
ปู่กับหลานมันคนละชั้น...ฉะนั้นอย่าวัดรอย...
สิ้นสุดไปหมาดๆ กับเทศกาลปีใหม่ไทยอย่างวันสงกรานต์ สำหรับใครที่ใช้เวลาหยุดนี้เดินทางไปพักผ่อน
สิ้นสุดไปหมาดๆ กับเทศกาลปีใหม่ไทยอย่างวันสงกรานต์ สำหรับใครที่ใช้เวลาหยุดนี้เดินทางไปพักผ่อน
หรือกลับภูมิลำเนาเพื่อไปพบครอบครัว ยังไงก็ขอให้ขับรถหรือเดินทางกลับที่พักโดยสวัสดิภาพกันถ้วนหน้านะครับ
กลับเข้าสู่เรื่องกีฬากันบ้าง ถึงแม้ช่วงนี้อากาศบ้านเราจะแปรปรวน (ร้อน ฝน หนาว ภายใน 1 วัน) แต่อุณหภูมิการแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของ 2 ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ กลับมีแต่ความร้อนระอุเพิ่มขึ้นๆ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เหตุเกิดขึ้นช่วงท้ายฤดูกาลนี่เอง ที่จู่ๆ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็เครื่องสะดุดเอาดื้อๆ จนถูกคู่อริประจำเมืองอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำคะแนนแซงไปต่อหน้าต่อตา
จน โรแบร์โต มันชินี นายใหญ่ทัพเรือ ไม่รู้จะทำเยี่ยงไร จึงหันมาทำสงครามจิตวิทยานอกสนามแทน โดยมุขใหม่ที่กุนซือชาวอิตาเลียนหันมาใช้เล่นงานคู่อริร่วมเมือง นั่นคือ ทุกครั้งที่ทีมคว้า 3 คะแนน และทำแต้มเขยิบเข้าใกล้แมนฯ ยูไนเต็ดได้มากเท่าไหร่ ก็จะใช้วลีสไตล์ใหม่ทำนองว่า
“การลุ้นแชมป์มันจบแล้ว ชัยชนะเกมนี้ก็ไม่ได้สำคัญอะไร แต่เรายังคงต้องการผลการแข่งขันเช่นนี้ ยิงประตูให้ได้มากมาย และชนะมากที่สุดเท่าที่จะทำได้” มันโช กล่าว
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เพียง 1 สัปดาห์ กุนซือวัย 48 ปี เพิ่งจะนั่งยันนอนยันผ่านสื่อว่า หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรพวกเรา (แมนฯ ซิตี) ก็จะไม่ยอมยกแชมป์ให้กับพลพรรคเรดอาร์มีเด็ดขาด แถมยังเหน็บคู่แข่งด้วยว่าอย่าคิดว่าทีมที่มีประสบการณ์เท่านั้นที่จะสามารถคว้าโทรฟีได้
ตกลงจะยอมหรือจะแข่งกันแน่เนี่ย มันชินี!!!
เกมสงครามประสาทถือเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่บรรดากุนซือมักงัดมาใช้ ผลลัพธ์มีทั้งผลดีและผลเสียคละเคล้ากันไป และสิ่งที่นายใหญ่ถิ่นเอติฮัด สเตเดียม กำลังทำก็ส่อแววไม่ได้ผลเช่นกัน เพราะคนที่เขากำลังสาดสงครามน้ำลายใส่อยู่นั้นมีนามว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดกุนซือ “ปีศาจแดง” นั่นเอง
สำหรับป๋าเฟอร์กี ถือเป็นตัวพ่อของการเล่นเกมจิตวิทยา โทรฟีในตู้โชว์หลายใบก็ได้มาจากการทำสงครามนอกสนามนี่แหละ ด้วยวัย 70 กะรัต บวกกับประสบการณ์ในการคุมทีมกว่า 50 ปี ดังนั้นเพียงแค่มองเกมแวบเดียวก็รู้ทันทีว่า มันชินี มาไม้ไหน
นายใหญ่รั้วโอลด์แทรฟฟอร์ดจึงตอบโต้ทันทีว่า ขณะนี้เขาและกองทัพผีแดงไม่เคยสนใจความพยายามในการเล่นสงครามประสาทอย่างต่อเนื่องของคู่แข่งแม้แต่น้อย พร้อมเฉลยเรื่องราวให้เสร็จสรรพว่า สิ่งที่นายใหญ่เรือใบสีฟ้ากำลังทำ ก็เพื่อโยนความกดดันกลับมาให้ ก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจะมีคิวฟาดแข้งกันช่วงต้นเดือนหน้านั่นเอง อีกทั้งยังเหน็บคืนลักษณะแอบสอนด้วยว่า
“ผมคิดว่า มันชินี เลือกเวลาที่พูดแบบนี้ผิดไปหน่อย พูดกันตามตรง เราต้องมีการทำแต้มหลุดมือบ้างในช่วงครึ่งหลังของซีซัน จริงอยู่ที่เราไม่แพ้ในช่วงท้ายฤดูกาลมาหลายปี อย่างปีที่แล้วเราแพ้ลิเวอร์พูลคาบ้าน 1-4 แต่สุดท้ายเราก็เป็นแชมป์ลีก ทั้งยูไนเต็ด และซิตีเองก็เคยพลาดช่วงท้ายมาแล้วทั้งนั้น และประสบการณ์จะช่วยให้เรากลับมาชนะอีกครั้ง” กุนซือชาวสกอต กล่าว
สิ่งที่แตกต่างในโค้งสุดท้ายในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของทั้ง 2 ทีม อาจเป็นเพราะคำว่า “ทีม” ก็เป็นได้ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แมนฯ ซิตี ฟอร์มแกว่ง กุนซือมันชินี กลับปลีกวิเวกเข้าโบสถ์ไปสงบสติอารมณ์เพียงลำพัง ขณะที่ เฟอร์กี กลับทำสิ่งตรงข้ามด้วยการพาแข้งผีไปออกรอบเล่นกอล์ฟ หรือพานักเตะไปดูม้าแข่งในวันที่ทีมพ่ายแพ้ ในแง่แฟนบอลแล้ว ยิ่งสงครามนอกสนามของเมืองแมนเชสเตอร์ปะทุมากขึ้นเท่าไหร่ กำไรยิ่งตกอยู่กับคอลูกหนังมากขึ้นเท่านั้น
เพราะหากแชมป์ตกเป็นของทีมใดทีมหนึ่งก่อนเกมที่จะพบกันแล้ว สีสันในการเชียร์ในวันนั้นคงจะกร่อยน่าดู ... จริงมั้ย?







