
น่าสมเพชไหม ได้ชดเชยน้ำท่วม70บาท
หลายเดือนที่ผ่านมามีชาวบ้านหลายพื้นที่ หลายตำบล หลายอำเภอ ของ จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา
หลายเดือนที่ผ่านมามีชาวบ้านหลายพื้นที่ หลายตำบล หลายอำเภอ ของ จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา
ออกมาชุมนุมประท้วงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยันถึงรัฐบาลผ่านตัวแทนของรัฐระดับ อบต. เทศบาล ผู้ว่าราชการจังหวัด หลายต่อหลายครั้ง โดยมีสาเหตุของการชุมนุมประท้วงอันเนื่องมาจากไม่ได้รับเงินช่วยเหลือความเสียหายกรณีน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาตามคำมั่นสัญญาของรัฐบาลที่โฆษณาชวนเชื่อไว้กับประชาชน หรือได้รับการช่วยเหลือแต่ก็ได้แค่หลักสิบ หลักร้อยบาท ไม่ตรงกับคำอวดอ้างของรัฐบาลเลย
รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยให้สัญญาผ่านการให้สัมภาษณ์ การซื้อหน้าโฆษณาในสื่อหนังสือพิมพ์ และจัดทำเอกสารแผ่นพับเผยแพร่แก่ประชาชนทั่วไปว่า รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมหลากหลายมาก อาทิ
น้ำท่วมบ้านที่อยู่อาศัยประจำจะได้รับเงิน 5,000 บาท ทุกครัวเรือนเท่ากันหมด
หากน้ำท่วมทำให้บ้านเรือนเสียหายทั้งหลังจะจ่ายไม่เกิน 3 หมื่นบาท และกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีจะช่วยเหลือค่าวัสดุก่อสร้างอีกไม่เกิน 2.4 แสนบาทต่อหลัง
ถ้าบ้านเสียหายบางส่วนก็จะจ่ายเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อหลัง
ส่วนทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพและหรือเงินทุนประกอบอาชีพเสียหาย ก็จะช่วยเหลือเท่าที่จ่ายจริงครอบครัวและไม่เกิน 1 หมื่นบาท
นอกจากเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือน อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้สำหรับการทำมาหากินแล้ว รัฐบาลยังใจป้ำโฆษณาว่าจะจ่ายไม่อั้นทั้งเรื่องเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมอีก 1.25 แสนบาทต่อราย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้บาดเจ็บ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกอีกไม่เกิน 5,000 บาทต่อครอบครัว ส่วนนักเรียนนักศึกษาที่บิดามารดาหรือผู้อุปการะเสียชีวิตจะได้รับค่าอุปกรณ์การเรียนไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน และค่าใช้จ่ายตามภารกิจประจำวันอีก 500 บาทต่อคน
หน่วยงานที่มีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำมั่นสัญญาดังกล่าว ตามที่รัฐบาลมอบหมายคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ทั้ง อบต. เทศบาล สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แต่ละจังหวัด และสำนักงานเขตของ กทม.
นอกจากนี้ ยังมีโฆษณาว่าจะจ่ายค่าเสียหายทางการเกษตร ทางประมง ปศุสัตว์ และอื่นๆ อีกมากมาย จนเป็นที่พออกพอใจกันของประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยากจากปัญหาน้ำท่วม ถือได้ว่าเป็นการไถ่บาปจากความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำท่วมปี 2554 ที่ผ่านมา
แต่ยังไม่ทันที่ข่าวคราวน้ำท่วมจะหายไปจากความรู้สึกนึกคิดของประชาชนเพียงแค่3-4 เดือนที่ผ่านมา คำมั่นสัญญาที่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลก็เริ่มเผยธาตุแท้ความจริงออกมาประจานให้สาธารณชนได้รับรู้กันทั่วแผ่นดิน กลายเป็นคำมั่นสัญญาที่ว่างเปล่านั่นคือ คำโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าว ไม่เป็นจริง หรือแม้มีการชดเชยช่วยเหลือในหลายๆ พื้นที่ก็มีลักษณะเลือกที่รัก มักที่ชัง ใครเป็นพวก เป็นเครือญาติก็จะได้มากตามเกณฑ์ แต่ถ้าใครไม่ใช่พวก ไม่ใช่เครือญาติของข้าราชการในส่วนภูมิภาค ในส่วนท้องถิ่น หรือนักการเมืองท้องถิ่น ก็จะถูกตัดลดการช่วยเหลือจากเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ก็จะเหลือเพียงแค่ 70 บาทก็มี (เฉพาะค่าซื้อเช็คมาให้ชาวบ้านก็ยังจะมากกว่า) บางรายบ้านเรือนติดกันแต่อีกบ้านเป็นหัวคะแนนให้นักการเมืองได้รับเงินไปเต็มๆ แต่อีกบ้านข้างๆ กันได้รับเงินแค่หลักพัน ทั้งๆ ที่ความเสียหายภายในบ้านแทบจะเหมือนกันทุกประการ
ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายเป็นหลักหมื่น หลักแสน ตรงตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาลที่โฆษณาชวนเชื่อไว้ทั้งหมด แต่กลับได้รับเงินช่วยเหลือเพียงน้อยนิด เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากญาติๆ หรือคนใกล้ชิดนักการเมืองท้องถิ่น ใกล้ชิด อบต. ใกล้ชิดเทศบาล ต่างได้รับการจัดสรรเงินช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นี่คือความแตกต่างที่รัฐบาลต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองว่ามีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร มิใช่ปล่อยให้เป็นไปตามอำนาจของข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นแต่เพียงอย่างเดียว
พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการเลือกปฏิบัติโดยชัดแจ้ง จนชาวบ้านในหลายพื้นที่เอือมระอาทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมของราชการ นักการเมืองท้องถิ่นและรัฐบาล จึงได้ออกมาชุมนุมประท้วงหลายต่อหลายครั้งในรอบเดือนที่ผ่านมา เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาก็เกิดการชุมนุมประท้วงบ่อยครั้งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมาจากหลายอำเภอทั้ง อ.อุทัย วังน้อย นครหลวง บางบาล บางปะอิน ซึ่งได้พากันบุกศาลากลางจังหวัด เพื่อประท้วงเงินชดเชยค่าเสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วมปี 2554 ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยตะโกนด่าการทำงานของผู้ว่าฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอว่าเลือกปฏิบัติ ไม่ให้ความเป็นธรรม พร้อมทั้งชูป้ายด่าประชดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การแก้ไขปัญหาการประท้วงที่ผ่านมาผู้ที่เป็นตัวแทนของผู้ว่าราชการจังหวัดก็มักจะให้คำสัญญาลมๆ แล้งๆ ต่อชาวบ้านเพียงเพื่อปัดปัญหาให้พ้นหน้าไปวันๆ หาได้มีความจริงใจต่อประชาชนหรือชาวบ้านที่เฝ้ารอคอยความหวังดังกล่าวไม่ และที่สำคัญผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และรับผิดชอบตามกฎหมายกลับหายหัวหายหน้าไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน แต่ยามที่มีผู้ออกมาเรียกร้องและปกป้องสิทธิให้กับชาวบ้านผู้ด้อยโอกาส เช่น การท้วงติงการสร้างเขื่อนพนังกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรม เพราะจะไปกระทบต่อสิทธิของชาวนาและชุมชนโดยรอบที่ไม่ได้มีผลประโยชน์เกื้อกูลด้วยกับพวกอุตสาหกรรม แต่กลับเสนอหน้าออกมาร้องแรกแหกกระเชอเป็นทุกข์เป็นร้อนแทนผู้ประกอบการ แทบจะเป็นจะตายให้ได้ แต่ยามนี้เมื่อชาวบ้านที่เฝ้ารอคอยความหวังต่อเงินเยียวยาและชดเชยการซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนตามคำมั่นสัญญาของรัฐบาล แต่กลับหายหัวไปกันหมดสิ้น ส่งแต่ผู้แทนมาเจรจาความกับชาวบ้านเพื่อปัดความรับผิดชอบไปวันๆ เท่านั้นดังปรากฏแล้ว
เรื่องนี้ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลางเข้ามาตรวจสอบพฤติการณ์ และหรือการดำเนินการของพ่อเมืองปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นายก อบต. นายกเทศมนตรีในท้องถิ่นต่างๆ ที่มีปัญหาการชุมนุมของชาวบ้านและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อเท็จจริงนำมารายงานต่อสังคมว่า เหตุใดจึงมีการเลือกปฏิบัติในการจ่ายเงินเยียวยาจากปัญหาน้ำท่วมที่มาจากความผิดพลาดของรัฐบาลดังกล่าว ว่าทำไมมีความแตกต่างกัน และเมื่อพบให้รีบนำมาลงโทษเสียโดยพลัน
ปัญหาความเดือดร้อนและเสียหายของชาวบ้านกรณีน้ำท่วมที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จนต้องออกมาชุมนุมประท้วงนั้น ข้อเท็จจริงแล้วรัฐบาลมีเงินเพียงพอที่จะชดเชยเยียวยาให้ประชาชนในกรณีดังกล่าวหรือไม่ มิใช่ทำตัวล่องหนและส่งตัวแทนที่ไม่มีอำนาจมารับปาก เพื่อปัดความรับผิดชอบไปวันๆ หาได้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีที่หัวหน้าส่วนราชการระดับสูงพึงกระทำไม่ ที่สำคัญควรทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีของคนมหาดไทย ให้สมกับอัตลักษณ์ที่คนมหาดไทยชอบเขียนไว้หน้าศาลากลางจังหวัดว่า “เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน” มิใช่ถนัดแต่จะทำหน้าที่แต่เพียง ถูกต้องครับนาย ใช่แล้วครับท่าน ถ้าทำไม่ได้ก็พิจารณาตัวเองได้แล้วครับ







