posttoday
ดีไซน์ร้านอย่างไรให้โดนใจลูกค้า

ดีไซน์ร้านอย่างไรให้โดนใจลูกค้า

13 กุมภาพันธ์ 2555

วันหนึ่งมีโอกาสได้เข้าไปเดินในช็อปปิ้งมอลล์ของเอท ทองหล่อ หลังจากที่เข้าไปในร้านขายเครื่องครัวแพนทรีเมจิก

วันหนึ่งมีโอกาสได้เข้าไปเดินในช็อปปิ้งมอลล์ของเอท ทองหล่อ หลังจากที่เข้าไปในร้านขายเครื่องครัวแพนทรีเมจิก

โดย..วรธาร ทัดแก้ว

วันหนึ่งมีโอกาสได้เข้าไปเดินในช็อปปิ้งมอลล์ของเอท ทองหล่อ หลังจากที่เข้าไปในร้านขายเครื่องครัวแพนทรีเมจิก ดูเครื่องครัวสวยๆ งามๆ ออกมา หันหน้าไปทางขวานิดๆ ได้สังเกตเห็นเสาสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่หนึ่งคนโอบไม่ถึง แต่สีของต้นเสาเป็นสีครามต่างจากเสาต้นอื่นๆ ภายในช็อปปิ้งมอลล์ที่เป็นสีครีม พอเดินไปใกล้ๆ ร้าน “Storia” ซึ่งเป็นร้านที่ต้นเสานั้นตั้งบังอยู่ จึงถามเจ้าของร้านที่ชื่อ ถนอมขวัญ ชุติธนวงศ์ ก็ทราบความจริงว่าเสาต้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ของร้านสตอเรีย โดยเธอเช่าไว้เพราะเห็นว่าเสาบังหน้าร้านให้เธอต้องเปลี่ยนสีของต้นเสาเป็นสีเดียวกับร้านของเธอ

พลิกเสียเปรียบเป็นได้เปรียบ

ถนอมขวัญ บอกว่า พื้นที่ที่ตั้งร้าน Storia มีขนาด 45-50 ตารางเมตร โดยตอนแรกก่อนตัดสินใจเช่าพื้นที่ดังกล่าวก็มีความหนักใจ เนื่องจากมีเสาต้นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่บังพื้นที่หน้าร้าน เกรงว่าคนที่เดินเข้ามาในช็อปปิ้งมอลล์จะไม่เห็นร้านชัดเจน แต่ด้วยความที่เป็นดีไซเนอร์ก็คิดว่าน่าจะพลิกความเสียเปรียบมาเป็นความได้เปรียบได้ไม่ยาก

ดีไซน์ร้านอย่างไรให้โดนใจลูกค้า

“ดิฉันที่ร่วมหุ้นเปิดร้านนี้กับเพื่อนๆ จึงได้ขอเช่าพื้นที่ที่เป็นส่วนของเสาต้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของร้านด้วย โดยการตกแต่งเสาต้นนั้นเป็นสีเดียวกับร้าน เพื่อให้มีความกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน” ถนอมขวัญที่จบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยรังสิต และเป็นเจ้าของบริษัท โปรเจ็กต์ นัมเบอร์ 143 เล่า

เธอมองว่า การเปลี่ยนสีของต้นเสาให้เป็นสีเดียวกันกับร้าน ทำให้จากตอนแรกที่ตั้งร้านค่อนข้างเสียเปรียบ ก็พลิกมาเป็นความได้เปรียบเมื่อลูกค้าเอ่ยปากชมว่าเก๋ดี บางคนก็สงสัยว่าทำไมเสาต้นนี้สีแปลกกว่าต้นอื่นๆ

ชื่อร้านจำง่าย แต่ก็ต้องดูไม่ธรรมดา

เธอพูดถึงชื่อร้าน “Storia” ว่า เพราะคอนเซปต์ของร้านนั้นต้องการให้ผู้คนจำชื่อได้ง่ายและดูไม่ธรรมดาจนเกินไป เพราะฉะนั้น จึงตั้งชื่อนี้เป็นภาษาอิตาเลียน ซึ่งคำว่า “สตอเรีย” ก็คือ “สตอรี” แปลว่า เรื่องราว นั่นเอง

“ถ้าจะตั้งชื่อสตอรีเลย ก็ดูเป็นเหมือนร้านเหล้าหรือร้านอาหารทั่วไป จึงตั้งเป็นภาษาอิตาเลียนให้ดูแปลกขึ้น อีกอย่างก็มองว่าอิตาลีถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบแฟชั่นดีไซน์ด้วย นอกจากนี้ การออกแบบร้านก็มีสไตล์ของความเป็นฝรั่งเศสผสมกับอังกฤษ”

ดีไซน์ร้านอย่างไรให้โดนใจลูกค้า

ถนอมขวัญ กล่าวว่า สำหรับของต่างๆ หรือสินค้าที่เลือกมาจัดวางอยู่ในร้านนั้น มีทั้งแบบโมเดิร์น วินเทจ แต่หลักๆ จะเป็นสไตล์วินเทจ เกือบทุกชิ้นมีที่มา มีเรื่องราวที่น่าสนใจ

ของที่เลือกต่อยอดไอเดียลูกค้าในการใช้งาน

ถนอมขวัญ กล่าวว่า Storia เป็นแหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ ทั้งแนววินเทจ โมเดิร์น โดยมีสินค้าทุกประเภททุกคาแรกเตอร์ครบครัน ตั้งแต่ของแต่งตัวชายและหญิง ของแต่งบ้าน ของใช้ หรือแม้แต่ของกิน เช่น ชา ขนม เป็นต้น ซึ่งเมืองไทยจะไม่มีช็อปในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่ซื้อมาจากประเทศต่างๆ แต่บางตัวทำขึ้นในไทย โดยดีไซเนอร์คนไทย

“สินค้าของเราก็มี เช่น รองเท้า เคสมือถือ ปากกา เนกไท กระเป๋า ที่ใส่นามบัตร ที่ใส่แว่นตา โคมไฟ แก้ว เครื่องเขียน ฯลฯ และเกือบทุกอย่างมีสตอรี คือมีเรื่องราว มีที่มา เช่น น้ำหอม โคมไฟ ก็ต้องฝรั่งเศส ชาต้องอังกฤษ แฟชั่นผู้ชายก็เลือกมาจากเมืองแฟชั่นทั้งหลาย อาทิ ญี่ปุ่น ปารีส ลอนดอน อิตาลี ฮ่องกง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแฟชั่นออกแนวสมัยใหม่มาก แต่สามารถนำมาใช้ได้ตลอดทุกกาลสมัย มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตลอดเวลา”

ถนอมขวัญ บอกว่า ทุกอย่างในร้าน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ โชฟา รวมถึงตู้ที่มีลิ้นชักที่ใช้วางสินค้าต่างๆ ในร้านขายหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งพรมผืนเล็กๆ ที่วางบนพื้นที่ ใครอาจคิดว่าเป็นพรมเช็ดเท้าลูกค้า แต่ความจริงทุกอย่างมีป้ายราคาทั้งสิ้น

ดีไซน์ร้านอย่างไรให้โดนใจลูกค้า

“ภายในร้านแบ่งออกเป็น 4 ห้อง ในการจัดวางสินค้า โดยลักษณะการจัดวางเป็นแบบผสมผสาน หรือที่เรียกว่ามิกซ์แอนด์แมตช์ เพื่อให้ลูกค้าเกิดไอเดียในการนำไปใช้งาน เพราะสินค้าทั้งหมดที่เลือกมาผ่านการคิดดีไซน์ในการนำไปใช้งาน เช่น แก้วกาแฟ ไม่จำเป็นต้องเอาไปใช้ในการชงกาแฟ แต่สามารถนำไปตั้งโชว์ก็ได้ จานไม่จำเป็นต้องใส่อาหารเสมอไป ก็อาจนำมาเป็นของตกแต่งบ้านได้เป็นต้น”

สินค้ากับร้านต้องแมตช์กันด้วย

เธอกล่าวว่า จุดเด่นของสินค้าในร้านคือมีความหลากหลายในการใช้งาน คือสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างลงตัว เช่น นาฬิกาวินเทจ สามารถเอาไปแมตช์กับบ้านที่เป็นโมเดิร์นได้โดยไม่จำเป็นต้องเอานาฬิกาวินเทจไปแขวนที่บ้านวินเทจเสมอไป เป็นต้น

ถนอมขวัญทิ้งท้ายว่า สินค้ากับร้านจะต้องแมตช์กันอย่างลงตัว ไม่ใช่ว่าร้านสวยดูดีมีสไตล์ แต่ถ้าสินค้าไม่เข้ากับสไตล์ของร้านแล้ว อาจทำลูกค้าที่เข้ามาในร้านอยู่ได้ไม่นานก็ต้องเดินออกไป

“ทว่าลูกค้าที่มาที่ร้านสตอเรียมักจะเอ่ยปากชมและชอบความแปลกในการรวมของที่มีอยู่มากมายจากทั่วโลก หลายคนเข้ามาในร้านแล้วมักจะอยู่นานๆ บางคนชมว่าจัดร้านสวย ของก็ดูดีค่ะ”

ร้านดูดีมีสไตล์ ของสวยน่าใช้ จริงหรือไม่ต้องไปดูเอง  

 

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย