
จริยธรรมเรื่องใหญ่
โดย...อ.ตุ้ย วรกรรม
โดย...อ.ตุ้ย วรกรรม
จริยธรรมดูจะเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ จากกรณีที่มีข่าว สส.ดูภาพโป๊ในสภา และตามมาด้วยการกดบัตรลงคะแนนแทนกัน ซึ่งมีการอ้างภาพ อ้างคลิปด้วย
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วครับ เรื่องใหญ่ระดับชาติเชียวแหละ....
หนึ่ง เพราะเป็นพฤติกรรมของนักการเมืองระดับชาติ สอง เป็นการกระทำในขณะปฏิบัติหน้าที่ในสภาอันทรงเกียรติ เรื่องเหล่านี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่มีคนพูดถึงสปิริตนอกเหนือจากการยอมรับกับการกระทำของตัวเอง
อย่าได้มองว่าการดูภาพโป๊เล็กน้อยกว่าการกดบัตรแทนกัน...นั่นเป็นการพูดเอาแต่ได้ และอย่าได้คิดว่าการกดบัตรลงคะแนนแทนกันประชาชนจะยอมรับได้
ทั้งสองเรื่องถือเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงจริยธรรมของนักการเมืองเอาเสียเลย
การกระทำแบบนี้ ถือว่าไม่เคารพและไม่ให้เกียรติสถานที่คือสภา ถือว่าไม่เคารพและไม่ให้เกียรติพี่น้องประชาชนที่เลือกตั้งให้เข้ามาทำหน้าที่แทนโดยการเป็น สส. สว.ที่ดี
ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสภาอันทรงเกียรติ เพราะสภาเป็นที่รวมพลของเหล่า “สัตบุรุษคนดี” ที่นอกจากมีความรู้ (วิชชา) แล้วจะต้องมีความประพฤติ (จริยาจรณะ) ที่ดีด้วย
การกระทำอย่างนี้ นอกจากสร้างความมัวหมองแก่ผู้ทำและกระทบถึงภาพลักษณ์ของสภาแล้ว ยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนด้วย
นี่แหละคือเรื่องใหญ่ระดับชาติ นี่คือวิกฤตทางจริยธรรมของนักการเมืองไทย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในเมื่อนักการเมืองไม่มีจริยธรรมแล้ว จะหวังให้จริยธรรมงอกงามในหมู่ประชาชนได้อย่างไร
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้น่าคิดมาก
ท่านว่า นักการเมืองควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมสูงกว่าคนทั่วไป เพราะนักการเมืองเป็นผู้นำของประชาชน นักการเมืองมีพฤติกรรมอย่างไร ประชาชนก็มีแนวโน้มที่จะทำตามหรือยึดถือเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
“หากนักการเมืองไม่ให้ความสำคัญต่อจริยธรรมทางการเมือง ก็อย่าหวังว่าประชาชนส่วนใหญ่จะสนใจจริยธรรมในการดำรงชีวิต
“อย่างในเมืองไทยเวลานี้ปล่อยให้มีการคอร์รัปชันจนกลายเป็นวัฒนธรรม กระแสหลักลุกลามไปทั่วทุกวงการ ปัญหาดังกล่าวนี้ก็มีนักการเมืองนั่นเองเป็นต้นแบบให้ประชาชนเจริญรอยตามจนกลายเป็นค่านิยมที่ ใครๆ เขาก็ทำกัน”
ท่านยังกล่าวอีกว่า สภาควรเป็นที่ที่มีจริยธรรมมากที่สุดของประเทศ เพราะสภาเป็นศูนย์รวมของการตัดสินใจในการบริหารราชการแผ่นดิน
“หากสภาไม่วางบรรทัดฐานทางจริยธรรมที่ดีเอาไว้ให้เป็นแบบอย่างแก่สังคมไทย วิกฤตทางจริยธรรมก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยต่อไปอย่างยาวนาน
“กล่าวอย่างสั้นที่สุดว่า วิกฤตการเมืองไทยในทุกวันนี้แท้ที่จริงก็มีรากฐานมาจากวิกฤตทางจริยธรรมของนักการเมืองไทยและคนไทยนั่นเอง”
ท่านได้ให้นิยามของสภาไว้ว่า เนสา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต คนดีไม่มีในที่ใด ที่นั้นไซร้ไม่ควรนับว่าสภา
พร้อมสำทับด้วยกวีนิพนธ์เกี่ยวกับ “สภา” มาเตือนใจนักการเมืองไทยในสภาด้วย ลองไปตรองตามท่านว่าดูนะครับท่านนักการเมืองทั้งหลาย
“สถานใดไม่มีคนดีอยู่ เป็นแต่หมู่คนพาลสันดานหนา
มาประชุมแซ่เสียงเพียงนกกา ต่อราคาผลประโยชน์โหวตคะแนน
ที่เช่นนั้นไม่นับเป็นสภา เป็นที่มาต่อรองมาคล้องแขน
แม้นมากคนมากใครในดินแดน ก็ไม่แม้นไม่สมค่าสภาคาร”
นักการเมืองนอกจากจะต้องเก่งแล้วจะต้องดีด้วยจึงจะงามสมแก่การเข้าไปนั่งในสภา แต่ถ้าเก่งแล้วความประพฤติเสื่อม ก็หาควรแก่การนั่งในสถานที่อันทรงเกียรตินี้แม้แต่น้อย







