posttoday
สำรวจชีวภาพแผ่นดินไทย

สำรวจชีวภาพแผ่นดินไทย

27 เมษายน 2555

โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพไม่มีเครดิต

โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพไม่มีเครดิต

หากมีใครสักคนถามคุณถึงชื่อพันธุ์ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่หน้าบ้านคุณเองโดยที่คุณไม่ได้เป็นคนปลูกคุณจะรู้จักไหม อย่างเก่งคงรู้ว่านี่เป็นเพียงต้นหญ้าหรือไม้ยืนต้นก็สุดแล้วแต่ เพราะใจความสำคัญที่เรากำลังจะถามก็คือ คุณรู้จักสิ่งมีชีวิตที่อาศัยบนพื้นแผ่นดินไทยนี้มากน้อยแค่ไหน

นอกจากพืชและสัตว์ที่เราคุ้นเคยกันดีในชีวิตประจำวัน ชีวภาพเหล่านี้อาศัยอยู่กับคนไทยมาหลายชั่วอายุคน แต่เราอาจไม่เคยรู้จักพวกเขาเลย จนวันที่พวกเขาถูกนำไปขึ้นสิทธิบัตรที่ต่างประเทศ หรือวันที่เราได้ข่าวว่ากบตัวน้อยที่ชอบกระโดดอยู่ในสวนหลังบ้านเป็นกบสายพันธุ์หายาก พวกเขาจึงมีมูลค่าในสายตาเราขึ้นมาทันที ไม่ต่างจากการที่เราเดินพารากอนและเห็นกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงใบหนึ่งเลยทีเดียว

ฐานชีวภาพแห่งชาติ

จริงอยู่ว่าเราทุกคนไม่จำเป็นต้องรู้จักพืชทุกชนิด สัตว์ หรือเชื้อราทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศไทย แต่เรามีความจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลชีวภาพเหล่านี้ที่กระจัดกระจายอยู่ในแต่ละองค์กรเข้ามาเป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลที่นักวิชาการสามารถสืบค้นและอ้างอิงถึงแหล่งที่มาได้

สำรวจชีวภาพแผ่นดินไทย

 

ซึ่งทรัพยากรทางชีวภาพในบ้านเรานั้นเป็นสิ่งที่เราร่ำรวยอยู่แล้ว เพราะประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนซึ่งจะมีสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายกว่าประเทศในเขตหนาว อีกทั้งยังมีภูมิประเทศที่หลากหลายตั้งแต่ภูเขาสูงจนถึงพื้นที่ทะเล แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ก็ต่างคนต่างทำ เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ข้อมูลเหล่านี้กระจัดกระจายกันออกไป ในขณะที่ต่างประเทศก็มีจีน เกาหลี ญี่ปุ่น พวกเขามีการเก็บรวบรวมข้อมูลฐานชีวภาพของเขาเป็นอย่างดี

สุชาดา ชยัมภร รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. รักษาการแทนผู้อำนวยการ สพภ. สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานสนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรทางชีวภาพให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้มีการอนุรักษ์เชิงเศรษฐกิจ และต้องรวบรวมข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ เอาไว้ด้วยกัน เล่าถึงความสำคัญของการรวบรวมฐานข้อมูลชีวภาพว่า

ปัจจุบันปัญหาก็คือฐานข้อมูลใหญ่และกระจัดกระจายอย่างมาก ข้อมูลที่มีอยู่บางตัวก็มีไม่ครบและยังขาดการยืนยันข้อมูลจากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ เช่น ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ชื่อท้องถิ่น คุณประโยชน์และการใช้งานที่แตกต่างกัน ในขณะที่บางข้อมูลนั้นเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดกันมา และนักวิทยาศาสตร์ไม่ทราบ โดยเฉพาะเรื่องสมุนไพรและยารักษาโรค

สำรวจชีวภาพแผ่นดินไทย

 

“ตอนนี้เรามีฐานข้อมูลจำนวน 6 แสนกว่า จาก 20 หน่วยงานที่เราต้องรอการตรวจสอบจากนักวิชาการที่มีความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งบางท่านยังติดภารกิจในการทำงานประจำและการค้นคว้าทดลองส่วนตัว ในขณะที่อีกหลายๆ ท่านมักจะเก็บเป็นภูมิความรู้ส่วนตัว ไม่ค่อยมีเอกสารเผยแพร่ความรู้เหล่านี้ออกมาเท่าไหร่ มีเก็บไว้เป็นกระดาษโน้ตบ้าง เอ็กเซลบ้าง ภาพถ่ายที่รู้อยู่คนเดียวบ้าง เราจึงต้องจ้างนักวิชาการเหล่านี้มาช่วยงานในการทำฐานชีวภาพในบ้านเรา

อย่างเรื่องเฟิร์นในประเทศไทยก็มี ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม ท่านเป็นนักวิชาการเรื่องเฟิร์น ศึกษาจนท่านเกษียณ เราก็เชิญท่านมาแต่งตำรารวบรวมพันธุ์เฟิร์นที่ค้นพบทั้งหมดในประเทศไทย ทั้งเฟิร์นที่ปลูกขายและเฟิร์นป่า

แต่คราวนี้ด้วยปัญหาที่ว่าประเทศไทยเรานั้นมีขนาดกว้างใหญ่อย่างมาก การที่เราจะรวบรวมข้อมูลชีวภาพได้ครบคงเป็นเรื่องยาก เราจึงต้องหาทางอื่นที่จะช่วยทำให้การเก็บฐานข้อมูลเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในระยะยาวมากกว่านี้” สุชาดา เล่าถึงปัญหาและความสำคัญในการรวบรวมฐานชีวภาพในประเทศไทย ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอีกเป็นจำนวนมากที่ยังตกสำรวจบนแผ่นดินไทย

ไบโอแก๊งค์ ... เยาวชนรู้ถิ่นตัวเอง

นั่นเองทำให้ สพภ.ได้ตั้งโครงการไบโอแก๊งค์ขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2552 เพื่อดึงกลุ่มเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วมค้นหาสิ่งมีชีวิตในท้องถิ่น โดยการให้พวกเขาออกสำรวจพืชและสิ่งมีชีวิตที่อยู่ละแวกบ้านของพวกเขาเอง ด้วยการถ่ายภาพ และค้นหาในอินเทอร์เน็ตว่าชีวภาพที่พวกเขาเลือกมานั้นเรียกว่าอะไร มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ชื่อท้องถิ่น และนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร

สำรวจชีวภาพแผ่นดินไทย

 

เริ่มจากไม่กี่โรงเรียนในชุมชนที่ให้ความร่วมมือและงบประมาณที่จำกัด แต่โครงการก็ประสบความสำเร็จด้วยดีในการทำต่อเนื่องมาจนมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นในเว็บไซต์ จากจำนวนกว่า 1,000 คนในปีแรก เป็น 2.9 หมื่นคนในปีที่ 3

พวกเขาเอาข้อมูลที่ได้มานำขึ้นในเว็บไซต์ biogang.net จนมีฐานข้อมูลที่เด็กๆ ค้นพบกว่า 1 แสนตัวอย่าง ที่รอการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นพืชที่ค้นพบในท้องถิ่นหรือมีการย้ายถิ่นฐานบ้างหรือไม่ สิ่งที่เด็กๆ เหล่านี้จะได้รับคือคะแนนและคำชื่นชมจากเพื่อนๆ ที่ร่วมโครงการ แต่ที่สำคัญกว่านั้น พวกเขายังได้รับความรู้และรู้จักสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในท้องถิ่นจนเกิดความรู้สึกผูกพันในที่สุด

ทรัพยากรป่าไม้ใช้ได้แต่ต้องรู้รักษา

สุชาดา บอกอีกว่า หากเรามีการพัฒนาอย่างเป็นระบบที่ถูกต้องก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจทั้งสองฝ่ายทั้งในแง่กฎหมายและความถูกต้องในทางปฏิบัติ หากสัตว์ป่านั้นมีจำนวนอยู่น้อยก็จำเป็นต้องอนุรักษ์ แต่ถ้าเรานำมาขยายพันธุ์ให้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจก็จะเป็นทรัพยากรชีวภาพที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอีกอย่างหนึ่ง

เพียงแต่เราต้องรู้ว่าใช้อย่างไรและรักษาอย่างไรให้คงอยู่ ใช่เพียงแต่ใช้ด้วยความเห็นแก่ตัวโดยที่ไม่รู้จักการมอบกลับคืนสู่ธรรมชาติ สุดท้ายทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ก็หมดไป สำคัญตอนนี้ก็คือเราต้องรู้จักชีวภาพบนพื้นแผ่นดินไทยให้มากที่สุด และเราจะได้รู้ว่าเราจะแก้ปัญหาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ถูกเอาเปรียบจากต่างชาติได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย