posttoday
ยุวโรตม์ ศรีสุด ไปให้เหนือจากความหลงใหล

ยุวโรตม์ ศรีสุด ไปให้เหนือจากความหลงใหล

15 พฤษภาคม 2555

ขอเรียกสั้นๆ ว่า เทียน เพราะเห็นว่าใครๆ ก็เรียกเขาในชื่อนี้

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

ขอเรียกสั้นๆ ว่า เทียน เพราะเห็นว่าใครๆ ก็เรียกเขาในชื่อนี้ เทียนเป็นชื่อของผู้เชี่ยวชาญนักออกแบบผลิตภัณฑ์มือรางวัลของบริษัท นาม สุขภัณฑ์ ในเครือวิวเลรอยแอนด์บอค (เยอรมนี) นักออกแบบไฟแรงที่ว่ากันว่า แรงที่สุดทางความคิด ยุวโรตม์ ศรีสุด เกิดเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ จ.ปัตตานี เรื่องราวที่เขาจะเล่าต่อจากนี้ ไม่ได้เรียงร้อยสละสลวย เหมือนภาพวาดที่ไม่ได้บรรจงวาดบรรจงวาง หากเสน่ห์อยู่ที่ความดิบและจริงใจ ที่ผู้วาดจงใจสะบัดฝีแปรงปัดอย่างน่าชม

เทียนจบสาขาวิชาออกแบบภายในที่มหาวิทยาลัยรังสิต ความสนใจหลงใหลตั้งแต่วัยเด็กถึงปัจจุบันอยู่ในเรื่องประวัติศาสตร์การทหาร การออกแบบเรือและเรือยอชต์ การออกแบบหัวรถจักร แล้วก็การออกแบบเครื่องบินโบราณ ระหว่างเรียนระดับอุดมศึกษา ให้ความสนใจกับงานในแนวทางของการออกแบบงานพื้นเมืองในหลากหลายชนชาติ และทฤษฎีโมเดิร์นนิสม์ ในสายที่ยังเคารพในความเป็นมนุษย์ที่มีจิตกับหัวใจ

เขาเข้าสู่โลกการผลิตเครื่องสุขภัณท์ ด้วยการเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์กับ นพปฎล พหลโยธิน ในซีรีส์โอฟุโระ (Ofuro) และ เอกฤทธิ์ ประดิษฐ์สุวรรณ ในซีรีส์อาข่า (Aka) ปัจจุบันออกแบบมาแล้ว 11 ซีรีส์ เคยได้รับรางวัล Design Excellent จากนิตยสาร Elle Decoration ในซีรีส์นอร์ม/สลิม (Norm/Slim) และได้รางวัลความคิดสร้างสรรค์การออกแบบบูธยอดเยี่ยม 5 ครั้งติดต่อกันช่วงปี 2546-2551 จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ

ชีวิตที่โลดแล่นไป ในปี 2543 เทียนได้รับคัดเลือกให้ร่วมเวิร์กช็อปกับสถาปนิกชาวฝรั่งเศส อานน์ ลากาตง เรื่อง Design for Sustainable ต่อมาปี 2553 รับทุนจาก AOTS ไปอบรม Product Strategy Management กับ ทากาชิ ชิบาตะ อดีดประธาน R&D ของโซนี่ ปัจจุบันคือผู้อำนวยการสมาคมคุณภาพและการบริหารเพื่อความเป็นเลิศของประเทศญี่ปุ่น ในปลายปี 2554 เขารับทุนกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อศึกษาด้านผลิตภัณฑ์รักษ์โลก

ยุวโรตม์ ศรีสุด ไปให้เหนือจากความหลงใหล

 

ถามถึงความพึงพอใจกับงานและชีวิต เทียนหัวเราะให้กับตัวเอง ดวงตาบ่งบอกความไม่ได้ดั่งใจตอบว่า คงยังไม่ใช่ที่สุดที่ตั้งใจเอาไว้ อาจจะด้วยจังหวะของเศรษฐกิจ เพราะคงไม่ง่ายที่ธุรกิจจะเสี่ยงตามนักออกแบบได้ทั้งหมด ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เทียน บอกว่า ที่จริงเขาอยากเป็นวิศวกร ที่บ้านปลูกฝังเรื่องแนวคิดและการคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ความชอบทางศิลปะเป็นเหมือนพรสวรรค์แกมบังคับ

พี่ๆ ของเทียนโตขึ้นมาเป็นวิศวกรกันทุกคน และเป็นพี่ๆ นี่เองที่วางแนวทางเกี่ยวกับการอ่านการศึกษาโลก ที่บ้านจะมีห้องหนึ่งที่มีชั้นวางหนังสือใหญ่ วางเรียงหนังสือเป็นแถวยาวหลายแถวตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เลข เคมี ฟิสิกส์ ตั้งแต่เล็กเขาได้รับการบอกจากบรรดาพี่ๆ ว่า ต้องอ่านทุกเล่ม ถ้าอยากเข้ามหาวิทยาลัยได้ อ่านเล่มที่ 1-45 ส่วนเล่มที่ 45-120 คือระดับแอดวานซ์ อยากอ่านก็อ่าน

“พี่ๆ ผมอ่านหมดทุกเล่มทุกแถว พวกนี้สอบเคมีโอลิมปิก สอบเลขโอลิมปิก ที่ผมจะพูดก็คือ บรรยากาศการเรียนรู้ของผมเป็นแบบนี้ หนังสือต้องอ่าน เล่นได้ แต่เรื่องที่ต้องทำก็ต้องทำ ผมศึกษาด้วยตัวเอง ค้นคว้าด้วยตัวเอง พ่อแม่สอนเราไม่ได้ ครูก็ไม่เก่งพอที่จะสอนเรา ผมไม่เคยทำการบ้านเลย หรืออย่างน้อยก็ไม่ใส่ใจจะทำ แต่ถึงช่วงใกล้สอบจะบ่มเพาะ อ่านหนังสือจนเข้าใจทั้งหมด”

เทียนเล่าต่อถึงความคิดของเขาต่อระบบการศึกษาไทย ที่ปัจจุบัน “กลาย” มาก เด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย แม้สิ่งที่ต้องการให้ซึมซับด้วยการท่องจำก็กลายเป็นสิ่งไร้ค่า คนไร้ค่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นไปไม่ได้ อุตสาหกรรมบ้านเราจึงฉาบฉวย เฉยๆ ผิวๆ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่เก่งอะไรไม่ได้ เรื่องช่างก็ไม่ถึง เรื่องศิลปะก็ไม่ลึก เพ้อเจ้อ ไม่เป็นจริง จับต้องไม่ได้ ทั้งหมดมาจากรากฐานการศึกษาที่ล้มเหลว

“เราผิวมาก เราเป็นแค่เศษเสี้ยว ผมเรียนที่ญี่ปุ่น อุตสาหกรรมของเขานำเราไปเป็น 50-60 ปี อันนี้หมายถึงพวกระบบเครื่องจักรหรือกลไกทางเทคโนโลยี แต่ถ้าเป็นระบบความคิดหรือระดับสามัญสำนึก เขานำเราไปเป็น 100 ปี คุณภาพชีวิตมาจากความจริง บางวันผมมึนงงนะ แต่ผมมีเป้า สุดท้ายแล้วผมก็คิดว่า เราก็รอดแหละ ในแบบของเรานะ เราเดินตรงๆ แบบญี่ปุ่นไม่ได้ เดินตรงๆ แบบเยอรมนีไม่ได้ ไม่เป็นไร ผมคิดว่า เราหลงได้แต่ต้องมีหลักให้ยึดไว้บ้าง” เทียน เล่า

ยุวโรตม์ ศรีสุด ไปให้เหนือจากความหลงใหล

 

วันนี้ในวัย 35 ปี มีความสุขมั้ย เทียนตอบ “มี” (ทำสุ้มเสียงสูง) มีความสุข แต่นอนไม่ค่อยหลับ นี่ไม่หลับมา 2-3 ปีแล้ว (ฮา) ตอนนี้เบื่อชีวิตเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ระดับที่ใครๆ ต้องห่วง ยังทำงานออกแบบแต่งานก็ไม่ได้จบที่เรา (ยักไหล่) อ้อ...ความสุขอีกอย่าง คือ การได้ไปใช้ชีวิตบ้านไร่ทุเรียนที่บ้านต่างจังหวัดของตัวเอง จ.จันทบุรี ความสุขอีกอย่าง คือ การดื่มกาแฟระหว่างทางกลับบ้านไร่

ร้านกาแฟที่แทบจะดื่มอยู่ร้านเดียวของเขาอยู่ท่าน้ำบางโพ ร้านเจ๊กใหม่ เมล็ดกาแฟคั่วเอง ถึงไม่สมบูรณ์แต่มีเสน่ห์ หลายโครงการเทียนนั่งทำที่นี่ เช่น ซีรีส์ไนซ์ (Nice) นาว (Now) และ วาบิ (Wabi)

ปัจจุบันและอนาคต

1.สมุดช่วยจำ

ใช้ทุกวันและจดทุกอย่างในชีวิตไว้ในเล่มนี้ โดยแยกเป็นส่วนๆ ของชีวิตประจำวัน เช่น การใช้เงิน การทำงาน แผนงาน อารมณ์ความรู้สึก สูตรกับข้าว ขนมจีนน้ำยาสูตรเด็ด (ขนาดนี้) มีหมด ปีละ 1 เล่ม เล่มละ 1 ปี จดมาหลายปีแล้ว ไปขออ่านได้

2.สมุดสเกตช์

อันนี้ใช้สำหรับงานออกแบบโดยตรง อะไรที่ไม่คุ้นเคยและอดไม่ได้ จะต้องสเกตช์ไว้เป็นรูปร่าง บันทึกวันเวลาไว้ด้วยทุกครั้ง เพราะจะต้องดูพัฒนาการของงาน พวกนี้ช่วยให้นอนหลับ (ฮา)

3.เครื่องเขียน

นักออกแบบต้องมีและต้องติดตัวไว้เลย มีดินสอ สเกล และกบ (เหลา) ที่เห็นวางอยู่ข้างๆ คือ แหวนตราประทับสุดเท่ของเจ้าตัว

4.แว่นตา

เพราะทำงานเอาต์ดอร์ จึงต้องมีติดไว้ ชอบงานสนามมากกว่างานนั่งโต๊ะ เพราะมันช่วยซักฟอกความคิด บางทีออกฟิลด์แค่ชั่วโมง 2 ชั่วโมง ได้มากกว่านั่งโต๊ะมาทั้งสัปดาห์

5.มือถือ

ใช้มือถือตกรุ่น เพื่อนๆ จะรู้ว่า จะไม่ซื้อของไอทีที่ราคาเกิน 5,000 บาท เพราะถือว่าไอทีไม่ใช่ความรู้ที่เสถียร และไม่ใช่ราคาที่จ่ายในวันนี้ เก็บเงินกินกาแฟเจ๊กใหม่ดีกว่า

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก