
ตะลุยเกาะพีพี ไม่หวั่นแม้แผ่นดินไหว
แม้จะมีข่าวแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา
โดย...ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
แม้จะมีข่าวแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา สร้างความหวาดผวาว่าจะมีสึนามิเมื่อกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวทะเลโกยอ้าวตีตั๋วกลับหลายราย แต่คณะทริปสู่เกาะพีพีของเราไม่หวั่น ยังคงยืนยันเดินทางตามกำหนดเดิมหลังเหตุการณ์ดังกล่าวเพียง 1 สัปดาห์ โดยไม่หวั่นกับข่าวแผ่นดินไหวที่มีมาเป็นระยะ ว่าก็ว่า ตายไม่กลัว กลัวไม่ได้เจอน้องปลาการ์ตูน...
ออกเดินทางเช้าตรู่วันที่ 20 เม.ย. จากกรุงเทพฯ สู่ภูเก็ตโดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD7502 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อากาศค่อนข้างแจ่มใส เมฆน้อย แดดแรง แต่กิจกรรมวันนี้ยังไม่ดำน้ำครับ เราเดินทางต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง โดยรถบัสจากท่าอากาศยานภูเก็ตสู่บ้านบางพัฒน์ ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงา เพื่อศึกษาวิถีชีวิตชาวบ้านก่อนจะกลับสู่โรงแรมเรเนซองส์ เพื่อพักผ่อนเตรียมความพร้อมอุปกรณ์การดำน้ำ
เช้าวันใหม่กับภารกิจสำรวจความงามใต้ทะเล ท่ามกลางข่าวแผ่นดินไหวหลายระลอกที่มีศูนย์กลางที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แต่เป็นการไหวเพียงเล็กน้อยมาก ไม่ระคายผิวกับการดำน้ำครั้งนี้ เมฆค่อนข้างมาก สลับกับมีแดดบ้าง จากท่าเทียบเรือที่ จ.ภูเก็ต เดินทางโดยเรือขนาดใหญ่สู่หมู่เกาะพีพี ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ทีมนักดำน้ำของเรามาจากหลากหลายสาขาอาชีพ นำทีมโดยคณะครูสอนดำน้ำจากสถาบันสอนดำน้ำ วาฮู ไดฟ์วิ่ง เซ็นเตอร์ สื่อมวลชนจากหลายสำนัก ทั้งทีวีและสิ่งพิมพ์ สาวๆ จากสายการบินนกแอร์ นอกจากนั้นยังมีพุตและนท ศิลปินขวัญใจวัยรุ่นจากเวทีเดอะสตาร์ ที่หอบอาคูเลเล่มาร่วมเล่นสร้างสีสันให้ปลาได้ฟังด้วย
จุดแรก ไม่ลึกมาก ประมาณเกือบ 20 เมตร ลักษณะเป็นหน้าผาตั้งฉากเป็นผนัง มี ปะการัง กัลปังหา หอยเม่น หอยมือเสือ เกาะเรียงรายตามผนัง กระแสน้ำไม่แรง ประกอบกับพวกเราดำตามกระแสน้ำอยู่แล้ว ทำให้สบายๆ ฝูงปลาเล็กๆ ว่ายเรียงกันเกาะไปตามผนังเพื่อหาอาหาร ราวกับว่าพวกมันถูกฝึกมาอย่างมีระเบียบ สภาพน้ำไม่ใสเท่าที่ควร เนื่องจากช่วงก่อนหน้ามีฝนตกลงมา แต่ความสวยงามของพวกมันก็ไม่ได้ลดลงเลย มันทำให้ผมตื่นเต้นเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง
ลงมาถึงพื้นด้านล่าง หอยเม่นตั้งท่ารออยู่หลายตัว แต่ไม่เยอะ ที่เยอะกว่าคือปลาที่ล้วนมีสีสันลวดลายสวยงาม แค่ผมเกาะอยู่นิ่งๆ ที่โขดหินก็จะมีปลาทยอยกันว่ายผ่านหน้าผมเข้ามาให้ได้เลือกถ่ายภาพอย่างง่ายๆ ไม่ต้องออกแรงให้เมื่อย ทั้งปลากะรังแดง ปลาผีเสื้อ ปลานกขุนทอง ปลานกแก้ว ปลานกแอร์ เอ๊ย...ไม่ใช่ อันนี้เพื่อนร่วมก๊วนผมเอง
ตลอดเส้นทางก็จะเจอดอกไม้ทะเลเป็นกอเล็กบ้างใหญ่บ้าง กระเพื่อมตามจังหวะน้ำพัด คล้ายมันเต้นระบำ ปลาการ์ตูนส้มขาว 2-3 ตัว รีบหลบเข้าในกอดอกไม้ทะเล ผมพยายามเข้าไปดูใกล้ๆ สักพักมันก็จะค่อยๆ ออกมาดูว่าผมไปรึยัง โดยโผล่ปากเจ่อๆ ของมันออกมาก่อน พอเจอผมมันก็จะหลบเข้าไปอีก สลับไปมาอยู่อย่างนี้ ยิ่งมันเห็นผมถ่ายรูปมันมันยิ่งทำหน้าตาสงสัย เอ๋อๆ งงๆ เป็นความน่ารักของปลาที่ผมชอบที่สุด เหมือนกับได้เล่นกับมัน ได้แกล้งมัน และได้พูดคุยกับมัน
หลังจากเล่นกับปลาการ์ตูนเพลินไปหน่อย เงยหน้าขึ้นมาอีกทีใจหายวาบ เพราะไม่เหลือใครอยู่เลย นอกจากผมคนเดียวกับปลาการ์ตูน ตลอดเส้นทางเวิ้งว้างว่างเปล่า เหลียวซ้ายแลขวาไม่เจอตีนกบใครสักคน เพื่อนๆ ไปกันหมดแล้ว ตายละหว่า...กลัวหลงทางก็กลัว อยากถ่ายรูปก็อยากถ่าย ต้องรีบตีฟินเป็นการใหญ่ แต่มาได้สักพักก็เจอกับไดฟ์มาสเตอร์ที่รอผมอยู่แล้ว ขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยอากาศเหลือน้อยอีกตามเคย (ใช้อากาศเปลือง)...
ขึ้นมาบนเรือแล้ว รู้สึกแสบๆ ที่โคนขาขวา อ้ายหยา!...โดนพิษดอกไม้ทะเลเข้าให้แล้ว คุณลุงไดฟ์มาสเตอร์แห่งวาฮูช่วยเอาน้ำส้มสายชูมาประคบเอาไว้เพื่อล้างพิษ ซึ่งก็ได้ผล อาการปวดแสบปวดร้อนทุเลาลง แต่ถึงตอนที่นั่งเขียนงานอยู่นี้เป็นเวลา 10 กว่าวันแล้ว แผลยังไม่หายเลย มันเป็นจ้ำๆ แดง และคันด้วย สงสัยจะเป็นแผลเป็นแล้วเรา ฮือๆ...
จุดที่สอง โละซามะ ผมดำไม่ลึกมาก สภาพแวดล้อมจะคล้ายๆ กับจุดแรก แต่ปลาเล็กปลาน้อยจะเยอะกว่า ดอกไม้ทะเลเยอะเหมือนกัน ปลาการ์ตูนตรงจุดนี้จะเป็นปลาการ์ตูนอินเดียน คือ ลำตัวจะเป็นสีแดงตลอดตัว ต่างกับปลาการ์ตูนส้มขาวที่จะมีสีส้มเหลือง พาดด้วยสีขาว แต่นิสัยเหมือนกัน คือขี้สงสัยและขี้กลัว มันก็จะหลบฟุ่บฟั่บเหมือนเดิม โผล่หน้าออกมาดูเป็นระยะ แต่รู้สึกว่าปลาการ์ตูนอินเดียนจะขี้กลัวน้อยกว่า เพราะผมจะถ่ายรูปมันได้ง่ายกว่า
ตรงจุดนี้ผมยังเจอกับฝูงปลาค้างคาว (Copper Sweeper) ตัวขนาดเล็กกว่าฝ่ามือนิดหน่อย ลอยตัวรวมกันเป็นกลุ่มก้อนมหึมาอยู่ในโพรง คล้ายกำลังจะก่อม็อบประท้วงยังไงยังงั้น ผมลองมุดเข้าไปในโพรงเพื่อถ่ายภาพมันใกล้ๆ มันก็จะว่ายหนีออกไปเป็นกลุ่มอย่างมีชั้นเชิง พอผมถอยออกมาดูเชิงบ้าง มันก็จะว่ายกลับมาอยู่ในโพรงประจำตำแหน่งเดิมของมัน เหมือนโพรงนี้เป็นบ้านของมัน
หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในเขต อ.เมือง จ.กระบี่ อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี ประกอบด้วย 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูน ทัศนียภาพใต้น้ำจึงอลังการคล้ายผนังกำแพงขนาดยักษ์ ชายหาดที่นี่จะมีลักษณะเป็นทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลค่อนข้างใสตามแบบทะเลฝั่งอันดามัน
ผมกลับขึ้นเรือเป็นคนสุดท้ายอีกตามเคย เหล่านักดำน้ำทีมผสมทุกคนต่างหมดแรงสลบไสลอยู่บนดาดฟ้าเรือ ท่ามกลางฝนและคลื่นค่อนข้างแรง แต่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุ้มจริงๆ สวยมาก นี่ขนาดฟ้าฝนไม่เป็นใจยังสวยขนาดนี้ ถ้าวันที่แดดใสปิ๊งจะสวยขนาดไหน ยังไงก็คงต้องหาโอกาสรีเฟรชที่นี่อีกสักหลายๆ รอบ แล้วเจอกันใหม่นะเจ้าปลาการ์ตูน...
หมายเหตุ : นักดำน้ำท่านใดสนใจกิจกรรมเกี่ยวกับการดำน้ำ สามารถชมได้ในงานมหกรรมธุรกิจท่องเที่ยวดำน้ำแห่งประเทศไทย 2555 (Thailand Diving Expo 2555) ซึ่งจัดคู่กับงานมหัศจรรย์ท่องเที่ยวไทย มหัศจรรย์ท่องโลก 2555 ระหว่างวันที่ 1013 พ.ค. 2555 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนอกจากการออกร้านของผู้ประกอบการด้านการดำน้ำแล้ว ก็ยังมีการสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพใต้น้ำด้วย รวมทั้งมีการประกวดภาพถ่ายใต้น้ำด้วย







