
ภาพลักษณ์เพื่อความสำเร็จ อลิสา โลหิตนาวี
เคยเกิดคำถามขึ้นในใจไหมว่า เรียนหนังสือเก่งมาก
โดย...วราภรณ์ /ทวีชัย ธวัชปกรณ์
เคยเกิดคำถามขึ้นในใจไหมว่า เรียนหนังสือเก่งมาก แต่ทำไมไม่ค่อยก้าวหน้าในหน้าที่การงาน? อลิสา โลหิตนาวี เจ้าของสถาบันพัฒนาภาพลักษณ์ อิมเมจแมทเธอร์ส จะมาให้คำตอบ
หากพูดถึงเรื่องการพัฒนาภาพลักษณ์อาจเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับคนไทย อลิสา บอกว่า เรื่องภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับคนในวัยทำงาน เธอจึงไปร่ำเรียนด้านนี้มาจากประเทศอังกฤษ กลับมาจึงมาก่อตั้งสถาบันพัฒนาภาพลักษณ์ อิมเมจแมทเธอร์ส เพื่อให้ความรู้เรื่องภาพลักษณ์ ซึ่งภาพลักษณ์ที่ดีนั้นต้องอาศัยการฝึกฝน ปรับปรุง และแก้ไข โดยเริ่มจากการดูที่ภาพลักษณ์ของคนนั้นๆ ก่อนเป็นอันดับแรก ภาพลักษณ์ คือ สิ่งแรกที่คนอื่นเห็นเรา เช่น รูปร่าง หน้าตา การแต่งกาย ทรงผม ผิวพรรณ การแต่งหน้า ถึงแม้รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณจะเป็นส่วนที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้
ส่วนบุคลิกภาพ อลิสา อธิบายว่า บุคลิกภาพที่ดีเกิดจากความมั่นใจ ซึ่งความมั่นใจนั้นเกิดขึ้นได้จาก 2 เหตุผลด้วยกัน คือ หน้าที่การงานเป็นที่ยอมรับ มีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาชีพที่ทำอยู่ อีกเหตุผลหนึ่ง คือ คนที่ทำงานกับเรายอมรับในความสามารถ ในความรู้ของเรา ซึ่งจะช่วยทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งเกิดจากลักษณะท่าทางที่แสดงออกมา ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และความรู้สึกนึกคิดที่สะท้อนออกมาให้ผู้อื่นเห็น
อลิสา เล่าถึงแรงบันดาลที่ทำให้เธอสนใจเรื่องภาพลักษณ์ เริ่มจากเดิมเธอทำงานด้านหาบุคลากรให้กับบริษัทต่างๆ หรือเฮด ฮันติง ประสบการณ์จุดนี้ทำให้เธอรู้ว่า คนส่วนใหญ่ขาดภาพลักษณ์ที่ดีที่ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
“บางคนประสบการณ์ตรงกับงานมาก แต่เสียตรงบุคลิกภาพ รวมทั้งการแต่งตัวไม่น่าสนใจเลย เขาจึงพูดว่าภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่นำมาก่อนความสามารถ เพราะภาพลักษณ์คือสิ่งแรกที่คนพบเห็น เก่งหรือไม่ ไม่รู้ อย่างหาทนายความระดับสูงจากคนมีวุฒิภาวะพร้อมมากถึง 150 คน แต่คัดเลือกได้เพียง 3 คนเท่านั้น ดิฉันจึงมานั่งคิดว่าเกิดอะไรขึ้น ที่เหลือไปไหน และขาดอะไร คำตอบที่ได้คือ เขาขาดเรื่องภาพลักษณ์ที่ดี เช่น การแต่งตัวซึ่งสามารถปรังปรุงได้ จริงๆ แล้วในโลกของการทำงาน จะเลือกคนมาทำงานด้วย เรามองอยู่หลายจุด เช่น ประสบการณ์และภาพลักษณ์ การพูดจา ดูดี การแต่งตัวที่ดี และพรีเซนต์ตัวเองดี
“แต่คนส่วนใหญ่ขาดโซเชียล สกิล คือการนำตัวเราเข้าไปสู่สังคม เช่น เป็นระดับซีเนียร์แต่ไม่กล้าออกไปพบลูกค้า เพราะสั่งไวน์ กับใช้ส้อมกับมีดไม่เป็น คนจะมีปมด้อยในเรื่องนี้และคนเราขาดมาก จึงไปเรียน และเราจะรู้วิธีดูแลภาพลักษณ์ของลูกศิษย์ว่าเขาจะดูแลภาพลักษณ์ของตัวเองอย่างไร เพื่อให้เข้าตากรรมการเวลาไปสมัครงาน”
สำหรับอาชีพที่เฟ้นหาคนที่มีบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ที่ดีเข้าร่วมงาน คือ องค์กรที่ใช้คนเป็นด้านหน้า เช่น พนักงานด้านการตลาด พนักงานขายประกัน นิยมมาเรียนกันมาก
“จริงๆ เรื่องภาพลักษณ์ของคนเป็นสิ่งสำคัญมาก สมมติเรารับคนมา 2 คน โอกาสที่คนหน้าตาดีกว่าจะได้งานที่ดีกว่ามีมาก โอกาสที่คนเก่งจะได้งานมีมากกว่าคนหน้าตาไม่ดี ยิ่งเก่งด้วยก็ยิ่งก้าวหน้า แต่เราสามารถปรับภาพลักษณ์ได้ คือ เรื่องการแต่งตัว เสื้อผ้า หน้าผมต้องเลือกให้เข้ากับตัวเอง อีกสิ่งหนึ่งที่คนควรรู้จักใช้ภาษากายซึ่งเป็นสากลใช้ได้ทั่วโลก เช่น ขมวดคิ้วแสดงว่าสงสัย อีกหน่อยโลกเราจะเปิดมากขึ้น มีการไปทำงานแลกเปลี่ยนกันระหว่างประเทศ แต่ข้อเสีย คือคนไทยพูดภาษาอังกฤษได้น้อย เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ประเทศอื่นๆ ดังนั้นเราต้องพัฒนาตัวเอง ทั้งภาษาอังกฤษ การฝึกเรื่องมารยาท และรู้เรื่องภาษากาย จริงๆ เราใช้ภาษากายในการสื่อสารมากกว่า 80% ทั้งสีหน้า แววตา ท่านั่ง พยักหน้าแสดงว่า กระตือรือร้น คนขี้อายจะยืมก้มหน้า ซึ่งคนขี้อายมักจะถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ ดังนั้นคนในวัยทำงานที่ไม่มีเวลาดูแลลูกควรฝึกให้เด็กเป็นคนที่กล้า เปิดหูเปิดตาให้ลูก อย่าเลี้ยงประคบประหงมอยู่แต่ในบ้าน เมื่อเขาโตขึ้นเขาจะได้แข็งแกร่งและยืนได้ในสังคม”
ด้วยต้องทำงานกับคนที่หลากหลาย และยิ่งได้เป็นที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และภาษากาย อลิสา บอกว่า เป็นงานที่สนุก เพราะได้ทำงานกับคนหมู่มาก อีกทั้งยังเป็นศาสตร์ที่ชื่นชอบ
“คนวัยทำงานควรเรียนเรื่องภาษากาย เช่น การใช้แก้วไวน์ที่ถูกต้อง การแต่งกายที่ในโรงเรียนไม่ได้สอน ทุกวันนี้เรียนเก่งอย่างเดียวแต่เข้าสังคมไม่เป็นก็ไปไม่รอด เช่น ในวัฒนธรรมฝรั่ง นายจะชอบให้ลูกน้องออกงานสังคม ซึ่งลูกน้องคนไทยไม่กล้า จึงก้าวหน้าได้ช้า ถ้าคนไทยอยากเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เราอย่ากลัว ต้องฝึกด้านภาษาให้ดี ต้องฝึกความมั่นใจ กล้าในการแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้อย่าละเลย เรื่องการแต่งกายด้วย เพราะการแต่งกายก็คือภาพลักษณ์ ที่คนเห็นเป็นอันดับแรกๆ หลังจากที่พบปะกัน
สำหรับความสุขของการทำงาน คือ เธอได้นำหลายสิ่งหลายอย่างที่ชื่นชอบ เช่น การตัดเย็บเสื้อผ้า ชอบจัดดอกไม้ ทำเครื่องประดับ การช่างแต่งตัวมาประยุกต์ใช้กับงานได้ทั้งหมด
“ดิฉันเดินทางบ่อยมาก การเดินทางไปสถานที่ต่างๆ คือการพักผ่อน และชอบไปพบเห็นสิ่งใหม่ๆ รอบตัว ไปอังกฤษก็ไปเรียนรู้การรับประทานสโคนที่ถูกวิธี ว่ารับประทานอย่างไร ดิฉันอยากแนะนำเรื่องภาพลักษณ์ว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ ดิฉันเคยไปสอนพนักงานขายประกัน เขาสนใจเรื่องภาพลักษณ์และการแต่งตัวมาก เพราะรุ่นคุณพ่อ คุณปู่ที่เป็นลูกค้าของเขาตอนนี้แก่หมดแล้ว ถ้าเขาไม่วัยรุ่น ไม่พัฒนาตัวเอง เขาก็จะไม่สามารถขายประกันให้รุ่นลูกหลานของลูกค้าได้เลย จริงๆ การทำงานคือการแข่งขัน เราต้องปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ เพื่อความก้าวหน้า”
5 ชิ้นสำคัญกับการทำงาน
ผ้าตัวอย่างเทียบสี : คนเราจะมีโทนสีที่เหมาะกับคนคนนั้นซึ่งแตกต่างกัน สังเกตไหมบางคนใส่สีหนึ่งสวย แต่ใส่อีกสีหนึ่งไม่สวย ถ้าเราสามารถเลือกโทนสีเสื้อผ้าใส่ให้เหมาะกับตัวเอง มันก็จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้คนนั้นๆ ดูดี ผ้าเทียบสีฤดูจะมีอยู่ 4 ฤดู สปริง ซัมเมอร์ ออทัมน์ วินเทอร์ อีกชิ้นคือ แพนโทน ก็คือตารางสีของแต่ละฤดู เมื่อเรารู้ฤดูที่เหมาะกับคนคนนั้นแล้ว ดิฉันจะให้แพนโทนกับลูกศิษย์ เขาจะได้นำแพนโทนนี้ไปเทียบหาซื้อเสื้อผ้าที่โทนสีเหมาะกับตัวเอง เช่น คนยุโรปจะเหมาะกับโทนสีวินเทอร์ เพราะคนยุโรปผิวขาวซีดเหมาะกับสีไบร์ตๆ สว่างๆ นอกจากนี้แพนโทนยังช่วยเลือกสีลิปสติกให้เหมาะกับผู้หญิงอีกด้วย
ผ้าคลุมไหล่และเสื้อ : ดิฉันรู้สึกประทับใจกับดีไซเนอร์ที่ชื่อ เอริก ไรซินา มาก เขาเป็นคนมาดากัสกาที่เคยทำงานให้อีฟแซงต์ โลรองต์ เมื่อได้ไปเที่ยวที่กัมพูชาและเขาก็หลงรักที่นั่นมาก จนกลับไปอีกครั้ง เพื่อไปสอนชาวกัมพูชาทำผ้าไหม และก็ส่งไปขายที่ฝรั่งเศส เขาเป็นนักออกแบบที่เก่งมาก
ไมค์ คาร์เตอร์ : เขาเป็นนักคิดชาวอังกฤษ ที่สอนเรื่องภาษากายโดยใช้หน้ากาก คนใส่หน้ากากแบบนี้จะมีท่วงท่าอย่างไร เมื่อเรียนแล้วดิฉันรู้สึกประทับใจมาก หน้ากากที่เขาสอนมีทั้งหมด 8 หน้า เช่น หน้าหยิ่ง หน้าเศร้า หน้าเจ้าเล่ห์ หน้าตลก หน้างงๆ ฯลฯ เป็นบทเรียนที่เรียนแล้วสนุก ดิฉันนำบทเรียนของเขามาใช้สอนลูกศิษย์โดยให้ลูกศิษย์ใส่หน้ากาก หน้าบึ้ง เจ้าเล่ห์ หน้าเศร้า เราจะสอนให้เขาดิวกับลูกค้าอย่างไร เป็นบทเรียนที่สอนแล้วทำให้ลูกศิษย์เข้าใจได้ง่าย เป็นบทเรียนฝึกการเข้าหาคน
เนลสัน แมนเดลา : เนลสันเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับดิฉันเวลาที่เรารู้สึกท้อแท้ คืออ่านหนังสือประวัติที่ทุกข์ยากของเขาแล้ว ทำให้เรารู้สึกไม่ท้อ เนลสัน แมนเดลา เป็นประธานาธิบดีคนแรกของแอฟริกา เขาเคยติดคุกนานถึง 29 ปี ตอนติดคุกต้องขุดดินจนหลังไหม้ แต่เมื่อออกมาสู่เสรีภาพ ความโกรธเกลียดไม่มีเหลือ เขากลับทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ และเขาก็กลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ดิฉันชอบแนวคิดของเขา คือคนเราไม่ควรเอาชีวิตไปจมปลักอยู่กับอดีต เราควรจะเดินก้าวหน้าต่อไป
ดาไลลามะ : เป็นบุคคลแรกที่ดิฉันได้อ่านชีวประวัติของเขา ดาไลลามะอยู่ทิเบต แต่ก็ถูกคนจีนบางกลุ่มขับไล่จนดาไลลามะต้องไปอยู่อินเดีย และเขาก็เผยแผ่ศาสนาต่อไป จีนก็ไม่ยอม คอยห้าม แม้ชีวิตเขาจะร่อนเร่ไปสอนศาสนาแต่เขาก็ยังหาความสุขได้ เขาก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เขาเป็นนักพูดที่โด่งดังมาก พูดเก่ง พูดตลกซึ่งชีวิตเขาบางช่วงอาจขำไม่ออกด้วยซ้ำ แต่เขายังยิ้มได้ เพราะเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าคนเราจิตใจสงบ อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้







