posttoday
Selamat Datang Ke Yogyakarta

Selamat Datang Ke Yogyakarta

18 กุมภาพันธ์ 2555

Selamat Datang Ke Indonesia คือ คำทักทาย หมายถึงยินดีต้อนรับสู่ประเทศอินโดนีเซีย

Selamat Datang Ke Indonesia คือ คำทักทาย หมายถึงยินดีต้อนรับสู่ประเทศอินโดนีเซีย

ดินแดนแห่งภูเขาไฟและหมู่เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป้าหมายสำคัญในการมาจรดองศาอีกครั้งในประเทศนี้ นั่นก็คือเมืองยอกยาการ์ตา ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญบนเกาะชวา

เกาะชวา ชื่อนี้คุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดี เกาะแห่งนี้มีความสำคัญที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย เพราะเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง และที่สำคัญคือเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่มีความเก่าแก่นับพันปี ว่ากันว่าถ้าหากจะทำความรู้จักกับรากเหง้าของวัฒนธรรมชวา ก็ต้องมาที่ยอกยาการ์ตาโดยเฉพาะ

Selamat Datang Ke Yogyakarta

สัมผัสแรกสุดที่รู้สึกได้ทันทีเมื่อมาถึงยอกยาการ์ตา คือ เป็นเมืองที่ค่อนข้างมีระบบระเบียบ ถนนหนทางดูสะอาดตา ผู้คนยิ้มแย้มง่ายเหมือนคนไทย สืบสาวราวเรื่องก็ได้ความว่า ความเป็นระเบียบเรียบร้อยนี้เป็นผลมาก่อนการปฏิวัติ ประเทศอินโดนีเซียเคยอยู่ภายใต้การปกครองของดัตช์ หรือประเทศเนเธอร์แลนด์มาก่อน ซึ่งศูนย์กลางในการปกครองของชาวดัตช์บนเกาะชวาก็ตั้งอยู่ที่นี่นั่นเอง ดังนั้นสถานที่แรกสุดในการเริ่มต้นเรียนรู้ที่มาที่ไปของยอกยาการ์ตา คือ ป้อมปราการเวรเดอเบิร์ก (Fort Vredeburg) ที่นี่คือศูนย์กลางในการบัญชาการของดัตช์ สันนิษฐานกันว่าป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาราชอาณาจักรยอกยาการ์ตา เมื่อราวปี ค.ศ. 1775 หรือเมื่อ 237 ปีที่แล้วโดยประมาณ จุดประสงค์ในการสร้างป้อมแห่งนี้เพื่อป้องกันข้าราชการชาวดัตช์จากสงครามกลางเมืองระหว่างผู้สนับสนุนและต่อต้านการปกครองโดยดัตช์ ถึงแม้ว่าในปี ค.ศ. 1942 อินโดนีเซียจะสามารถประกาศเอกราชจากดัตช์ได้เป็นผลสำเร็จ แต่ป้อมปราการแห่งนี้ก็ไม่ได้ถูกทำลาย และยังได้รับการบูรณะเพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์การต่อสู้ของบรรพบุรุษให้แก่คนรุ่นปัจจุบันได้รับรู้

Selamat Datang Ke Yogyakarta

ประเทศอินโดนีเซียแบ่งการปกครองออกเป็น 33 จังหวัด แต่ยอกยาการ์ตามีสถานะเป็นเขตปกครองพิเศษ เพราะว่าในอดีตเมื่อสมัยที่ยังไม่มีการรวมประเทศอย่างเป็นปึกแผ่น ยอกยาการ์ตามีสถานะเป็นราชอาณาจักร ปกครองอาณาบริเวณเกือบจะครอบคลุมทั้งเกาะชวา ซึ่งผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในการปกครองก็คือองค์สุลต่าน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันอินโดนีเซียจะมีรูปแบบการปกครองที่เปลี่ยนไป แต่ที่นี่ก็คงสถานะการปกครองโดยสุลต่านไว้ดังเดิม หากแต่ว่าทำหน้าที่ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดนั่นเอง ปัจจุบันมีหลายพระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับของสุลต่าน ได้เปิดให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าไปเยี่ยมชมภายในได้ ซึ่งวังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและไม่ควรพลาดหากได้มีโอกาสมาเยือนที่นี่ นั่นก็คือ พระราชวังยอกยาการ์ตา หรือ Sultanate Palace พระราชวังแห่งนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 256 ปี แต่ยังคงสภาพสมบูรณ์อันเนื่องมาจากได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอ ความน่าสนใจของที่นี่คือสถาปัตยกรรมในแบบชวา ซึ่งสวยงามและวิจิตรบรรจง เพราะได้รับอิทธิพลจากศิลปะในศาสนาฮินดู จึงทำให้เรามักจะพบเห็นลวดลายหรือสัญลักษณ์ของเทพยดาในศาสนาฮินดูประดับอยู่ตามส่วนต่างๆ ของอาคาร

Selamat Datang Ke Yogyakarta  

และอีกหนึ่งพระราชวังที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันก็คือ พระราชวังทามันซารี (Taman Sari Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ราวศตวรรษที่ 18 โดยฝีมือการออกแบบของช่างชาวโปรตุกีส จุดประสงค์ในการสร้างพระราชวังแห่งนี้ คือ เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและหาความสำราญขององค์สุลต่านและครอบครัว ภายในจึงประกอบไปด้วยลานน้ำพุ สระน้ำ โรงอาบน้ำ เรือนรับรอง และสุเหร่า ซึ่งแต่ละสถานที่เชื่อมต่อกันด้วยอุโมงค์ ว่ากันว่าเมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา กองทัพญี่ปุ่นเคยใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นฐานบัญชาการ และนอกจากนี้ที่นี่ยังเคยผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวและภูเขาไฟเมอร์ราปีระเบิดมาแล้วหลายครั้ง แต่โครงสร้างของอาคารก็ยังทนทานและคงสภาพเกือบสมบูรณ์มาได้จนถึงปัจจุบัน

หลังจากที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมสถานที่สวยๆ งามๆ มาแล้วหลายแห่ง เราจึงขอลองเปลี่ยนมาสัมผัสกับมุมมองที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งดูบ้าง นั่นก็คือตลาด ซึ่งไกด์ท้องถิ่นแนะนำว่าหากอยากจะสัมผัสกับตลาดที่ครบรสที่สุดในยอกยาการ์ตา ก็ต้องไปที่ตลาดเบอร์ริงฮาโจ (Beringhajo Market) ตั้งอยู่บนถนนมาลิโอโบโร (Malioboro Street) ซึ่งความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้รับคำแนะนำ คือ ที่นี่ก็คงจะเหมือนกับตลาดและถนนคนเดินทั่วไปที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวฝรั่งและเอเชีย เพราะก่อนเดินทางเราได้ทำการค้นหาข้อมูลและรูปภาพสถานที่แห่งนี้มาก่อน ซึ่งภาพที่เห็นคือตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าที่ระลึก ถนนที่เต็มไปด้วยรถม้าเทียมและสามล้อปั่น รวมไปถึงนักดนตรีเปิดหมวกข้างถนน แต่ในความเป็นจริงเมื่อมาถึง สิ่งที่เห็นกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะนั่นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของตลาดแห่งนี้ เราจึงไม่รีรอเดินเข้าไปสำรวจใน

Selamat Datang Ke Yogyakarta

ตลาด พบว่าที่นี่แบ่งเป็นโซนต่างๆ ได้แก่ โซนผ้าบาติก โซนผักผลไม้ โซนร้านทองของชาวจีน และโซนยาสมุนไพร ซึ่งยังคงเห็นภาพการซื้อขายแบบฉบับดั้งเดิมประปรายอยู่ไม่น้อย ตลอดการเยี่ยมชมสำรวจที่นี่ เราได้รับรอยยิ้มจากแม่ค้าตลอดทาง และที่สำคัญไม่มีการคะยั้นคะยอให้ซื้อของเหมือนที่เคยเจอในตลาดอื่นๆ นับได้ว่าเดินเที่ยวได้อย่างสบายใจไม่มีใครมากวน และตลอดการเดินในตลาดแห่งนี้ เราแทบจะไม่พบกับนักท่องเที่ยวฝรั่งหรือเอเชียเลยแม้แต่คนเดียว นั่นอาจเป็นเพราะที่นี่จำหน่ายแต่ข้าวของเครื่องใช้สำหรับชาวยอกยาการ์ตาโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงแนะนำว่าหากใครที่อยากจะสัมผัสกับวิถีชีวิตในแบบยอกยาการ์ตาจริงๆ ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาตลาดเบอร์ริงฮาโจแห่งนี้ เดินไปเดินมาจนตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ถนนมาลิโอโบโรก็ฟื้นตื่นจากการหลับใหลในช่วงกลางวัน เพราะตลอดสองข้างทางเริ่มมีนักดนตรีเปิดหมวกที่หยิบเอาเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างกลอง ฆ้อง ระนาด และอังกะลุง มาร่วมกันขับขานดนตรีสมัยใหม่ในสไตล์ดังดุต (Dangdut) ซึ่งมีจังหวะสนุกสนานชวนให้ขยับร่างกายตามจังหวะดนตรี นี่แค่เป็นเพียงวันแรกของการมาจรดองศาในยอกยาการ์ตา เราก็เริ่มสัมผัสได้ถึงสีสันอันหลากหลาย ว่ากันว่ายังมีสถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายรออยู่ข้างหน้า แต่จะเป็นองศาไหนมุมไหนของยอกยาการ์ตานั้น ต้องติดตามต่อฉบับหน้า และอย่าลืมติดตามชมรายการโลก 360 องศา ทุกวันเสาร์ 3 ทุ่มครึ่ง ทาง ททบ.5


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค