posttoday
จงกรมไม่เป็นลม

จงกรมไม่เป็นลม

06 พฤษภาคม 2555

โดย...คุณวีรณัฐ โรจนประภา www.kidmai.com , www.facebook.com/kidmai

โดย...คุณวีรณัฐ โรจนประภา www.kidmai.com , www.facebook.com/kidmai

สมัยนี้เขานิยมคำว่า “บูรณาการ” อะไรๆ ก็ต้องมีการบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน การแก้ปัญหาต่างๆ การดูแลสุขภาพ ไปจนกระทั่งแม้แต่เรื่องของการท่องเที่ยวพักผ่อนยังต้องเที่ยวอย่างบูรณาการกัน ซึ่งหากเจาะดูในส่วนของบูรณาการในการดูแลสุขภาพนั้นย่อมไม่ได้หมายเอาเรื่องการบูรณาการสารพัดยา จนกลายเป็นยาวิเศษแก้สารพัดโรคเหมือนที่เราได้ยินโฆษณายาวิเศษตามสื่อที่เป็นภาระให้ อย.แต่อย่างใด แต่หมายถึงการดูแลรวบยอดทั้งเรื่องของ “กาย” และเรื่องของ “จิต” อันเป็น 2 ส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต ก็ทำอย่างไรได้ในเมื่อชีวิตเมืองในสมัยวัตถุ (กิเลส) นิยมครอบงำนี้ เวลาส่วนใหญ่ต้องใช้ไปกับการงานทางโลก การงานที่หาเงินหาทองมาเลี้ยงชีพ เวลาที่เหลือเพียงเล็กน้อยจะให้มาแยกไปดูแลกายครั้ง ดูแลใจครั้ง ก็คงไม่พอ ผู้สนใจรักษาสุขภาพแบบองค์รวมจึงต้องบูรณาการหาทางที่ได้ทั้งสองส่วนในเวลาเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันก็มีนิยมกันอยู่หลายกิจกรรม อย่างกีฬาที่เชื่อว่าได้ทั้งความแข็งแรงทางกายและความสงบทางจิต เช่น โยคะ มวยจีน ไทเก๊ก ฯลฯ ก็เป็นที่ In Trend ในสังคม Hi Speed จนผู้ประกอบการสถานออกกำลังเช่นนี้ร่ำรวยกันถ้วนหน้า ในฐานะที่บริการสิ่งที่เอื้อประโยชน์อย่างครบถ้วน เหมาะกับทุกเพศทุกวัย สนองความต้องการและข้อจำกัดของลูกค้าได้ ทำให้สามารถคิดราคาค่าบริการได้สูงเอาการ แต่ผมอยากจะบอกว่าการบูรณาการด้านสุขภาพเช่นนี้เรามีมาเนิ่นนานหลายพันปีแล้ว แถมดีกว่าตรงไม่ต้องเสียเงินเสียทองมากมายเพื่อจ้างครูผู้ชำนาญการด้านนั้นๆ มาสอนด้วย กิจกรรมนั้นเราคุ้นหูกันดีครับ เดินจงกรม! เราได้ยินกันบ่อยๆ แต่ทราบความหมายแท้ๆ กันบ้างไหมครับ? บางคนนึกไปถึงภาพเดินเป็นวงกลมแบบการเดินเวียนเทียนรอบโบสถ์ บางคนนึกไปถึงการเดินแบบช้าๆ เนิบๆ มีการซอยจังหวะยิบย่อยกันไป ก็ไม่ผิดในรูปแบบครับ เพราะความจริงจะเรียกว่าเดินจงกรมหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอก แต่ขึ้นอยู่กับการวางจิตใจภายใน เดินให้มีสติรู้สึกตัว เท่านี้ก็เรียกว่าเดินจงกรมแล้ว

จงกรมไม่เป็นลม

พระพุทธเจ้า ทรงแสดงอานิสงส์ของการเดินจงกรมไว้ 5 ประการ ดังปรากฏใน ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ไว้ว่า

1.ทำให้เป็นผู้เดินทางไกลได้ทน

2.ทำให้เป็นผู้ทำความเพียรได้ทน

3.ทำให้เป็นผู้มีความไข้เจ็บน้อย

4.ทำให้อาหารที่กิน ดื่ม เคี้ยว ย่อยได้ดี

5.สมาธิที่บรรลุในขณะเดินจงกรมตั้งแน่วแน่อยู่ได้นาน

ฉะนั้น ใครที่เดินออกกำลังยามเช้าได้รับประโยชน์ทางกาย ทั้งเรื่องของการช่วยย่อย ท้องไม่ผูก สุขภาพแข็งแรงอยู่แล้ว บูรณาการด้วยการเติมสติลงไป เติมความรู้ตัวที่เดิน รู้เท้าที่กระทบพื้นเข้าไป เท่านี้ก็คือการเดินจงกรมแล้ว

ประโยชน์ทางกายทุกท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว ฉะนั้นเรามาดูประโยชน์ทางจิตกัน

เมื่อเราเดินธรรมดาเรามักจะคิดฟุ้งซ่าน คิดโหยหาไปในอดีตที่ผ่านไปแล้วบ้าง คิดห่วงกังวลไปยังอนาคตที่ยังมาไม่ถึงบ้าง การคิดลักษณะนี้นอกจากไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับการทำงานแล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานของจิตที่นำมาคิด แต่เมื่อเราเดินจงกรม เมื่อไหร่ที่เดินแล้วเราคิด พอรู้ว่าคิดโดยไม่ต้องสนใจว่าคิดเรื่องอะไร เราก็ดึงจิตกลับมาให้รู้สึกอยู่กับร่างกายที่เคลื่อนไหว หรือรู้ที่เท้าที่กระทบพื้น หรือเมื่อไหร่ที่เราเดิน เมื่อไหร่ที่น้ำหนักเท้ากระทบไปบนพื้นจากน้ำหนักตัวของรา แต่เรากลับไม่มีความรู้สึก นั่นก็แปลว่าเรากำลังคิด กำลังเหม่อลอย กำลังขาดสติ เราก็เพียงจงใจเติมความรู้สึกตัวลงไป ตั้งใจที่จะรู้การกระทบของเท้ากับพื้นที่เกิดขึ้นนั้น ความรู้สึกตัวนั่นเองที่จะเบียดบังความคิดออกไปจากจิต แม้อาจได้เพียงครู่เดียว เดี๋ยวจิตก็เผลอไปคิดเรื่องใหม่อีก เราก็ทำเช่นเดิมคือดึงจิตกลับมาที่ความรู้สึกตัวอีก ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวความรู้สึกตัวนี้จะค่อยถ่างออกเบียดความคิดให้ลงคลอง ถอยร่นออกไป

เมื่อจิตปราศจากความคิดไปข้างหน้า คิดย้อนไปข้างหลัง รู้อยู่กับปัจจุบัน คือ เท้าที่กระทบพื้นอย่างต่อเนื่องสักพัก สิ่งที่ตามมาโดยอัตโนมัติก็คือความตั้งมั่นของจิต หรือที่เราเรียกว่า “สมาธิ” นั่นเอง และด้วยการเดินนั้นเราเรียกว่าเป็นอิริยาบถใหญ่ น้ำหนักของเท้าที่กระทบพื้นนั้นก็มีแรงมาก รับรู้ได้ง่าย สามารถตัดกระแสความคิดกลับมารู้ที่ร่างกายได้ง่าย ทำให้จิตมีพลังได้มาก

ดั่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในประโยชน์ข้อที่ 5 ว่า สมาธิที่เกิดจากการเดินจงกรมนั้นตั้งมั่นได้นาน ซึ่งเมื่อจิตมีพลัง การนำไปใช้ก็จะยิ่งส่งผลมหาศาล สามารถใช้ในการก่อให้เกิดปัญญาได้อย่างถูกต้อง นำมาซึ่งการตัดสินเรื่องต่างๆ ในชีวิตได้อย่างเหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ไม่ก่อโทษภัยตามหลังมา เพราะปัญญา ความรู้ที่ได้มาจากฐานของจิตที่มีพลัง ตั้งมั่น ปลอดโปร่ง โล่งจากคติทั้งหลายทั้งปวงที่มักกลุ้มรุมจิตอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความรู้นั้นเป็นความรู้ที่ถูกต้อง ภาษานักวิจัยเขาเรียกว่า ไม่มีไบแอส สามารถนำไปใช้ได้จริง ต่างจากความรู้ที่ “คิดๆ เอา” ที่มักจะเป็นความรู้เฉโก ความรู้แบบฉาบฉวยหรือเจ้าเล่ห์ ซึ่งมักจะนำผลร้ายย้อนกลับมาสู่ผู้ใช้ เห็นไหมครับ เดินจงกรมนี่บูรณาการขนานแท้เลย ไม่ว่าจะเรื่องกาย เรื่องสมาธิ เรื่องปัญญา อีกทั้งสะดวก ปลอดภัย ไม่ยุ่งยากต่อการทำ คุณค่ามากมายขนาดนี้ พระพุทธองค์ก็ตรัสบอกอานิสงส์ไว้ให้แล้ว ไม่สนใจจะลองนำไปใช้ดูบ้างหรือครับ ไม่ต้องไปเสียเงินค่าเข้ายิม ฟิตเนส คลาสโยคะ แถมยังเหมือนได้พาจิตไปพักผ่อนวิปัสสนากันตามวัดอีกด้วย ไม่ลองไม่ได้แล้วละครับ

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน