posttoday
‘มีความรู้...ชีวิตก็ดีขึ้น’

‘มีความรู้...ชีวิตก็ดีขึ้น’

05 มีนาคม 2553

เรื่อง : พัชชี่

 

 

แม้จะเป็นช่วงฤดูหนาว แต่แสงแดดที่แผดไปทั่วบริเวณไร่มันฝรั่งตอน 8 โมงเช้า ก็ยังแรงกล้าเผาผิวกายจนรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุภายใต้ผิวเนื้อ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้สร้างความสะทกสะท้านให้กับ กี่ แซ่ม้า เกษตรกรชาวไทยเชื้อสายม้งวัย 45 ปี ที่กำลังเดินอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ตรวจตราดูแลไร่มันฝรั่ง ซึ่งเขามีอยู่จำนวน 60 ไร่ ที่ อ.พบพระ จ.ตาก ไร่เหล่านี้เกิดจากการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมเกษตรกรกับมันฝรั่งเลย์ ที่เข้ามาให้ความรู้กับเกษตรกรเรื่องการปลูกมันฝรั่ง กลายเป็นขุมทรัพย์ที่พลิกชีวิตที่เคยยากลำบากในอดีต ให้กลับมาฟื้นและลืมตาอ้าปากได้

แต่เดิมขึ้นชื่อเรื่องความร้อนแล้ง อ.พบพระ เคยเป็นป่าเสื่อมโทรม กี่และชาวม้งอีกหลายครัวเรือนอาศัยอยู่ในบริเวณป่าห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวร และทำไร่เลื่อนลอยเลี้ยงชีพมาเป็นเวลานาน

“ก่อนที่จะมาเป็นชาวไร่มันฝรั่ง เคยทำไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มานานนับสิบปี ปลูก 30 ไร่ เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตก็ไม่คุ้มกับความเหนื่อยยากที่ลงทุนไป เราปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้แค่ปีละครั้ง เมื่อได้ผลผลิตออกมาก็มีราคาไม่แน่นอน เพราะไม่มีการรับประกันราคาให้กับเกษตรกร บางปีก็ดี บางปีก็ไม่ดี หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกำไรแค่ 2,0003,000 บาทต่อไร่เท่านั้นเอง” กี่ บอกเล่า

แล้วก็เป็นที่รู้ๆ กันว่า ไร่ข้าวโพดทำลายพื้นที่สีเขียวของป่าไม้อย่างรุนแรง และกลายเป็นปัจจัยสำคัญของวิกฤตโลกร้อนในวันนี้ เมื่อป่าไม้ที่เป็นต้นน้ำลำธารถูกไร่ข้าวโพดกลืนกินไปทีละน้อยๆ ความแล้งส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ไม่แน่นอน กี่เดือนกี่ปีบ้านพักสร้างด้วยไม้ไผ่โย้เย้ ไม่มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือสูงๆ แต่เมื่อเลย์เข้ามาสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกมันฝรั่ง ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นคุณภาพชีวิตดีขึ้นตามลำดับ บ้านที่อยู่อาศัยมั่นคงแข็งแรงกว่าเดิม บางครอบครัวมีกำลังส่งลูกเรียนหนังสือถึงระดับมหาวิทยาลัยได้

กี่มองต้นมันฝรั่งที่ปลูกเรียงกันเขียวชอุ่ม เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เนื่องจากมันฝรั่งปลูกได้ปีละหลายครั้ง คือ ในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือน พ.ย. จนไปถึงต้นเดือน ม.ค. ส่วนในฤดูฝนเริ่มปลูกได้ตั้งแต่เดือน พ.ค.ก.ย. คือ ถ้าปลูกเดือน พ.ค. ก็ไปเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือน ส.ค. ถ้าปลูกเดือน มิ.ย. ก็ไปเก็บเกี่ยวในเดือน ก.ย. อย่างหน้าฝนจะมีช่วงของการปลูกได้ประมาณ 4 เดือน ในพื้นที่ อ.พบพระ แต่ละปีจะมียอดเงินหลังจากหักค่าใช้จ่ายในเรื่องของต้นทุนจากเกษตรกรที่ปลูกมันฝรั่งหมุนเวียนในพื้นที่ 200 กว่าล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว

“เมื่อผลผลิตมีคุณภาพดี ก็ขายได้ราคาดี ชีวิตผมก็ดีขึ้น ครอบครัวมีความสุข ตอนนี้ผมมีกำลังพอที่จะส่งเสียให้ลูกๆ เรียนหนังสือไปเรื่อยจนกว่าเขาจะไม่อยากเรียน ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตก็อยากให้เขามีความรู้มากๆ แล้วกลับมาช่วยเราพัฒนาการปลูกมันฝรั่งต่อ เมื่อก่อนเราลำบากเพราะไม่มีความรู้ แต่พอมาเข้าโครงการนี้ชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ดีใจ เพราะมีรายได้ที่มั่นคง ปีนี้เราคงเหนื่อยขึ้น เพราะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม แต่เมื่อคิดถึงผลตอบแทนแล้วก็หายเหนื่อยครับ” กี่ เกษตรกรนักสู้ กล่าวพร้อมปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม

*****************

บรรยายค่ะ

12 ไร่มันฝรั่งสีเขียวกับรอยยิ้มของครอบครัวกี่

3.ไร่ข้าวโพดกลืนกินความชุ่มชื้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ