posttoday
พญ.ณัชชา หริณะรักษ์ ดูแลกายและใจแบบองค์รวม

พญ.ณัชชา หริณะรักษ์ ดูแลกายและใจแบบองค์รวม

22 พฤษภาคม 2555

ด้วยโปรไฟล์ที่อัดแน่นด้วยประสบการณ์ทั้งการทำงานและการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ด้วยโปรไฟล์ที่อัดแน่นด้วยประสบการณ์ทั้งการทำงานและการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ขนาดความยาวเกือบ 2 หน้ากระดาษ A4 ของ หมอเฟิร์น-พญ.ณัชชา หริณะรักษ์ แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ประจำศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บวกกับการเป็นทายาทเพียงคนเดียวของผู้บริหารหญิงเก่ง ลายคราม เลิศวิทยาประสิทธิ์ แห่งเครือแกรมมี่ คือ แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้นัดหมายกับคุณหมอสาววัย 28 ปี เกิดขึ้น แน่นอนว่า หนึ่งในคำถามที่ค้างคาใจคือ อะไรคือตัวจุดประกายให้คุณหมอคนเก่งเลือกทิ้งปากกา หันมาสวมเสื้อกราวน์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

หมอเฟิร์น เริ่มต้นการสนทนาวันนี้ด้วยการอธิบายถึงขอบข่ายงานปัจจุบันก่อนว่า การรักษาคนไข้ของคุณหมอนั้นสามารถจำแนกคนไข้ออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบที่มีอาการป่วย ต้องอาศัยการรักษาด้วยยา และแบบที่ไม่ได้ป่วยแต่ต้องการเริ่มดูแลรักษาสุขภาพ ซึ่งคุณหมอจะมีส่วนสำคัญในการช่วยคนไข้ทั้งสองกลุ่มนี้ ด้วยการให้คำแนะนำแก่คนไข้ เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง เช่น เปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวันที่ผิดให้ถูกต้อง ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการนอน ตลอดจนการใช้วิตามินบางชนิดเข้าช่วย เป็นต้น

สำหรับจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกสาวคนเก่งและคนเดียวของบ้าน เลือกมุ่งหน้าสู่อาชีพหมอ ฉีกกรอบจากอาชีพการงานของทั้งคุณพ่อ เจตน์ หริณะรักษ์ นักพัฒนาที่ดิน และคุณแม่ ลายคราม เลิศวิทยาประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม อินเตอร์ พับลิชชิ่ง บรรณาธิการคร่ำหวอดอยู่ในวงการนิตยสารและสื่อสิ่งพิมพ์ หมอเฟิร์นบอกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นหมอเกิดขึ้นตอนไหน รู้แต่ว่าตอนเด็กๆ เวลาคุณครูให้วาดภาพอาชีพในฝัน ก็จะวาดภาพคุณหมอ ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณหมอมีหน้าที่อะไร ทั้งนี้ เมื่อนั่งย้อนคิดไป หมอเฟิร์นบอกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากความประทับใจของเด็กหญิงเฟิร์นที่มีต่อคุณหมอเวลาไปโรงพยาบาล

พญ.ณัชชา หริณะรักษ์ ดูแลกายและใจแบบองค์รวม

 

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าสาวเฟิร์นจะตั้งหน้าตั้งตาเอาดีทางด้านหมออย่างเดียว แต่เธอยังหาเวลาว่างไปเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจที่ศศินทร์มาประดับความรู้อีกแขนง เพราะเชื่อว่าเป็นการเปิดโลกให้กว้างขึ้น ทำให้มีมุมมองที่กว้างขึ้น ยิ่งกว่านั้น เธอยังฟังจะใช้ความรู้ที่มีนี้มาช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อได้บ้างในอนาคต

สำหรับเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพกายและใจให้สุขอยู่เสมอนั้น หมอเฟิร์นเทน้ำหนักให้สุขภาพใจเป็นหัวใจสำคัญ ยึดหลักคนเราต้องไม่เครียด คิดบวกเสมอ ขณะเดียวกันก็ดูแลสุขกายควบคู่ไปด้วยหลักการง่ายๆ นั่นคือการทานอาหารที่เป็นประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ

“เฟิร์นเห็นว่าจำนวนชั่วโมงในการนอน ไม่สำคัญเท่าเวลาในการนอน เพราะต่อให้นอนตี 3 ตื่นเที่ยง ก็ไม่เท่านอนก่อนเที่ยงคืนแล้วตื่น 6 โมงเช้า แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดต้องนอนระหว่าง 22.3023.00 น. การกินอาหารก็เช่น เดียวกัน สำคัญมากคือมื้อเช้า ดังนั้นอะไรที่ชอบ ขอให้กินให้เต็มที่ในมื้อเช้า กลางวัน ส่วนมื้อเย็นขอให้กินให้น้อยที่สุด”

สำหรับไอดอลในใจของคุณหมอคนเก่งที่ให้หลักยึดเกาะในชีวิตของหมอเฟิร์นหลายต่อหลายอย่างนั้น หมอเฟิร์นยกให้คุณพ่อคุณแม่ โดยคำสอนของคุณพ่อที่หมอเฟิร์นยึดไว้เป็นหลักประจำใจให้ตัวเองคิดบวกเพื่อต่อสู้กับอาการเครียดหรือสารพัดปัญหาที่ถาโถมเข้ามา คือ อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว อะไรที่ปล่อยวางได้ก็ต้องปล่อยว่าง อภัยได้ให้อภัย ส่วนอะไรที่เป็นบทเรียนก็ให้เก็บไว้

“คุณพ่อจะเน้นให้แยกแยะให้ได้ระหว่างสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ และเมื่อแยกไได้แล้ว ก็มาดูว่าอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้ ก็ให้ทำมันให้เต็มที่เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นไปในทางที่ดีที่สุด แต่อะไรที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ สิ่งสำคัญคือ เราต้องแยกแยะให้ได้ก่อน”

พญ.ณัชชา หริณะรักษ์ ดูแลกายและใจแบบองค์รวม

 

5 ชิ้นทรงคุณค่าทางจิตใจ

1.หนังสือที่เกี่ยวพันกับคุณพ่อคุณแม่ เช่น หนังสือ The Devil Wears Prada ประทับใจเพราะเป็นเล่มที่คุณแม่เป็นผู้เขียนคำนิยม ส่วนอีก 2 เล่ม เป็นหนังสือที่คุณพ่อให้เป็นของขวัญวันเกิด และฝึกนิสัยให้คุณหมอเป็นคนคิดบวก

2.การ์ดอวยพรเป็นคนที่ชอบเขียนการ์ดมาก ในโอกาสสำคัญจะเลือกส่งการ์ดอวยพรให้มากกว่าการส่งอีการ์ด เพราะรู้สึกว่ามีคุณค่าทางจิตใจมากกว่า

3.เหรียญรางวัล ทั้งเหรียญเรียนดีของคุณแม่ที่เป็นเครื่องเตือนใจให้ตั้งใจเรียน และเหรียญเรียนดีที่คุณหมอได้รับมาตั้งแต่เด็กในฐานะที่เป็นเด็กเรียนเก่งได้ที่ 1 แทบทุกวิชา

4.สเตทโตสโคป เป็นหูฟังอันแรกในชีวิต ซื้อตั้งแต่เรียนปี 4 ถึงสภาพภายนอกจะทรุดโทรม แต่ยังหยิบมาใช้ทุกครั้งที่ต้องออกหน่วย ลงพื้นที่เอง

5.สโนว์โกลบ เป็นของสะสมที่ซื้อทุกครั้งเวลาเดินทางไปประเทศต่างๆ เพราะเหมือนเป็นตัวแทนความทรงจำของแต่ละสถานที่ที่เดินทางไป

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว