posttoday
จากหนังเรื่อง Inception สู่การเรียนรู้เรื่องจิตในวิถีพุทธ (ตอน ๑)

จากหนังเรื่อง Inception สู่การเรียนรู้เรื่องจิตในวิถีพุทธ (ตอน ๑)

07 พฤษภาคม 2555

กระผมได้มีความใคร่รู้ในเรื่องของธรรมชาติจิต เนื่องจากได้ดูภาพยนตร์ เรื่อง Inception ที่โด่งดังมากในยุคนี้

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพ

กระผมได้มีความใคร่รู้ในเรื่องของธรรมชาติจิต เนื่องจากได้ดูภาพยนตร์ เรื่อง Inception ที่โด่งดังมากในยุคนี้ โดยกระผมมีข้อสังเกตเห็นว่า กระบวนการคิดของภาพยนตร์อาจมีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติทางจิตในพระพุทธศาสนา

ซึ่งด้วยความที่เราเป็นชาวพุทธ ก็อาจทำให้บังเอิญว่า เราได้เห็นว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะสอดคล้องกัน เช่น ระดับความสงบของจิตกับระดับของความฝัน ซึ่งในหนังเรื่องนี้มีระดับของความฝันที่แตกต่างกัน และแต่ละระดับของความฝันก็มีช่วงเวลาที่แตกต่างกันได้ และระดับหรือห้วงเวลาในความฝันนั้นก็ไม่ตรงกับระยะเวลาที่เกิดขึ้นจริง เช่น ในฝันนั้นเกิดขึ้นหลายวัน แต่เวลาจริงเกิดขึ้นเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง

ผมว่าก็คงเหมือนกับว่าเราปฏิบัติธรรมจริงๆ ก็แค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่เราสามารถเดินทางไปพบเห็นสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกับอยู่มาหลายวัน นอกจากนี้ ถ้าเราฝึกเราสามารถที่จะออกแบบฝันของเราได้จากประสบการณ์ในแต่ละวัน และเราสามารถบังคับฝันให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ แต่ในหนังเรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นอีกด้วยว่า ในบางครั้งเราก็ไม่สามารถควบคุมความฝันของเราได้ เช่น ในหนังใช้คำว่า Projections แต่ผมเรียกความหมายนี้เองว่า พะวงนั้น ซึ่งจะมาจากความที่คนเรารู้สึกผิด (Guilt) ที่ตนเองได้เคยทำไว้ ซึ่งเกิดได้กับทุกคน ด้วยเรื่องใดก็ตาม ความรู้สึกนั้นต่อมาได้กลายเป็นความรู้สึกทางจิตใต้สำนึก (Subconsciousness) เป็นสิ่งที่คอยหลอกหลอนเราในชีวิตจริง และมักจะโผล่มาในฝัน คอยจ้องทำลายการดำเนินเรื่องของฝัน และทำให้เราไม่สามารถควบคุมสิ่งนั้นได้ ผมว่าการปฏิบัติจิตก็น่าจะมีพะวงนี้เช่นกัน

ในแนวคิดทำนองแบบนี้ จะให้ความหมายนิยามหรือนัยอย่างไรต่อการปฏิบัติจิตในแนวพระพุทธศาสนา

ดร.สุปรีดี ฤทธิรงค์

วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีกำลังศรัทธาในพระพุทธศาสนา ยามปลายร้อนชนฝน อากาศร้อนเริ่มค่อยๆ เบาบางลงไปได้บ้างด้วยอานิสงส์จากพายุร้อน จึงได้แปรสภาพให้มีฝนตกประปรายในเขตภาคเหนือ ให้ชาวพาราหน้าไม่ค่อยใส เพราะฤทธิ์เดชของแพง ได้ผ่อนกายคลายเครียดลงบ้าง หากไม่ต้องประสบกับปัญหาวิกฤตการณ์ใดๆ ในเบื้องหน้า ก็คงจะได้ตั้งสติประกอบการทำกิน แก้ไขปัญหาชีวิตกันไปตามกำลัง โดยยึดถือคาถาสู้ชีวิตที่ว่า ตราบใดแผ่นดินไม่กลบหน้า ชีวิตย่อมยังไม่สิ้นหวัง!!

มาพิจารณาข้อปุจฉาของ ดร.สุปรีดี ก็น่าสนใจ แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจในความหมายจากคำถาม ซึ่งสืบเนื่องมาจากภาพยนตร์เรื่อง “Inception” ... จริงๆ แล้ว ต้องนำเนื้อหาสาระมาให้อาตมาอ่านเพื่อพิจารณาลงไปในรายละเอียดของเนื้อหา เพื่อจะได้เข้าถูกจุด ตอบถูกประเด็น อย่างไรก็ตามคงต้องขออนุมานด้วยความเข้าใจในเบื้องต้นดังกล่าว เพื่อนำเข้าสู่เนื้อหาสาระอันควรพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะ “กรณีศึกษาเรื่องของจิตตามวิถีพุทธ”

อาตมาคงไม่ตอบทันทีทันใด แต่จะนำเสนอเรื่องของจิตให้ศึกษาก่อน เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในเรื่องตามแนว Inception ซึ่งไม่ได้แปลกพิสดารพันลึกอะไรมากมาย... หากเข้าใจวิธีการเจริญสติ จนเข้าสู่การปฏิบัติในวิชาจับหลับ จิตจับฝัน และวิชาจับตื่นได้ ซึ่งอาตมาเคยได้รับการสั่งสอนจากครูบาอาจารย์ ผู้พรั่งพร้อมด้วยวิชาและความบริสุทธิ์รูปหนึ่งถ่ายทอดไว้ให้ก่อนหลวงพ่อท่านจะละสังขาร แต่คงไม่นำมาขยายความในที่นี้ เพียงแต่กล่าวพอเป็นแนวศึกษาอยู่ในท้ายคำตอบ เพื่อให้สอดคล้องกับการควบคุมความฝันหรือควบคุม “สุบินนิมิต” ตามแนวหนังฝรั่ง ซึ่งสามารถกระทำได้ ตามแนววิชาการเจริญสติตามหลักการจับฝัน ดังเช่น เรานอนหลับมีสุบินนิมิตไม่ดี ตัว “ระลึกรู้ (สติ)” สามารถควบคุม “จิตตัวอาการ” ให้หยุดได้ และตื่นขึ้นมาจากขณะหลับ เพื่อสวดมนต์บทอภยปริตร แก้สุบินนิมิตจากไม่ดีให้เป็นดี พร้อมทั้งอธิษฐานกำกับ การแก้อ้างอิงคุณพระศรีรัตนตรัยสมบูรณ์ แล้วนอนลงอีกครั้ง ตั้งสติพร้อม พอจิตวางลง สงบ ก็จะเข้าสู่สุบินนิมิตตรงรอยต่อของเรื่องที่หยุดพัก และดำเนินเรื่องตามสุบินนิมิตต่อไป

โดยมีการกำหนดรู้ตามเรื่องดังกล่าว เมื่อเห็นว่านิมิตยังแก้ให้ดีไม่ได้ ก็ตื่นออกมาจากหลับอีกครั้ง เพื่อกราบไหว้พระ สวดยันทุนฯ (อภยปริตร) แผ่เมตตา เพื่อแก้นิมิตร้ายให้กลายเป็นดี เสร็จเรียบร้อยก็กำหนดจิตลงพร้อมนอนอย่างมีสติ พอจิตหยั่งลงจนเข้าสู่อาการหลับ (ตามที่เรียกกันว่านอนหลับ) จิตที่เป็นตัวอาการ ก็จะดำเนินเข้าสู่สุบินนิมิตอีกครั้ง คราวนี้หากการแก้ไขได้ผลด้วยอำนาจการเจริญเมตตา ก็ปล่อยให้เป็นไปตามเรื่องแห่งสุบินนิมิตจนจบ เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งในยามเช้า สามารถจำเรื่องราวได้ดีทุกประการ มีความสุขใจ มั่นใจในอำนาจธรรมที่คุ้มครองรักษา สามารถแก้นิมิตร้ายให้กลายเป็นดีได้ จิตใจไม่หวั่นไหวต่อการเผชิญกับเรื่องราวใดๆ เมื่อเกิดมีปัญหาใดๆ ขึ้นก็สามารถขจัดแก้ไขได้จริง... หรือปัญหาที่ก่อตัวขึ้นได้สูญสิ้นไปด้วยอำนาจจิตที่ประกอบการตั้งมั่นดีแล้ว อยู่ในธรรมวิถีตามที่สามารถเจริญสติแก้ไขสุบินนิมิตร้ายได้... นี่คือเรื่องจริงของการปฏิบัติทางจิตในพระศาสนา ที่พระวิปัสสนาจารย์ระดับสูงท่านสามารถกระทำได้ และถ่ายทอดสั่งสอนให้ลูกศิษย์เป็นเฉพาะบุคคล ซึ่งอาตมาพิจารณาดูแล้วคงจะใกล้เคียงแนวจินตนาการของเรื่อง Inception ที่ ดร.สุปรีดี ปุจฉามา

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก