
วิ่งแล้วได้เฮ้ว
การวิ่งอาจจะน่าเบื่อสำหรับน้องๆ หลายๆ คน
โดย...พี่กันดั้ม
การวิ่งอาจจะน่าเบื่อสำหรับน้องๆ หลายๆ คน แต่ถ้าเป็นการวิ่งในโครงการ “ไนกี้ พลัส รัน คลับ อินเตอร์ สคูล ชาเลนจ์” ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยหันมาสนใจกีฬาวิ่งอย่างสร้างสรรค์แล้วละก็ คงน่าสนุกไม่น้อย แถมเป็นการวิ่งแข่งสะสมระยะทางของทีมนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร ถึง 20 โรงเรียน ในระยะเวลา 1 เดือน ผ่านเครื่องไนกี้ พลัส สปอร์ตแบนด์
“ในปัจจุบันเยาวชนหลายคนมองกีฬาวิ่งว่าเป็นกีฬาที่น่าเบื่อ เพราะเป็นกีฬาที่เล่นคนเดียว ไม่สนุก และไม่ท้าทาย “ไนกี้” ในฐานะแบรนด์กีฬาชั้นนำระดับโลก ที่ถือกำเนิดมาจากกีฬาวิ่ง จึงได้สร้างสรรค์กิจกรรมวิ่งที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยหันมาสนใจกีฬาวิ่งกันมากยิ่งขึ้น ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ไนกี้ พลัส รัน คลับ อินเตอร์ สคูล ชาเลนจ์” ซึ่งเป็นการแข่งขันวิ่งสะสมระยะทางระหว่างโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.–14 ก.พ. 2555
โดยใช้เทคโนโลยีไนกี้ พลัส สปอร์ตแบนด์ ที่สามารถตรวจเช็กเวลา ระยะทาง จังหวะการวิ่ง รวมไปถึงจำนวนแคลอรีที่เผาผลาญในขณะวิ่ง ทำให้ผู้วิ่งเห็นความก้าวหน้าของตัวเอง เพื่อเพิ่มเป้าหมายในการวิ่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งใช้ดนตรีมาเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย โดยโรงเรียนที่สะสมระยะทางจากการวิ่งได้สูงสุดผ่านอุปกรณ์ ไนกี้ พลัส สปอร์ตแบนด์ และอัพโหลดระยะทางรวมขึ้นเว็บไซต์ www.nikeplus.in.th จะได้รับรางวัลสุดพิเศษกับคอนเสิร์ตสุดมันส์จากวง บอดี้สแลม” พิณรัตน์ ทัศนะพยัคฆ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการ
หลังจบการแข่งขัน ผลปรากฏว่าโรงเรียนที่ชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี สามารถวิ่งระยะทางรวมทั้งหมด 5,113.32 กม. ซึ่งนับว่าเป็นสถิติที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เพื่อนๆ นักเรียนกว่า 3,000 คน ร่วมฉลองรางวัลแห่งความสำเร็จด้วยคอนเสิร์ตจากวง “บอดี้สแลม” ตามมาด้วยโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ระยะทาง 3,672.88 กม. และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ระยะทาง 1,717.20 กม. ตามลำดับ และเมื่อนับรวมกันแล้ว นักเรียนจากทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถวิ่งสะสมระยะทางได้รวมกันถึง 15,740.66 กม.
วรพล ฉัตรชิมรัตน์ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีบอกกับพี่ๆ ว่า รู้สึกมองการวิ่งเปลี่ยนไปจากเดิมมาก หลังจากที่ได้ใช้อุปกรณ์ที่ทำให้การวิ่งนั้นสนุกขึ้น ได้เห็นพัฒนาการการวิ่งของตัวเอง รวมไปถึงยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการวิ่งด้วยการตั้งเป้าหมายในแต่ละวันและพยายามทำให้สำเร็จ เหมือนเป็นการทดสอบความสามารถและความแข็งแกร่งของตัวเอง นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าได้ใช้เวลาว่างจากการเรียนอย่างมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย
นอกจากนี้ เพื่อนนักเรียนอย่าง จีรพงษ์ ทวีชาญวัฒน์ชัย นักเรียนชั้น ม.5 บอกถึงเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ว่า ถึงแม้ว่าโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีจะมีคะแนนนำมาตลอด เราก็ไม่เคยประมาท นอกจากพยายามรักษามาตรฐานของตัวเองให้สม่ำเสมอแล้ว ยังหมั่นกระตุ้นเพื่อนๆ ให้ช่วยกันพยายามให้มากขึ้น และยังหมั่นติดตามผลคะแนนทางเว็บไซต์ www.nikeplus.in.th อยู่สม่ำเสมอ
จึงไม่แปลกใจว่าความพยายามและความมีวินัยของน้องๆ จะนำมาซึ่งความสำเร็จ และทำให้เพื่อนๆ ทั้งโรงเรียนได้สนุกไปกับความสำเร็จของพวกเขา







