posttoday
‘นก เชิญยิ้ม’มุขแป้ก บีบน้ำตา พี้ยาซ้ำ

‘นก เชิญยิ้ม’มุขแป้ก บีบน้ำตา พี้ยาซ้ำ

04 มีนาคม 2553

.....ธนก บังผล

 

“ขอให้ทุกคนยกโทษให้ด้วย ต่อไปจะกลับตัวเป็นคนดี”

ตลกสาว “นก เชิญยิ้ม” หรือ วนิดา แสงสุข กล่าวน้ำตาคลอเบ้า หลังจากถูกจับเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 20 ก.ค. ปีที่แล้ว

คราวนั้นเธอถูกรวบพร้อมกับ สุรินทร์ สังข์ป้อม หรือต้น ระหว่างส่งยากันที่เซเว่นอีเลฟเว่น ซอยรามคำแหง 4244 แขวงหัวหมาก

ค้นตัวทั้งสองคนพบของกลางยาไอซ์ 2.5 กรัม กัญชาแห้ง 1 ถุง กัญชาผงผสมยาสูบบรรจุในกล่องลูกอม 1 กล่อง กัญชายัดในมวนบุหรี่ 6 มวน และอุปกรณ์การเสพ 1 ชุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาสุรินทร์ว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

ค้นภายในรถของตลกสาว พบยาไอซ์จำนวนเล็กน้อย กัญชาแห้ง กัญชาผงผสมยาสูบ และกัญชายัดมวนบุหรี่ พร้อมอุปกรณ์การเสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) และประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

วันเกิดเหตุ นกสารภาพว่ารู้จักต้นจากเพื่อนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งได้เสพยาเสพติดมา 45 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากเกิดความเครียดที่งานแสดงลดลง ต้องขับรถไปต่างจังหวัดบ่อย แก้ง่วงนอน จึงหันมาเสพยา

และเพิ่งนัดซื้อยาไอซ์จากต้นเพียงครั้งนี้ครั้งแรก ยอมรับว่ารู้ถึงพิษภัยของยาเสพติด แต่เกิดความเครียดที่งานน้อยลง

วันรุ่งขึ้นสื่อประโคมข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่ง นก เชิญยิ้ม ยกมือไหว้กล่าวขอโทษกับการกระทำดังกล่าวว่าหลังจากถูกจับกุมก็คิดถึงลูกและแม่ และรู้ว่าไม่คุ้ม

“หลังจากนี้ยืนยันว่าจะเลิกเสพยาเสพติดอย่างแน่นอน ส่วนกัญชานั้นมีไว้เสพแก้เครียดร่วมกับคนในกองถ่าย วันนี้หนูก็มีงานถ่ายละครที่ต่างจังหวัด อยากฝากเตือนเพื่อนดาราที่เสพยาด้วยว่าให้เลิกเสพ เพราะเมื่อถูกจับกุมจะรู้สึกไม่คุ้มค่าเหมือนที่หนูกำลังเผชิญ” เธอยกมือไหว้ท่วมหัวอีกครั้ง

บ่ายโมงตรงวันรุ่งขึ้น ชิติสรรค์ พงษ์สุธาชาคริต หรือ ชูศรี เชิญยิ้ม ดาราตลกชื่อดัง อายุ 49 ปี อดีตสามีของเธอ เดินทางมาที่ สน.หัวหมาก เพื่อยื่นขอประกันตัวตลกหญิง โดยบอกกับสื่อมวลชนว่า “ผมกับนกแยกกันไปมีครอบครัวใหม่เกือบสิบปีแล้ว ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน พอรู้ข่าวนกถูกจับข้อหายาเสพติด รู้สึกตกใจมาก เพราะปกตินกเป็นคนเรียบร้อยร่าเริง ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด มีเพียงดื่มสุราบ้างเล็กน้อย แต่ระยะหลังมีงานแสดงน้อยลงคงอาจจะทำให้เกิดความเครียด ก็รู้สึกเห็นใจ ผมและกลุ่มเพื่อนตลก เช่น หม่ำ จ๊กมก ถั่วแระ ราตรี วิทวัส รวบรวมเงินได้ 3 แสนบาท มาประกันตัวนก”

เงินประกันจำนวน 3 แสนบาท ทำให้อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาตลกวงเชิญยิ้มได้รับประกันตัวเดินออกจากห้องขังด้วยสภาพอิดโรย

“รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคงจะไม่ขอโทษต่อสังคมกับการกระทำครั้งนี้ เพราะเราโตแล้วรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ขอยอมรับผิดทั้งหมด”

ผลกรรมตกเป็นข่าวซื้อและเสพยาไอซ์ นก เชิญยิ้ม ถูกแบนจากรายการทีวีไประยะหนึ่ง

จนเมื่อเดือนที่แล้ว ซิตคอม “บ้านนี้มีรัก” ปรากฏ “เพ็ญ” สาวใช้ประจำบ้าน กลับมาแสดงบทบาทอีกครั้ง

ทุกคนให้อภัย และดูท่าทางว่างานที่เคยหดหายไปได้หวนกลับมาอีกครั้ง เมื่อสังคมให้อภัย

ก่อนหน้านี้ไม่นาน นก เชิญยิ้ม พร้อมกับ ราตรี วิทวัส ยังได้รับเชิญจากตำรวจสอบสวนกลางให้มาแสดงตลกที่กองบัญชาการกองปราบปราม ในงานเลี้ยงวันสถาปนา

ดูเหมือนชีวิตตลกที่ศาลเพิ่งตัดสินรอลงอาญา 2 ปี เพียง 7 เดือน กำลังจะเข้ารูปเข้ารอย!!!

ไม่ทันขาดคำ 2 มี.ค. 2553 นก เชิญยิ้ม ถูกรวบคาด่านปอยเปต ด้วยข้อหาเดิมอีกครั้ง

18.30 น. กองกำลังบูรพานำกำลังตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณจุดตรวจร่วมทางรถไฟ ทางเข้าตลาดโรงเกลือ หน้าด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศ

คราวนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบหญิงชาวไทยต้องสงสัย สวมชุดเสื้อกระโปรงลายขาวน้ำเงิน เดินข้ามด่านพรมแดนบ้านคลองลึกเข้ามาในประเทศ มุ่งหน้าเข้าตลาดโรงเกลือ

เธอคือ นก เชิญยิ้ม คนเดิม และทันทีที่ถึงจุดตรวจเธอออกอาการท่าทางมีพิรุธ

เจ้าหน้าที่จำตลกสาวที่มีชื่อเสียงได้ดี และยิ่งจำแม่นว่าเธอคนนี้ถูกจับกุมคดีครอบครองและเสพยาไอซ์มาแล้ว จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น และแล้วก็พบยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาวน้ำหนัก 0.56 กรัม บรรจุในถุงพลาสติกใส อยู่ในกระเป๋าผ้าขนาดเล็ก ซุกซ่อนอยู่ในหน้าอกภายในยกทรงด้านซ้าย และยังพบกัญชาอบแห้งน้ำหนัก 0.58 กรัม บรรจุในถุงพลาสติกใส พร้อมอุปกรณ์การเสพยาไอซ์และอุปกรณ์การสูบกัญชา ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าถือขนาดเล็กสีม่วงที่ถืออยู่

จากการสอบสวน นก เชิญยิ้ม รับสารภาพว่า เข้าไปเล่นการพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปตตั้งแต่วันอาทิตย์ และเสียพนันไปกว่า 1.5 หมื่นบาท ทำให้เครียด (อีกแล้ว) จึงไปซื้อยาไอซ์จากชาวเขมรที่บริเวณหน้าบ่อนกาสิโนมาเสพ ที่เหลือจะนำกลับไปเสพที่บ้าน แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจอเสียก่อน

“คดีเก่าที่ถูกจับครอบครองและเสพยาไอซ์ศาลได้สั่งจำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญาและบำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งการถูกจับกุมในครั้งนี้เชื่อว่าคงติดคุกแน่” นก เชิญยิ้ม ยอมรับทั้งน้ำตา

การถูกจับซ้ำๆ ด้วยคำพูดที่บอกว่า เครียด บางคนบอกว่าเธอตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

แน่นอนว่าครั้งแรกสังคมเพิ่งจะให้อภัยไปหยกๆ ไม่ควรจะซ้ำเติม แต่การถูกจับครั้งที่สองในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็เหมือนว่าเธอไม่ได้พูดความจริงตั้งแต่ต้น

นก เชิญยิ้ม ยอมรับสภาพในการโดนจับยาเสพติดคาด่านครั้งนี้ เธอหมดซึ่งอนาคตทางการแสดงตลกอย่างถาวร

ไม่ว่าจะค่ายโพลีพลัส ไม่ว่าจะช่อง 7 หรือซิตคอม “บ้านนี้มีรัก” ที่เธอเพิ่งกลับมาหยกๆ ซิงๆ

โอกาสในการแก้ตัว กลับตัวเป็นคนดี ไม่ได้ขอกันได้บ่อยๆ

วันนี้โอกาสนั้น “นก เชิญยิ้ม” ต้องไปชดใช้ในคุกสถานเดียว

...................

สอนลูกให้ห่างไกลยาเสพติด

 

นพ.วศิน บำรุงชีพ จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุราและยาเสพติด อธิบายว่า ทัศนคติของเด็กและเยาวชนที่มีต่อบุหรี่ สุรา และยาเสพติดเปลี่ยนไป ในปัจจุบันมักจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ หรือมองเป็นแฟชั่น เช่น วัยรุ่นอายุ 1718 ปี (แอบ) ไปเที่ยวสถานบันเทิงยามค่ำคืน เช่น ผับ บาร์ ก็มักจะใช้ยาเสพติดร่วมด้วย หรือไม่บางทีการสูบบุหรี่อาจทำให้ดูเท่และทำให้เพื่อนๆ ยอมรับเข้ากลุ่มได้ หรือวัยรุ่นผู้หญิงบางคนคิดว่าการเสพยาไอซ์จะทำให้ผิวขาว หน้าตาเปล่งปลั่ง และน้ำหนักลด เป็นต้น

สำหรับแนวทางในการป้องกันไม่ให้ลูกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คุณหมอแนะนำว่า

1.พ่อแม่ต้องตื่นตัวและรู้ทันเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด คอยติดตามข่าวสารและหาความรู้ให้มาก เพราะจะได้ทันต่อสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ายาเสพติด และยิ่งโดยเฉพาะพ่อแม่ยุคนี้จะต้องรู้ถึงกลยุทธ์ทางการตลาดที่แยบยลของกลุ่มผู้ค้าให้ได้ จะได้คอยเตือนลูกได้

2.พยายามเข้าใจถึงชีวิตวัยรุ่นให้มากที่สุด ชีวิตวัยรุ่นเป็นวัยที่อยากรู้อยากทดลอง ต้องการความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นพ่อแม่จะต้องสังเกตและควรเก็บรายละเอียดต่างๆ เช่น คำศัพท์ ที่วัยรุ่นพูดกัน ซึ่งบางทีคำศัพท์เหล่านั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

3.พ่อแม่ควรจะปลูกฝังและสร้างทัศนคติเกี่ยวกับยาเสพติดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เมื่อเสพแล้วจะให้โทษมากกว่าประโยชน์ และไม่ควรเข้าใกล้ หากมีเพื่อนเสพก็ไม่ควรไปอยู่ใกล้ เพราะถ้ายังคบเพื่อนเหล่านี้ถึงแม้ว่าเพื่อนจะเสพแต่ตัวเองไม่ได้เสพ นานๆ ไปเด็กก็จะเริ่มซึมซับและมีทัศนคติเกี่ยวกับยาเสพติดว่าเป็นเรื่องธรรมดา

4.ต้องปลูกฝังคำว่า ไม่ ให้กับลูก สอนลูกให้กล้าที่จะปฏิเสธหากเพื่อนและคนรู้จักเอายาเสพติดมาให้ลอง

5.ควรมีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด หมั่นทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เพราะสภาพสังคมปัจจุบันที่บีบบังคับให้ครอบครัวต้องทำงาน พ่อแม่ไม่มีเวลาอยู่กับลูก ปล่อยให้ลูกเรียนรู้เอง ก็อาจทำให้เกิดการลองผิดลองถูก เพราะไม่มีใครคอยชี้แนะ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ