posttoday
สื่อสารอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหา

สื่อสารอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหา

04 มิถุนายน 2555

ต้องยอมรับว่าปัญหาหนึ่งที่มักจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นและขยายวงออกไป ไม่ว่าจะในระดับสังคม

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

ต้องยอมรับว่าปัญหาหนึ่งที่มักจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นและขยายวงออกไป ไม่ว่าจะในระดับสังคม องค์กร หรือแม้แต่ในระดับครอบครัว ก็คือการสื่อสาร ซึ่งอาจอยู่ในรูปของการพูดคุย เจรจา ข้อเขียน หรือท่าทาง ภาษากาย โดยสาเหตุของปัญหาอาจมาจากผู้สื่อสาร ตัวสารเอง หรือผู้รับสารก็ได้

สาเหตุของความขัดแย้ง

วรพันธ์ โลกิตสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาพรบุ๊คส์ และนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ผู้เขียนหนังสือ “ชีวิตเลือกได้ Choose to Change” ได้พูดถึงสาเหตุของความขัดแย้งไว้ในชีวิตเลือกได้ว่าอาจมีสาเหตุ 4 ประการ ดังนี้

1.ความมีอคติมาก่อน ถ้าในทางบวกเป็นการมองคนในด้านดีด้านเดียว เช่น หากเป็นพวกพ้อง พูดอะไรมาก็ถูกหมด แต่ถ้ามีอคติในทางลบก็มักจะมองคนอื่นในแง่ร้ายไปเสียหมด ดังนั้นหากคนพูดนั้นเราไม่ได้มีความรู้สึกที่เป็นมิตรพูดอะไรก็รู้สึกไม่เข้าหู หรือหากไม่วางใจใครให้คนนั้นพูดอย่างไรก็ไม่อยากเชื่อ ไม่อยากฟัง

2.การสื่อความหมายทางวาจา ไม่ว่าน้ำเสียง ความชัดถ้อยชัดคำ หรือการเลือกใช้ภาษา มีผลอย่างยิ่งต่อการตีความของของผู้ฟังหรือผู้รับสาร ทำให้เกิดการไม่ยอมรับ ทั้งๆ ที่เนื้อหาดี แต่วิธีการพูดคนฟังรับไม่ได้

3.การสื่อความหมายผ่านพฤติกรรม หรือท่าทาง เช่น การแสดงออกทางสีหน้า สายตา และการเคลื่อนไหวต่างๆ ของร่างกาย

4.ความไม่รู้จริง อาจเป็นได้ทั้งผู้ส่งสารและรับสาร หากไม่มีความรู้จริงในเรื่องนั้น แต่อยากทำเป็นผู้รู้ก็อาจกลายเป็นสอดไม่ถูกที่ ในทางตรงข้ามหากผู้รับสารไม่รู้ข้อเท็จจริงก็จะกลายเป็นความโง่เขลา ไม่เปิดใจรับฟัง ติดอยู่กับความเชื่อความเข้าใจที่ผิดๆ ของตัวเอง

สื่อสารอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหา

 

เทคนิคสื่อสารไม่ให้เกิดปัญหา

การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่ว่าจะระดับสังคม เช่น นักการเมือง ข้าราชการ หรือผู้บริหารประเทศ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ได้เสียของประชาชนคงหนีไม่พ้นที่จะต้องรับฟังข้อแนะนำหรือคำวิจารณ์จากประชาชน หรือสื่อมวลชนที่มีบทบาทในการสะท้อนความรู้สึกของประชาชนออกมา และส่งสารไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องอันเป็นบุคคลสาธารณะเพื่อให้การบริหารบ้านเมืองเป็นไปอย่างถูกต้องโปร่งใส

รวมถึงการสื่อสารในองค์กรธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลาย เช่น ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และผู้ส่งมอบวัตถุดิบ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนกระทั่งการสื่อสารในสถาบันครอบครัว หากจะสื่อสารกันแล้วไม่เกิดปัญหา วรพันธ์ บอกว่า ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ

สิ่งแรกวรพันธ์ บอกว่า ให้พิจารณาตนเองก่อนว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีหน้าที่ในการงานนั้นๆ หรือมีส่วนได้เสียหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีหากแนะนำไปก็จะเป็นการล่วงล้ำหน้าที่การงานผู้อื่น เว้นแต่ผู้รับสารจะยินยอมขอคำปรึกษา

“สอง หากเราเป็นผู้รับสารก็ต้องมองเจตนารมณ์ของผู้ส่งสารว่าเขามีหน้าที่อะไร หรือมีส่วนได้เสียหรือไม่ การวิจารณ์นั้นเพื่อปิดจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็งใช่หรือไม่ และต้องเข้าใจว่า ความแตกต่างระหว่างคำวิจารณ์กับการด่าทอเสียดสีนั้นต่างกัน”

วรพันธ์ ยังบอกอีกว่า หากจะให้คำแนะนำหรือวิจารณ์ผู้อื่น ก็ควรคิดก่อนพูด เลือกใช้ภาษาที่ส่งเสริมกำลังใจ มีข้อความแนะนำครบถ้วนและแสดงออกว่าต้องการช่วยเหลือแก้ไข นอกจากนี้ทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารจำเป็นจะต้องรู้บุคลิกภาพของแต่ละฝ่ายเพื่อไม่เกิดปัญหาการตีความจากน้ำเสียง ภาษา หรือท่าทาง พร้อมควรสอบค้นประเด็นเนื้อหาเพิ่มเติมในเรื่องที่ได้รับคำแนะนำหรือคำวิจารณ์เพราะอาจทำให้เรามีข้อมูลใหม่เพิ่มเติม

วรพันธ์ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการสื่อสาร คือ หลีกเลี่ยงการตอบโต้โดยทันที เพราะจะทำให้เกิดการโต้แย้งได้ง่าย เนื่องจากพฤติกรรมของมนุษย์มักจะเข้าข้างตัวเอง และการที่เสนอความเห็นนั้นก็เพื่อให้คนอื่นเห็นด้วยและยอมตาม หากไม่เห็นด้วยก็จะพยายามโน้มน้าวชักจูง โต้ไปโต้มาอาจสร้างปัญหาได้

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง