
ดวงแก้วสู่สวรรค์
“ลูกสาวผู้เป็นดั่งดวงแก้วของพระมหากษัตริย์ มีพระกำเนิดเป็นศรีอันงามพร้อม...”
โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
“ลูกสาวผู้เป็นดั่งดวงแก้วของพระมหากษัตริย์ มีพระกำเนิดเป็นศรีอันงามพร้อม...”
นี่เป็นความหมายในพระนาม สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี เป็นพระนามที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์เดียวในรัชกาลที่ 6 มีพระประสูติกาลเวลา 12.55 น. ของวันอังคารที่ 24 พ.ย. 2468 ณ พระที่นั่งเทพสถานพิลาส ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง ก่อนพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จสวรรคตเพียงวันเดียว
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมดังความหมายพระนาม “ลูกสาวผู้เป็นดั่งดวงแก้วของพระมหากษัตริย์” โดยแท้จริง พระราชทานกำเนิดมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งยังทรงเป็นผู้นำในการอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมในรัชกาลที่ 6 เช่น พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จ.เพชรบุรี และพระราชวังพญาไท ในบริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้ทรงรับสถาบันและองค์กรต่างๆ ไว้ในพระอุปถัมภ์เป็นจำนวนกว่า 30 แห่ง ทั้งในส่วนที่สืบสานจากสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ในส่วนของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง และโดยส่วนพระองค์เอง พระกรณียกิจทั้งในด้านการศึกษา การสาธารณสุข เช่น วชิรพยาบาล โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศิริราชพยาบาล ฯลฯ กิจการลูกเสือเนตรนารี และอาสาสมัครรักษาดินแดน ตลอดจนการสังคมสงเคราะห์อื่นๆ ทรงพระอุตสาหะ วิริยะ ปฏิบัติภารกิจน้อยใหญ่นานาประการ ด้วยความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ดังพระปณิธานที่ปรากฏในพระดำรัสซึ่งประทานแก่ผู้เฝ้าถวายชัยมงคลในงานฉลองพระชนมายุ 5 รอบ พุทธศักราช 2528 ณ วชิราวุธวิทยาลัย ความตอนหนึ่ง ดังนี้
“ฉันขอกล่าวต่อท่านทั้งปวงว่า จะพยายามบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์แก่บ้านเมืองด้วยความจงรักภักดีต่อบ้านเกิด และต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นประมุขของชาติ ทั้งจะได้รักษาเกียรติศักดิ์แห่งความเป็นราชนารี ในมหาจักรีบรมราชวงศ์ไว้ชั่วชีวิต”
เพชรงามของปวงไทย
เมื่อทรงพระเยาว์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงประสบเหตุการณ์ผันผวนทางการเมือง ทำให้ต้องทรงย้ายที่ประทับอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี โปรดให้สร้างตำหนักใหม่ขึ้นเป็นส่วนพระองค์บนที่ดินหัวมุมถนนราชสีมา ตัดกับถนนสุโขทัย ซึ่งเป็นที่ดินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่คราวอภิเษกสมรส ตำหนักแห่งนี้ประทานนามว่า สวนรื่นฤดี
ต่อมาใน พ.ศ. 2480 พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ผู้เป็นพระชนนี ทรงเห็นว่าพระพลานามัยของพระธิดาไม่สู้สมบูรณ์นัก จึงนำพระธิดาไปทรงพระอักษรและประทับรักษาพระอนามัย ณ ประเทศอังกฤษ ทั้งสองพระองค์ต้องประสบความยากลำบากนานัปการอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองในช่วงภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 พระองค์ทรงตกแต่งทรงประสบปัญหาอย่างยิ่งโดยเฉพาะด้านการเงิน ตำหนักแฟร์ฮิลล์ เมืองแคมเบอร์เลย์ มณฑลเซอร์เรย์ อย่างเรียบง่าย ต้องทรงทำงานบ้านเองอย่างสามัญชน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจ้างข้าหลวงชาวต่างประเทศ ระหว่างนั้นสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้ทรงศึกษาวิชาภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเปียโนกับพระอาจารย์ชาวต่างประเทศ
ช่วงสงครามทรงรับปันส่วนอาหารเช่นพลเมืองอังกฤษทั่วไป ทรงอพยพลี้ภัยไปประทับ ณ แคว้นเวลส์ พระธิดาองค์น้อยทรงศึกษาในโรงเรียนประจำสตรีชื่อโรงเรียนเซเครดฮาร์ต แม้ในความยากลำบากเช่นนั้น สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พร้อมด้วยพระชนนี ยังมีพระเมตตากรุณา ได้เสด็จไปทรงช่วยกิจการสภากาชาดอังกฤษ ทรงถักเครื่องกันหนาว และม้วนผ้าพันแผลสำหรับผู้ปฏิบัติงานในแนวรบ สภากาชาดอังกฤษจึงทูลเกล้าฯ ถวายเกียรติบัตรสรรเสริญในน้ำพระทัยของราชนารีแห่งกรุงสยามทั้งสองพระองค์ ที่เปี่ยมด้วยมนุษยธรรม ความเอื้อเฟื้อ แม้ในยามที่ทรงประสบความยากลำบากอยู่เป็นทุนเดิมก็ตาม
ตลอดระยะเวลาที่ประทับในอังกฤษ ทั้งสองพระองค์มีพระกรุณาต่อชาวไทยที่นั่น โดยทรงโปรดให้เข้าเฝ้าฯ จัดประทานเลี้ยง และมีพระกรุณาแก่กิจการต่างๆ ของชาวไทยอยู่เสมอ ทรงร่วมงานสมาคมนักเรียนไทยในสหราชอาณาจักรเป็นประจำ ทรงพระกรุณาช่วยเหลือทุกเรื่อง เช่น นักเรียนไทยบางคนประสบปัญหาทางสุขภาพ ก็โปรดให้แพทย์ประจำพระองค์ช่วยดูแล บางรายคิดถึงอาหารไทยก็โปรดประทานเลี้ยงอาหารให้อิ่มหนำสำราญ เป็นที่พึ่งของคนไทยในต่างแดนตลอดเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ประทับ ณ ประเทศอังกฤษ
เพชรงามของราชวงศ์จักรี
ในปี พ.ศ. 2502 ทรงเสด็จนิวัตประเทศไทยอย่างถาวร หลังจากนั้นไม่กี่ปี พระนาม “เจ้าฟ้าหญิงเพชรรัตนฯ” ก็เริ่มติดหูสาธารณชน ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อแบ่งเบาพระราชภารกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยความตั้งพระทัยอุตสาหะ
ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการสำนักราชเลขาธิการสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ไว้ว่า แม้ทรงเจริญพระชนมายุแล้ว ยังทรงพระอุตสาหะเสด็จไปเป็นประธานในงานต่างๆ ตามที่กราบทูลเชิญอยู่เสมอ
“พระราชทานเงินช่วยเหลือกาชาดทุกๆ ปีค่ะ ซึ่งเป็นพระภารกิจที่ทรงผูกพันมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงอุทิศพระองค์ช่วยเหลือกิจการสภากาชาดอังกฤษ ประทานแก่ทหารและผู้ประสบภัยสงครามด้วยการเสด็จไปทรงบำเพ็ญประโยชน์ เช่น ม้วนผ้าพันแผล จัดยา และเวชภัณฑ์ ทุกวันนี้เมื่อเป็นงานกาชาดจึงทรงปฏิบัติต่อเนื่อง
สิ่งหนึ่งที่แสดงออกถึงการเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือการถวายงานและแบ่งเบาพระราชภารกิจทั้งสองพระองค์โดยเฉพาะเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎร เป็นสิ่งที่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงทำมาโดยตลอด และทรงทำในแบบไม่กระโตกกระตาก ทรงทำเป็นปกติ โดยไม่ต้องไปบอกอะไรใคร ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์อัคคีภัย อุทกภัย พระองค์ท่านอาจจะไม่มีกำลังคนเพียงพอที่จะออกไปช่วยเหลือ แต่พระราชทานพระราชทรัพย์สมทบทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ หรือสมทบทุนช่วยกาชาดทันทีที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ เป็นการทำในสิ่งที่ทรงทำได้โดยไม่รอช้าค่ะ” ท่านผู้หญิงบุตรี กล่าว
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต ณ ตึก 84 ปี ชั้น 5 ด้านตะวันออก โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันพุธที่ 13 ก.ค. 2554 แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 16.37 น. วันพุธที่ 27 ก.ค. 2554 รวมพระชันษา 85 ปี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และในวันที่ 9 เม.ย.นี้ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าล้วนตั้งใจเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ แสดงถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระทัยของ “สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ” เพชรงามแห่งราชวงศ์จักรี







