posttoday
เทพบันดาล

เทพบันดาล

29 เมษายน 2555

โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม

โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม

สมัยที่เป็นเด็ก เคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวเหลือเชื่อปนความสงสัยจากคนรุ่นปู่ย่าตายายในหมู่บ้านบ่อยครั้ง ฟังแล้วก็อยากฟังอีก

ครั้งหนึ่งย่าเล่าให้ฟังว่า สมัยท่าน หนุ่มสาวบางคนไม่มีเครื่องประดับ เช่น ต่างหู แหวน กำไล เพื่อแต่งตัวไปเที่ยวงานบุญที่วัดก็จะพากันไปขอยืมในที่แห่งหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านรู้กันว่าที่แห่งนั้นเคยเป็นหมู่บ้านของคนสมัยโบราณมาก่อน

ใครอยากได้เครื่องประดับอะไรก็ไปขอยืมมาใส่ได้ แต่ว่าเมื่อใส่ไปเที่ยวงานเสร็จแล้วก็ต้องเอาไปคืน เนื่องจากเป็นของยืมใช้ ถ้าไม่เอาไปคืนเจ้าของก็จะมาทวงคืน

ด้วยการมาเข้าฝันคนที่เอาไปให้เอาไปคืน ถ้าไม่อย่างนั้นอาจมีอันเป็นไป หรือไม่ก็สำแดงเหตุการณ์ต่างๆ ให้เห็น จนคนที่เอาไปรู้ตัวต้องเอาไปคืนในที่สุด

อีกเรื่องผู้เฒ่าท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ในช่วงเย็นวันหนึ่งเวลา 4 โมง ได้เดินทางไปทอดแหที่ลำห้วย ที่สองฝั่งห้วยปกคลุมไปด้วยป่าไม้หนาแน่น

ตั้งใจจะกลับบ้าน 6 โมง ปรากฏว่าทอดแหเพลินจนเลย 6 โมง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายซึ่งมีที่มาจากจอมปลวกใหญ่อยู่ริมลำห้วยบอกว่าให้รีบกลับบ้าน

“กลับเรือนเร็วๆ เกิดเรื่องแล้ว”

แกจึงขึ้นจากห้วยพร้อมแหแล้วเดินไปทางต้นเสียงทันที แต่เมื่อเดินไปถึงที่สำรวจดูแล้วไม่เห็นมีใคร ทว่าไม่เอะใจแต่ก็รีบกลับบ้าน ถึงบ้านก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น คนในบ้านบอกว่าทุกอย่างปกติ

แกบอกว่าได้ยินเสียงผู้ชายร้องบอกให้กลับบ้านชัดมาก เหมือนมากระซิบที่ใกล้หู

อีกคนหนึ่งเล่าว่า ขณะเดินลงตามทางลงห้วยเพื่อข้ามฝั่งกลับมาบ้าน จู่ๆ ก็มีโอ่งน้ำขนาดคนอุ้มได้กลิ้งลงมาตามทางลง เหมือนต้องการแข่งว่าใครจะลงน้ำก่อนกันยังไงยังงั้น แต่พอถึงน้ำก็หายวับไป

นี่คือเรื่องชวนสงสัยที่เคยได้ยินได้ฟังจากปากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านที่ตัวผมเองเชื่อว่า ท่านไม่ได้แต่งเรื่องแน่นอน เพราะคนสมัยนั้นล้วนมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้กันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเหตุการณ์ของใครจะโลดโผนกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องทำนองนี้ก็ได้มาเกิดขึ้นกับตัวเองเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาที่ได้เดินทางไปดูแลคุณพ่อที่ป่วยหนักกะทันหันที่ต่างจังหวัด

เรื่องของเรื่องคือช่วงที่พ่อป่วย ท่านไม่สามารถไปไหนมาไหนสะดวกได้ ท่านจึงให้ไปทำธุระแทนโดยให้เอาซองไปช่วยงานทำบุญอัฐิที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ห่างจากหมู่บ้าน 4 กิโลเมตรกว่าๆ

วันนั้นผมออกจากบ้าน 5 โมงครึ่ง แต่กลับถึงบ้านเกือบ 2 ทุ่ม ทั้งที่ระยะทางแค่ 4 กิโลเมตรกว่า

นั่นเพราะเกิดอุปสรรคระหว่างทาง รถมอเตอร์ไซค์ยางรั่วต้องเข็นไปที่ร้านซ่อมที่หมู่บ้านหนึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 500 เมตร ช่างเปลี่ยนยางในเสร็จ 6 โมงครึ่ง จากนั้นขี่ไปช่วยงานที่อีกหมู่บ้านหนึ่งแล้วกลับบ้าน

ขณะขับขี่ถึงกลางทางจะถึงบ้านเวลา 1 ทุ่มเศษๆ ผมได้มองผ่านทุ่งนาเห็นไฟลุกไหม้บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งปลูกเป็นกลุ่ม 45 หลังกลางทุ่งนา แต่บ้านหลังนั้นปลูกห่างจากกลุ่มราว 200 เมตร และตั้งอยู่ห่างจากถนนที่ผมขี่รถไม่ถึง 1 กิโลเมตร

ยิ่งขับเข้าใกล้ยิ่งเห็นเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างหนัก ในใจคิดว่าไฟไหม้บ้านใครนะ

พอขับถึงบ้านก็เล่าให้พ่อฟัง ท่านบอกว่าถ้าบริเวณตรงนั้นก็ต้องเป็นบ้านของ...(ท่านบอกชื่อเจ้าของบ้าน) กระนั้นผมก็อยากรู้อยู่ดีจึงขี่รถออกไปรับแม่ที่ทุ่งนาซึ่งห่างจากบ้านที่ผมเชื่อว่าถูกไฟไหม้ประมาณ 600 เมตร

เล่าให้แม่ฟัง ท่านก็ว่าถ้าไฟไหม้บ้านแถวนี้ท่านก็น่าจะรู้ หรือผู้คนก็ต้องแตกตื่นส่งเสียงบ้าง แล้วท่านก็พูดขึ้นมาคำหนึ่งที่หยุดให้ต้องคิดตรองเหตุการณ์ที่เห็นมาสดๆ

“ถ้าไม่มีไฟไหม้บ้านใครจริง แสดงว่าอาจมีใครที่เราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาจงใจแสดงให้เห็น” แม่พูดพร้อมบอกให้มาดูในตอนเช้า

และคำตอบที่ได้ในเช้าวันต่อมา คือ ไม่มีไฟไหม้บ้านใครทั้งนั้น ผมจึงมั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นนั้นมีผู้สำแดงให้เห็น เข้าใจว่าเป็นอำนาจของเทพบันดาล

เรื่องนี้อยู่ที่วิจารณปัญญาของแต่ละท่านนะครับ คิดได้ร้อยแปดพันเก้า แต่ขอบอกตามตรงว่า เห็นด้วยสองตาจริงๆ

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว