
รับมือ “บอส” ยากๆ
ความสุขในชีวิตประเภทหนึ่ง คือ การมีนายที่ดี นายที่สนับสนุนให้เราก้าวหน้า ได้แสดงฝีมือ เข้าใจเรา มีน้ำใจ
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
ความสุขในชีวิตประเภทหนึ่ง คือ การมีนายที่ดี นายที่สนับสนุนให้เราก้าวหน้า ได้แสดงฝีมือ เข้าใจเรา มีน้ำใจ ไม่ดุว่าต่อหน้าที่ประชุมชน และเป็นนายที่ไม่เอาเปรียบทางการเงินกับลูกน้อง ถ้าใครทำงานแล้วได้เจอนายแบบนี้ คงได้ทำงานอย่างมีความสุขมากแน่ๆ แต่ไม่ใช่ทุกคนใช่ไหมคะ ที่จะโชคดีแบบนี้
หนูดีมีเพื่อนเป็นนักวิชาการชาวอิสราเอล เธอมักมาบรรยายในเมืองไทยและถือโอกาสมาเยี่ยมหนูดี ปีละ 2-3 ครั้ง เราได้ทำงานร่วมกันและคุยกันเสมอๆ ทุกสิ่งที่เห็นเธอทำมันช่างฉลาด หลักแหลม หลายๆ เรื่อง ทำให้หนูดีประทับใจว่า “คิดได้ไงเนี่ย” คือ มันเป็นวิธีคิดและทำงานที่ประเทศไทยไม่ได้สอนหนูดี และตลอดเวลาที่อยู่สหรัฐ หนูดีก็ไม่ได้เรียนรู้ เพราะมันไม่ใช่วัฒนธรรมของสองชาตินี้ แต่คนยิวช่างคิดได้ทำได้ หนูดีก็เลยถามเธอเล่นๆ ไปครั้งหนึ่งว่า “เนี่ย คนอิสราเอลฉลาดจัง มีใครไหมที่โง่ในประเทศนี้” เธอนิ่งคิดไปนิดหนึ่ง แล้วบอกว่า “มีสิ คนหนึ่ง” หนูดีรีบถามต่อทันทีเลยว่า “ใครน่ะ” เธอยักคิ้วและตอบกวนๆ ว่า “นายของฉันไง”
ฟังคำตอบนี้แล้ว หนูดีหัวเราะแบบหยุดไม่ได้เลยค่ะ ช่างตอบจริงๆ และหนูดีว่า นี่อาจเป็นความคิดลึกๆ ในหัวลูกน้องหลายๆ คนเลยนะคะ เป็นความคิดที่น่ากลัวจริงๆ สำหรับคนเป็นนาย ขืนลูกน้องคิดอย่างนี้ทั้งแผนก นายแย่แน่ๆ แต่สำหรับวันนี้ บทความนี้ หนูดีขออุทิศเนื้อที่ให้กับลูกน้องที่มี “บอสยากๆ” ว่าจะรับมืออย่างไร แล้วสัปดาห์หน้าเราค่อยมาคุยกับ “บอส” ว่า จะรับมือ “ลูกน้องยากๆ” อย่างไร เหรียญมีสองด้านเสมอค่ะ วันนี้ มองจากมุมของลูกน้อง แต่สัปดาห์หน้าหนูดีขอเป็นฝ่ายบอสบ้างนะคะ
“บอสยากๆ” มีกี่ประเภทบ้าง
นักวิจัยที่ทำงานกับคนในองค์กร อาจแบ่ง “บอสแมน” หรือ “บอส เลดี้” ที่ทำให้ลูกน้องเหนื่อยหัวใจ ออกได้เป็นแบบต่างๆ ดังนี้ค่ะ
บอสที่ชอบพูดจาทำร้ายจิตใจ ทำให้อับอายขายหน้าต่อสาธารณชน หรือ Bully Bosses
บอสที่เบลอ หลงๆ ลืมๆ ไม่ค่อยโฟกัสกับงาน
บอสที่ห่างเหิน อ่อนแอ และไม่ค่อยสนใจการทำงาน (พอนึกภาพประเภทขององค์กรออกเลยไหมคะ)
และอันสุดท้าย ใช้ภาษาอังกฤษจะเห็นภาพชัดเลยคือ Micromanagers หรือบอสที่ชอบเข้ามาจุกจิก หยุมหยิมกับเนื้องานที่ได้มอบหมายเรามาแล้ว
บอสแต่ละประเภทก็รับมือยากแตกต่างกันไป แต่หนูดีว่าสำหรับคนไทยแล้ว บอสประเภทแรก คือ ประเภทพูดจาทำร้ายจิตใจ (บางคนเรียกพูดไม่เข้าหู) หรือดุว่าเราเหมือนจะประจานให้คนอื่นรู้หมด เพราะคนไทยอย่างเรา ถูกสอนมาเรื่องลำดับขั้นของบุคคล เรื่องการให้เกียรติผู้ใหญ่ เรื่องการไม่ต่อล้อต่อเถียง การไม่ก้าวล่วง และ “ไม่รู้นิ้วก้อยหัวแม่มือ” ดังนั้นกับบอสที่หลงๆ ลืมๆ หรือห่างเหิน เรายังรับมือได้ง่ายกว่า แต่กับบอสดุๆ พูดจาทีเราสะดุ้งไปหลายวันนี่ ทำใจให้รับมือยากจริงๆ ค่ะ
ในความเป็นคนไทย เราเป็นคนอ่อนน้อมและน้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก แต่พอเข้าสู่โลกการทำงานแล้ว บางครั้งนิสัยน่ารักของเรา ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อความสุขในการทำงานของเราเอง
หนูดีเคยอ่านคนอเมริกัน สรุปเรื่องการทำงานกับคนไทยไว้น่าทึ่งมาก เขาสรุปนิสัยพวกเราไว้ง่ายๆ แค่ไม่กี่อย่างที่ “ฝรั่งควรรู้” เช่น ถ้าคนไทยบอกโอเค โนพร็อบเบลม ให้ระวังไว้ให้ดี เพราะไอ้ที่ “โนพร็อบเบลม” นี่ล่ะ อาจมีปัญหาตามมาเพียบ หรืออย่าไว้ใจหน้ายิ้มๆ ของคนไทย เพราะที่เห็นยิ้มๆ อยู่นั้น อาจจะอยากเดินเข้ามาบีบคอเราสุดๆ ก็ได้ อ่านแล้วตลกดีค่ะ แต่ก็มีสะดุ้งเล็กๆ เพราะบางหน เราก็เป็นเหมือนกัน
เห็นคนฝรั่งเศสทะเลาะกันหนแรก หนูดีตกใจแทบตาย มีขึ้นเสียง ท่าทางเหมือนกับจะลงไม้ลงมือ แต่พอเอาจริงๆ ทะเลาะกันจบนี่ เขาจบเลยนะคะ ไม่เก็บมาคิดแค้น ทำงานด้วยกันต่อได้เลย คล้ายๆ คนอเมริกันเช่นกันค่ะ คือมีปัญหา ไม่พอใจ เดินเข้าไปเว้ากันซึ่งๆ หน้าเลย แต่พอเคลียร์จบก็คือจบ ดังนั้นฝรั่งจะงงมาก เมื่อคนไทยที่หน้าหวานๆ ยิ้มตลอด เหมือนทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่พอเอาจริงๆ แล้ว เราเอาไปบ่นกับคนใกล้ตัวทุกคน ของแบบนี้ความลับไม่มีในโลกหรอกค่ะ วันหนึ่ง คำพูดเราอาจวนมาถึงบอสก็ได้ ลองทำใจกล้าๆ แล้วมาดูวิธีรับมือแบบฝรั่ง ที่น่าจะพอปรับใช้กับวัฒนธรรมไทยดูนะคะ อย่าไม่พูด ไม่บอก แล้วเก็บมาแค้นฝังหุ่นแบบข้ามปี แบบนี้ ไม่ช่วยให้อีกฝ่ายปรับตัวให้ถูกใจเราได้
วิธีการสำหรับมือใหม่ ที่เราจะสามารถพูดบอกออกไป หากเราโดนคำพูดที่ไม่น่ารักนัก (อาจถึงขั้นหยาบคายก็ได้) จากบอส (Aka คนที่ให้เงินเดือนเรา คนที่จะเขียนจดหมายรับรองให้เราหากเราต้องไปเรียนต่อหรือเปลี่ยนงาน ฯลฯ ...หนูดีรู้ค่ะว่ามันยากมาก) มีวิธีดังนี้ค่ะ
อย่าทำท่าเสียใจ โดนทำร้ายจิตใจ หรือเสียความรู้สึกมากๆ โดยเด็ดขาด ให้เราไปปรับอารมณ์ตัวเองให้ดีมาจากที่บ้าน รอให้เย็น อาจรอเป็นสัปดาห์ก็ได้ เพราะนี่คือโลกแห่งความเป็นมืออาชีพ เราต้องแสดงออกว่าเราเป็นมืออาชีพ ที่คาดหวังความเป็นมืออาชีพกลับมาเช่นกัน การมีน้ำตาคลอ หรือท่าทางโกรธจัด จะทำให้บอสไม่โฟกัสที่เนื้อหาของเรา แต่ไปโฟกัสที่ท่าทางของเราแทน
ใช้คำพูดเรียบง่ายแต่ชัดเจนมาก เช่น “ถ้าหัวหน้ามีคำแนะนำ หรือข้อตักเตือนดิฉัน เราพูดกันในห้องทำงานจะสะดวกกว่าไหมคะ ตรงนี้ คนเยอะมาก” หรือ “ผมไม่ค่อยสบายใจเวลาหัวหน้าล้อเลียนผม หรือครอบครัวของผมครับ” นี่คือวิธีพูดแบบเน้น “การกระทำ” ของอีกฝ่าย โดยไม่ได้ด่าว่า หรือโวยวายทุกอย่าง พูดอย่างเรียบง่าย เบาๆ ไร้อารมณ์ ซึ่งคำพูดแบบนี้มักต้องมีการฝึกล่วงหน้าเสมอ สำหรับมือใหม่ และเมื่อพูดครั้งแรก คุณจะใจเต้นแรงมาก แต่มันมักได้ผลเพราะอีกฝ่ายจะชะงัก ซึ่งหากเราไม่แสดงออก อีกฝ่ายคงไม่รู้หรอกค่ะว่าเราไม่พอใจ
อีกวิธีหนึ่งที่ได้ผล คือหาเวลาส่วนตัวกับท่าน พูดด้วยความเป็นห่วงท่าน หากพฤติกรรมดุดันนี้ส่งผลเสียกับงาน เช่น พนักงานคนอื่นลาออก มีการย้ายทีม หรือทำให้พนักงานไม่กล้าออกความเห็นในที่ประชุม หากเราต้องการช่วยเหลือท่าน การพูดด้วยโทนเป็นมิตรในที่ส่วนตัวสุดๆ มักได้ผลสูงสุดค่ะ
สัปดาห์หน้ามาคุยในหัวข้อนี้ แต่สลับขั้วไปฝั่งของ “ลูกน้องยากๆ” บ้างนะคะ บอส







