที่บริเวณสันเขื่อนจะร้อนมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดโล่งแนะนำให้หาต้นไม้ที่เป็นพืชพื้นเมืองของไทยที่มีดอกสวยงาม ให้ร่มเงาไปด้วยในตัว ไม่ว่าจะเป็นอินทนิลน้ำ ตะแบกนา เสลา หรือแม้แต่ไม้พุ่ม เช่น ยี่เข่ง ซึ่งพืชเหล่านี้หาได้ไม่ยากและเติบโตรวดเร็ว ตามแนวคันหินซึ่งถมไว้ หากไม่บดบังภูมิทัศน์อาจหาไม้ยืนต้นวงศ์ไทร หรือมะเดื่อมาปลูกโดยการตัดแต่งควบคุมทรงพุ่มให้เหมาะสมกับความต้องการ ระบบรากจะช่วยยึดก้อนหินให้มั่นคง และเป็นการช่วยลดความหยาบกระด้างของแนวก้อนหินแกรนิตเหล่านั้นได้ไม่มากก็น้อย สำหรับหญ้าสนามซึ่งเหมาะสมสำหรับบริเวณนี้น่าจะได้แก่ หญ้าเชนต์ หรือเซนต์ออกัสตินด่าง (Stenotaphrum Secundatum Variegatum) ซึ่งมีลำต้นทอดเลื้อยแตกสาขายึดดินได้ดี มีใบด่างเป็นแถบสีขาวสลับสีเขียวเป็นพื้น ดูแลรักษาง่าย และขึ้นได้แม้จะขาดน้ำเป็นบางช่วง นับว่าทนทานกว่าหญ้ามาเลเซียและหญ้าญี่ปุ่น

จากเขื่อนขุนด่านเราเข้าไปแวะเยือนอุทยานวังตะไคร้ของมูลนิธิจุมภฏพันธุ์ทิพย์ ซึ่งไม่ได้เข้าไปเสียหลายปี เรามีความหลังกับสวนวังตะไคร้อยู่ไม่น้อย เนื่องจากสนิทสนมกับผู้จัดการสวนท่านแรกคือ จมื่นเสน่ห์ รุ่งเรื่องสุข และ ม.ร.ว.มณฑลี รุ่งเรื่องสุข นอกจากนี้ยังมีความเคารพนับถือในตัวของท่านเจ้าของสวน คือ คุณท่าน ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ชายาของเสด็จในกรม (กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจ) ซึ่งเรามักทราบในพระนามว่า “พระองค์จุมภฏ”

ไม้ยืนต้นในอุทยานวังตะไคร้ที่โดดเด่นเป็นหลักของสวนมีสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ ไม้ท้องถิ่นในวงศ์ไทรและมะเดื่อ (Ficus spp.) และปาล์มหรือหมากป่าต่างๆ ดังจะเห็นได้ว่าลำธารสายใหญ่ ซึ่งไหลลงมาจากเทือกเขาใหญ่ มีชื่อว่าลำห้วยแม่ปล้อง ได้พัดพาเอาความอุดมสมบูรณ์ลงมา ตลอดแนวลำห้วยแม่ปล้อง เต็มไปด้วยไม้ยืนต้นใหญ่น้อย ไผ่ ปาล์ม ขึ้นอยู่หลากหลาย ปาล์มที่เหมาะสมหรับวังตะไคร้เป็นที่สุด ได้แก่ หมากแดง ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นนราธิวาสไปจนถึงเกาะบอร์เนียว อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายพันธุ์เช่นเดียวกับภาคใต้ของไทย เช่น บริเวณพรุบาเจาะ ซึ่งน่าเสียดายที่เราไม่สามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้ในปัจจุบัน หมากแดงนี้มีกาบใบสีแดงสะดุดตา แต่ชอบสภาพอากาศความชุ่มชื้นสูง แดดรำไร เช่นเดียวกับหมากงาช้าง ซึ่งลำต้นแตกกอคล้ายหมากเหลือง แต่ขนาดย่อมกว่ามีลำต้นสีเขียวสลับรอบ กาบใบเป็นปล้องเห็นชัดเจน จึงได้ชื่อดังกล่าว กาบใบเป็นสีครีม ก้านใบอ่อนสีแดง แต่จะจางไปเมื่อเกิดใบใหม่ หมากงาช้างชอบร่ม จึงปลูกไว้ตามริมลำธาร และใคร่ขอให้ทางอุทยาน ปลูกหมากแดงและหมากงอช้างให้มากขึ้นอีกเพราะดูบางตาลงไปมาก

มะเดื่อหรือไทรป่าหลายสิบชนิดพบตามธรรมชาติของวังตะไคร้ เนื่องจากมันขึ้นอยู่เองตลอดแนวลำห้วยแม่ปล้อง ไทรและมะเดื่อมีระบบรากที่เกิดมามีหน้าที่ยึดกรวด หิน ทราย มิให้ถูกกระแสน้ำพัดหายไปเสีย มันเป็นตัวบรรเทาสาธารณภัยให้ผู้ที่มาเล่นน้ำตลอดแนวลำธารในวังตะไคร้ มันเป็นยามรักษาการณ์ให้สวนวังตะไคร้ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าจ้าง แม้ค่าจ้างขั้นต่ำก็ไม่ต้องเสีย ต้นไทรและมะเดื่อหลายสิบชนิดเป็นของป่าที่พบตลอดเทือกเขาใหญ่ เมล็ดของมันแพร่กระจายมาโดยนกและสัตว์ป่าหลายชนิดทั้ง ลิง กระรอก บ่าง นก โดยเฉพาะนกเงือกหรือนกกะฮัง ชอบกินลูกไทร ลูกมะเดื่อเป็นชีวิตจิตใจทีเดียว เมล็ดของไทร และมะเดื่อจะงอกได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปสู่กระเพาะของสัตว์ดังกล่าว และถูกย่อยสลายโดยเอนไซม์หรือน้ำย่อยจากผนังกระเพาะสัตว์ดังกล่าว จากนั้นเมล็ดไทรและมะเดื่อจะงอกออกมาตามซอกคาคบไม้ หรือรอยแตกของผาหิน เติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ทั้งร่มเงา ให้สภาพความชุ่มชื้นป้องกันวาตภัยในช่องเขาและยึดตลิ่งมิให้โดนกระแสน้ำพัดพาเอากรวดหิน ดินทรายไปก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนหรือชีวิตผู้คนที่เข้ามาพักผ่อนในอุทยานวังตะไคร้

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ดันงบ 152 ล้านเหรียญ หวังฟื้นเรือนจำอัลคาทราซอีกครั้ง