
ชั่วโมงยิมและเทคโนโลยี ‘อภิวัฒน์ พิพัฒน์ศรีกุล’
หนุ่มรุ่นสมัยนี้ ผูกติดกับการดูแลรูปลักษณ์เหลือเกิน สังเกตจากหน้าตา ผิวพรรณ และชั่วโมงยิม
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร
หนุ่มรุ่นสมัยนี้ ผูกติดกับการดูแลรูปลักษณ์เหลือเกิน สังเกตจากหน้าตา ผิวพรรณ และชั่วโมงยิม
โปเต้-อภิวัฒน์ พิพัฒน์ศรีกุล หนุ่มรุ่นไทยเชื้อสายจีน ตัวสูง หุ่นล่ำ หน้าตาเทรนด์ฮิตติดตลาดย่านสยาม สะท้อนความชอบในการดูแลตัวเองเพื่อเป็นคนในแสงไฟอย่างที่ใฝ่ฝัน
ด้วยเพราะแม่ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่ต่างประเทศ พ่อทำธุรกิจส่วนตัวอย่างแข็งขัน เขาจึงเติบโตในท่ามกลางหมู่ญาติ ทั้งปู่ ย่า ลุง และลูกพี่ลูกน้อง
“ผมเป็นลูกคนเดียวครับ อยู่ในบ้านที่มีกฎ ระเบียบ เป๊ะ ไปไหน ทำอะไรกับใครที่บ้านต้องรับรู้ตลอด ทุกวันนี้ยังติดนอนกับคุณย่าอยู่เลย (หัวเราะ) คงเพราะเด็กๆ ห่างจากคุณพ่อคุณแม่ ค่อนข้างขี้อ้อน นิสัยพูดไม่เก่งมาก แต่สามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี ถ้าเล่นผมก็เล่นเลย เวลาเรียนและทำงานจริงจังก็จะเต็มที่ บางทีคนที่ไม่ค่อยสนิทกับผมก็จะดูว่าผมเป็นคนขรึม ออกแนวหยิ่ง แต่จริงๆ ถ้ารู้จักกันรับรองว่าพูดไม่ทันผม มีอะไรก็พูดตรงๆ
ตอนนี้เรียนนิเทศศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม อนาคตวางแผนว่าจะไปเรียนต่างประเทศ เพราะคุณแม่อยู่ที่นั่น ทุกวันนี้มีงานพิเศษเป็นนายแบบด้วยครับ ก็มีงานโฆษณา เดินแบบ ถ่ายแบบ ตามแต่โมเดลลิงจะส่งมาให้” และนั่นแหละในคราวที่แซ่ด โพสต์ทูเดย์ได้ตัวเขามา ก็ได้เอ็มเอ็นโมเดลลิงส่งมาแนะนำให้รู้จัก
หนึ่งในสาเหตุที่ผู้คนคุ้นหน้าคุ้นตาโปเต้เพราะเขาอยู่ในตำแหน่ง 1 ใน 12 ชายจริงที่หญิงแท้หญิงเทียมหลงรัก (Straight Guy We Love) หนึ่งในคอลัมน์ฮิตของนิตยสารแอดติจูด ประเทศไทย
“ผมชอบกีฬาบาสเกตบอลกับแบดมินตันครับ เพราะเล่นแล้วมันเพลินดี เพื่อนๆ ที่หมู่บ้านผมเล่นกันผมก็ไปแจมตลอด อันที่จริงก็เล่นมาตั้งแต่เรียนมัธยม ส่วนแบดมินตันเวลาเล่นแล้วได้ตบลูกขนไก่ไปฝั่งตรงข้าม รู้สึกสะใจ (แอบบ้าพลัง) แต่ถ้าเป็นการออกกำลังกายทั่วไป ผมจะเข้ายิมสัปดาห์ละ 4-5 วันครับ วันหนึ่งก็นานนับชั่วโมง
เมื่อปีก่อนเขาบอกว่ายังอ้วนอยู่ นับตั้งแต่เอาจริงเอาจังกับการยกลูกตุ้มเหล็ก และการเอาใจใส่ตัวเองทั้ง การกิน การพักผ่อน นอนหลับ รวมถึงวินัยในการเรียนและใช้ชีวิตประจำวัน ก็ทำให้เขากลายเป็นหนุ่มซิกซ์แพ็ก กล้ามโตขึ้นมาได้
“การออกกำลังกายช่วยผ่อนคลายอะไรหลายๆ อย่าง แถมยังดีกับสุขภาพของตัวเองด้วย ส่วนมากผมจะออกกำลังกายกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยครับ ผมจะเข้ายิมเต็มที่ ว่างก็ไปทันที มันคือวินัยของตัวเราเอง ที่สำคัญอีกอย่างคือการเข้านอน ผมจะไม่นอนดึก และพยายามนอนให้เพียงพอ รวมถึงการกินด้วย จะไม่กินข้าวเย็นหรือของหวานเท่าไร
เริ่มจากเป็นพริตตี บอยก่อนแล้วก็ขยับขยายมาถ่ายโฆษณา ทำไปได้สักพักแรกๆ ก็อวบๆ อยู่ จากนั้นผมหันมาดูแลสุขภาพ ตรงนี้มันก็ช่วยเรื่องงานอย่างเห็นได้ชัด คิดว่าถ้าได้รับโอกาสตามความใฝ่ฝันคือได้แสดงหนัง แสดงละคร ผมก็จะทำให้ดีที่สุด แต่ก็ไม่เคยลืมเรื่องหลักคือเรื่องเรียน” ล่าสุดเขาเพิ่งอกหักจาก เอ็ม ไทยแลนด์ โปรเจกต์ 2 หลังผ่านรอบ 20 คนสุดท้าย แม้กระนั้นหัวใจโปเต้ยังไม่หยุดที่ความผิดหวังครั้งนี้แน่นอน
“ส่วนตัวแล้วชอบเพลงแนวบลูส์ครับ ฟังเเล้วรู้สึกสบายใจ และได้คิดอะไรได้เรื่อยๆ ครับ ในเรื่องการแต่งตัวของผมก็ใส่แค่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ไม่ชอบใส่อะไรเยอะเพราะมันหนาเกินไป และค่อนข้างร้อน สำหรับผม จะบอกว่าเรามีสไตล์ คือ รู้จักองค์ประกอบ โดยสามารถทำให้ของที่มีอยู่เป็นประโยชน์ และทำให้เราดูดีครับ จำพวกเฉดสีของเสื้อผ้า แนวเสื้อผ้า รองเท้า เข็มขัดให้มันไปกันได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์แพงๆ ดูว่าชิ้นนั้นๆ มีประโยชน์กับตัวเรามากแค่ไหน ใช้บ่อยแค่ไหน เลือกโดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าเราต้องใช้มันในตอนไหน
ผมไม่มีไอดอลเป็นพิเศษ แต่แบบอย่างส่วนหนึ่งก็ได้มาจากคุณพ่อครับ เพราะเวลาท่านทำอะไร ต้องทำให้ได้อย่างที่รับปากไว้ครับ ผมจึงถือเอาสิ่งนี้เป็นที่ตั้งเหมือนกัน
สำหรับโลกไอทีและเทคโนโลยี ผมว่ามันสำคัญมากนะ เพราะการสื่อสารสมัยนี้มันเร็วและใกล้กันมากขึ้น ทุกวันนี้เราต้องติดต่องาน ไม่ก็รับความบันเทิง ผ่านการดูหนัง ฟังเพลง หรือค้นหาข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่มาจากการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งสิ้น อย่างอยู่ที่บ้านผมจะใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเป็นหลัก ทำการบ้าน ค้นหาข้อมูล เล่นอินเทอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง เล่นเกม สารพัดประโยชน์เลยครับ ส่วนนอกบ้านผมก็จำเป็นต้องพึ่งพาแกดเจ็ตต่างๆ ที่ผมเลือกหามาใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
พูดถึงเรื่องนี้แล้วอยากจะบอกว่า การมีของใช้เทคโนโลยีสักชิ้นเราต้องแน่ใจว่ามันมีประโยชน์กับตัวเองและคนอื่นๆ มากแค่ไหน ช่วยอะไรชีวิตเราได้บ้าง ไม่ได้มองเพียงแค่วันมันหรูและดูดี หรือทำตามค่านิยมกลุ่มเพื่อน หรือใครๆ ครับ”







