
ยุวโรตม์ ศรีสุด ไปให้เหนือจากความหลงใหล
ขอเรียกสั้นๆ ว่า เทียน เพราะเห็นว่าใครๆ ก็เรียกเขาในชื่อนี้
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
ขอเรียกสั้นๆ ว่า เทียน เพราะเห็นว่าใครๆ ก็เรียกเขาในชื่อนี้ เทียนเป็นชื่อของผู้เชี่ยวชาญนักออกแบบผลิตภัณฑ์มือรางวัลของบริษัท นาม สุขภัณฑ์ ในเครือวิวเลรอยแอนด์บอค (เยอรมนี) นักออกแบบไฟแรงที่ว่ากันว่า แรงที่สุดทางความคิด ยุวโรตม์ ศรีสุด เกิดเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ จ.ปัตตานี เรื่องราวที่เขาจะเล่าต่อจากนี้ ไม่ได้เรียงร้อยสละสลวย เหมือนภาพวาดที่ไม่ได้บรรจงวาดบรรจงวาง หากเสน่ห์อยู่ที่ความดิบและจริงใจ ที่ผู้วาดจงใจสะบัดฝีแปรงปัดอย่างน่าชม
เทียนจบสาขาวิชาออกแบบภายในที่มหาวิทยาลัยรังสิต ความสนใจหลงใหลตั้งแต่วัยเด็กถึงปัจจุบันอยู่ในเรื่องประวัติศาสตร์การทหาร การออกแบบเรือและเรือยอชต์ การออกแบบหัวรถจักร แล้วก็การออกแบบเครื่องบินโบราณ ระหว่างเรียนระดับอุดมศึกษา ให้ความสนใจกับงานในแนวทางของการออกแบบงานพื้นเมืองในหลากหลายชนชาติ และทฤษฎีโมเดิร์นนิสม์ ในสายที่ยังเคารพในความเป็นมนุษย์ที่มีจิตกับหัวใจ
เขาเข้าสู่โลกการผลิตเครื่องสุขภัณท์ ด้วยการเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์กับ นพปฎล พหลโยธิน ในซีรีส์โอฟุโระ (Ofuro) และ เอกฤทธิ์ ประดิษฐ์สุวรรณ ในซีรีส์อาข่า (Aka) ปัจจุบันออกแบบมาแล้ว 11 ซีรีส์ เคยได้รับรางวัล Design Excellent จากนิตยสาร Elle Decoration ในซีรีส์นอร์ม/สลิม (Norm/Slim) และได้รางวัลความคิดสร้างสรรค์การออกแบบบูธยอดเยี่ยม 5 ครั้งติดต่อกันช่วงปี 2546-2551 จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ
ชีวิตที่โลดแล่นไป ในปี 2543 เทียนได้รับคัดเลือกให้ร่วมเวิร์กช็อปกับสถาปนิกชาวฝรั่งเศส อานน์ ลากาตง เรื่อง Design for Sustainable ต่อมาปี 2553 รับทุนจาก AOTS ไปอบรม Product Strategy Management กับ ทากาชิ ชิบาตะ อดีดประธาน R&D ของโซนี่ ปัจจุบันคือผู้อำนวยการสมาคมคุณภาพและการบริหารเพื่อความเป็นเลิศของประเทศญี่ปุ่น ในปลายปี 2554 เขารับทุนกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อศึกษาด้านผลิตภัณฑ์รักษ์โลก
ถามถึงความพึงพอใจกับงานและชีวิต เทียนหัวเราะให้กับตัวเอง ดวงตาบ่งบอกความไม่ได้ดั่งใจตอบว่า คงยังไม่ใช่ที่สุดที่ตั้งใจเอาไว้ อาจจะด้วยจังหวะของเศรษฐกิจ เพราะคงไม่ง่ายที่ธุรกิจจะเสี่ยงตามนักออกแบบได้ทั้งหมด ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เทียน บอกว่า ที่จริงเขาอยากเป็นวิศวกร ที่บ้านปลูกฝังเรื่องแนวคิดและการคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ความชอบทางศิลปะเป็นเหมือนพรสวรรค์แกมบังคับ
พี่ๆ ของเทียนโตขึ้นมาเป็นวิศวกรกันทุกคน และเป็นพี่ๆ นี่เองที่วางแนวทางเกี่ยวกับการอ่านการศึกษาโลก ที่บ้านจะมีห้องหนึ่งที่มีชั้นวางหนังสือใหญ่ วางเรียงหนังสือเป็นแถวยาวหลายแถวตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เลข เคมี ฟิสิกส์ ตั้งแต่เล็กเขาได้รับการบอกจากบรรดาพี่ๆ ว่า ต้องอ่านทุกเล่ม ถ้าอยากเข้ามหาวิทยาลัยได้ อ่านเล่มที่ 1-45 ส่วนเล่มที่ 45-120 คือระดับแอดวานซ์ อยากอ่านก็อ่าน
“พี่ๆ ผมอ่านหมดทุกเล่มทุกแถว พวกนี้สอบเคมีโอลิมปิก สอบเลขโอลิมปิก ที่ผมจะพูดก็คือ บรรยากาศการเรียนรู้ของผมเป็นแบบนี้ หนังสือต้องอ่าน เล่นได้ แต่เรื่องที่ต้องทำก็ต้องทำ ผมศึกษาด้วยตัวเอง ค้นคว้าด้วยตัวเอง พ่อแม่สอนเราไม่ได้ ครูก็ไม่เก่งพอที่จะสอนเรา ผมไม่เคยทำการบ้านเลย หรืออย่างน้อยก็ไม่ใส่ใจจะทำ แต่ถึงช่วงใกล้สอบจะบ่มเพาะ อ่านหนังสือจนเข้าใจทั้งหมด”
เทียนเล่าต่อถึงความคิดของเขาต่อระบบการศึกษาไทย ที่ปัจจุบัน “กลาย” มาก เด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย แม้สิ่งที่ต้องการให้ซึมซับด้วยการท่องจำก็กลายเป็นสิ่งไร้ค่า คนไร้ค่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นไปไม่ได้ อุตสาหกรรมบ้านเราจึงฉาบฉวย เฉยๆ ผิวๆ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่เก่งอะไรไม่ได้ เรื่องช่างก็ไม่ถึง เรื่องศิลปะก็ไม่ลึก เพ้อเจ้อ ไม่เป็นจริง จับต้องไม่ได้ ทั้งหมดมาจากรากฐานการศึกษาที่ล้มเหลว
“เราผิวมาก เราเป็นแค่เศษเสี้ยว ผมเรียนที่ญี่ปุ่น อุตสาหกรรมของเขานำเราไปเป็น 50-60 ปี อันนี้หมายถึงพวกระบบเครื่องจักรหรือกลไกทางเทคโนโลยี แต่ถ้าเป็นระบบความคิดหรือระดับสามัญสำนึก เขานำเราไปเป็น 100 ปี คุณภาพชีวิตมาจากความจริง บางวันผมมึนงงนะ แต่ผมมีเป้า สุดท้ายแล้วผมก็คิดว่า เราก็รอดแหละ ในแบบของเรานะ เราเดินตรงๆ แบบญี่ปุ่นไม่ได้ เดินตรงๆ แบบเยอรมนีไม่ได้ ไม่เป็นไร ผมคิดว่า เราหลงได้แต่ต้องมีหลักให้ยึดไว้บ้าง” เทียน เล่า
วันนี้ในวัย 35 ปี มีความสุขมั้ย เทียนตอบ “มี” (ทำสุ้มเสียงสูง) มีความสุข แต่นอนไม่ค่อยหลับ นี่ไม่หลับมา 2-3 ปีแล้ว (ฮา) ตอนนี้เบื่อชีวิตเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ระดับที่ใครๆ ต้องห่วง ยังทำงานออกแบบแต่งานก็ไม่ได้จบที่เรา (ยักไหล่) อ้อ...ความสุขอีกอย่าง คือ การได้ไปใช้ชีวิตบ้านไร่ทุเรียนที่บ้านต่างจังหวัดของตัวเอง จ.จันทบุรี ความสุขอีกอย่าง คือ การดื่มกาแฟระหว่างทางกลับบ้านไร่
ร้านกาแฟที่แทบจะดื่มอยู่ร้านเดียวของเขาอยู่ท่าน้ำบางโพ ร้านเจ๊กใหม่ เมล็ดกาแฟคั่วเอง ถึงไม่สมบูรณ์แต่มีเสน่ห์ หลายโครงการเทียนนั่งทำที่นี่ เช่น ซีรีส์ไนซ์ (Nice) นาว (Now) และ วาบิ (Wabi)
ปัจจุบันและอนาคต
1.สมุดช่วยจำ
ใช้ทุกวันและจดทุกอย่างในชีวิตไว้ในเล่มนี้ โดยแยกเป็นส่วนๆ ของชีวิตประจำวัน เช่น การใช้เงิน การทำงาน แผนงาน อารมณ์ความรู้สึก สูตรกับข้าว ขนมจีนน้ำยาสูตรเด็ด (ขนาดนี้) มีหมด ปีละ 1 เล่ม เล่มละ 1 ปี จดมาหลายปีแล้ว ไปขออ่านได้
2.สมุดสเกตช์
อันนี้ใช้สำหรับงานออกแบบโดยตรง อะไรที่ไม่คุ้นเคยและอดไม่ได้ จะต้องสเกตช์ไว้เป็นรูปร่าง บันทึกวันเวลาไว้ด้วยทุกครั้ง เพราะจะต้องดูพัฒนาการของงาน พวกนี้ช่วยให้นอนหลับ (ฮา)
3.เครื่องเขียน
นักออกแบบต้องมีและต้องติดตัวไว้เลย มีดินสอ สเกล และกบ (เหลา) ที่เห็นวางอยู่ข้างๆ คือ แหวนตราประทับสุดเท่ของเจ้าตัว
4.แว่นตา
เพราะทำงานเอาต์ดอร์ จึงต้องมีติดไว้ ชอบงานสนามมากกว่างานนั่งโต๊ะ เพราะมันช่วยซักฟอกความคิด บางทีออกฟิลด์แค่ชั่วโมง 2 ชั่วโมง ได้มากกว่านั่งโต๊ะมาทั้งสัปดาห์
5.มือถือ
ใช้มือถือตกรุ่น เพื่อนๆ จะรู้ว่า จะไม่ซื้อของไอทีที่ราคาเกิน 5,000 บาท เพราะถือว่าไอทีไม่ใช่ความรู้ที่เสถียร และไม่ใช่ราคาที่จ่ายในวันนี้ เก็บเงินกินกาแฟเจ๊กใหม่ดีกว่า







