posttoday
สาวนักการตลาดมาดเนี๊ยบ วริทธา ล.เฉลิมชัยชนะ

สาวนักการตลาดมาดเนี๊ยบ วริทธา ล.เฉลิมชัยชนะ

13 กุมภาพันธ์ 2555

สาวสวยนักการตลาด ออมวริทธา ล.เฉลิมชัยชนะ วัย 32 ปี ปัจจุบันรั้งตำแหน่งแบรนด์

สาวสวยนักการตลาด ออมวริทธา ล.เฉลิมชัยชนะ วัย 32 ปี ปัจจุบันรั้งตำแหน่งแบรนด์

โดย..วราภรณ์

สาวสวยนักการตลาด ออมวริทธา ล.เฉลิมชัยชนะ วัย 32 ปี ปัจจุบันรั้งตำแหน่งแบรนด์ แมนเนเจอร์โดฟ แฮร์ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง วริทธา ศึกษาจบด้านบริหารการจัดการการเงินจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปศึกษาปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอเป็นสาวนักการธนาคารอยู่พักหนึ่ง รู้สึกไม่สนุก จึงผันตัวเองมาทำงานด้านความสวยความงาม ดูแลการตลาดโดยเฉพาะเส้นผม เมื่อทำงานด้านความสวย วริทธาจึงต้องใส่ใจในการดูแลด้านบุคลิกภาพให้สวยเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยเฉพาะเส้นผมต้องสวย ละเลยไม่ได้เช่นเดียวกับผิวพรรณ

แม้ทำงานด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ก็เป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะผลิตภัณฑ์หมวดนี้มีคู่แข่งที่มาก มีหลากหลายแบรนด์ให้ลูกค้าได้เลือกในท้องตลาด “โดฟเป็นผลิตภัณฑ์โกลบอลแบรนด์ คือวางจำหน่ายไปทั่วโลก แต่เราในฐานะทำการตลาดในเมืองไทย เราจะเลือกโปรดักต์อย่างไรให้เหมาะกับคนไทยและเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิงไทยให้ได้มากที่สุด อีกทั้งตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมเคลื่อนไหวเร็วมาก มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไรให้แข่งขันกันได้ในตลาด” อีกโจทย์หนึ่งของสาวนักการตลาดที่ต้องขบคิดคือ ทำอย่างไรให้ลูกค้าไม่ลืมแบรนด์ เมื่อนึกถึงผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมก็ต้องโดฟ และต้องมีการขยายส่วนแบ่งในตลาด ด้วยการเพิ่มหมวดหมู่ของครีมบำรุงผมให้เลือกมากขึ้น

สาวนักการตลาดมาดเนี๊ยบ วริทธา ล.เฉลิมชัยชนะ

“การทำการตลาดข้อที่ยากที่สุด คือ แม้ทุกคนจะสระผมกันหมด แต่จากการสำรวจพบว่าผู้หญิงเพียง 40% เท่านั้นจะใช้ครีมนวดผมหลังสระ เราจึงควรให้ความรู้กับผู้บริโภคว่า หลังจากสระผมแล้วก็ควรจะนวดเส้นผมด้วยเพื่อดูแลรักษาเส้นผมไม่ให้แห้งกรอบ เพราะเมื่อคนเราสระผม เกล็ดผมจะเปิดออกทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นไป เราก็ต้องนวดผมเพื่อคืนความชุ่มชื้น เส้นผมก็จะกลับมานุ่มเงางาม รวมทั้งควรใช้เซรัมบำบัดเส้นผมด้วย”

อีกสิ่งท้าทายหนึ่ง คือ การมุ่งเน้นทำโฆษณาแบบเรียล บิวตี้ ด้วยการใช้พรีเซนเตอร์เป็นคนธรรมดาที่ใช้ผลิตภัณฑ์โดฟจริงๆ มานำเสนอการเปลี่ยนแปลงเพื่อเน้นย้ำให้สุภาพสตรีรู้ว่าเป็นผู้หญิงธรรมดาอย่างเราๆ ก็สามารถดูแลเส้นผมให้มีคุณภาพดีได้

“ข้อดีของการใช้คนธรรมดามาเป็นพรีเซนเตอร์ในโฆษณาเพื่อเป็นการบอกว่าเป็นเรื่องง่ายนะที่คนธรรมดาจะสามารถดูแลสุขภาพผมให้เงางามได้ ซึ่งออมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่จับต้องได้และน่าเชื่อถือกว่า”

อย่างไรก็ดี การเป็นนักการตลาดที่ดี วริทธา บอกว่า ต้องดูแลรักษาแบรนด์เหมือนเป็นกิจการของเรา กำไรขาดทุน ขายดีไม่ดี ขึ้นอยู่กับการทำงานของเรา “หลักการทำงานของออมง่ายๆ เลย คือ หากมีปัญหาต้องหาทางแก้ไข อีกทั้งการทำการตลาดต้องมีความปรารถนา ไม่หยุดนิ่ง เพราะการตลาดค่อนข้างเหนื่อย แต่หากเรามีความรักเราจะรู้สึกสนุกกับมัน มีความสุขที่ได้ทำแม้ว่าจะต้องกลับบ้านดึกขนาดไหน ออมจบด้านการเงินมา แต่ทำงานด้านการเงินได้พักหนึ่งแล้วไปเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจ พอได้มาทำงานด้านการตลาดรู้สึกสนุก เพราะไฟแนนซ์ดูแต่ตัวเลข แต่งานด้านการตลาดได้คิดได้แพลนจนออกมาเป็นอีเวนต์จริงๆ คือ งานค่อนข้างหลากหลาย จับต้องได้ ที่สำคัญทำงานด้านความสวยความงามก็ใกล้เคียงกับผู้หญิงอยู่แล้ว”

วริทธา มีวิธีจัดชีวิตให้สมดุลระหว่างเรื่องทำงานกับชีวิตส่วนตัว คือจะไม่นำงานกลับไปทำที่บ้าน

“ออมจะยอมอยู่ดึกเพื่อทำงานให้เสร็จแล้วค่อยกลับบ้าน เพราะเราอยากให้บ้านเป็นที่พักผ่อนของเราจริงๆ แล้วเราก็จะได้ใช้เวลากับคนในครอบครัวได้อย่างเต็มที่ด้วย จะเป็นแนว Work Hard Play Hard ช่วงที่ต้อง Launch Project ใหม่ก็จะทำงานหนักมาก ทุ่มเทเต็มที่ พอ Launch เสร็จทุกอย่างลงตัว เราก็จะลางานอาทิตย์หนึ่งไปพักผ่อนเที่ยวเล่นของเรา เป็นการชาร์จแบตแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่”

ต่อให้ทำงานเก่งแค่ไหน ความเครียดย่อมถามหาเสมอ เมื่อการทำงานเกิดความเครียด วริทธามีวิธีผ่อนคลายที่เรียบง่าย คือ อยู่บ้านอ่านหนังสือที่หลากหลาย กินข้าวกับเพื่อน กิจกรรมที่ชอบที่สุดคืออ่านหนังสือ ยิ่งเป็นนักการตลาดต้องอัพเดตตัวเองอยู่เสมอ

สาวนักการตลาดมาดเนี๊ยบ วริทธา ล.เฉลิมชัยชนะ

“ออมชอบอ่านนิตยสารอัพเดตโทนสีผม และดู Video Clip ของ Beauty Blogger ทั้งของไทย อเมริกา และเกาหลี เพื่อเราจะได้รู้ว่าตอนนี้เทรนด์แต่งหน้าเป็นแบบนี้ ผมประมาณนี้ ผลิตภัณฑ์นี้ดี ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ดี อะไรกำลังฮิตในหมู่ Blogger และการนั่งสมาธิช่วยออมรู้สึกผ่อนคลายได้มากทีเดียว”

ส่วนวิธีดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เธอมีเคล็ดลับง่ายๆ ให้ตัวเองดูดีกว่าวัย คือ

“พอผู้หญิงเราย่างเข้าอายุ 30 ร่างกายผู้หญิงเราจะเปลี่ยนแปลงไปมาก จะเป็นกราฟดิ่ง เช่น กินนิดเดียวน้ำหนักก็ขึ้น หน้าที่เคยสดใส ก็จะเริ่มมีริ้วรอย ผมที่เคยนุ่มสวยก็จะเริ่มแห้งหยาบ เพราะฉะนั้นพอเรา 30 แล้ว เราก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ที่สำคัญเป็นคนดัดผม และต้องออกงานบ่อย ก็จะต้องสไตลิงผมบ่อยมาก ซึ่งสารเคมีและความร้อนมักทำร้ายผมเราสุดๆ เราทำงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เราก็ต้องดูแลผมของเราให้ดูดีเพื่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ ออมจะใส่ใจกับการดูแลผิวพรรณด้วยเช่นกัน ออมทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ครีมกันแดดสำคัญกว่าครีมบำรุงผิวเสียอีก

เคยมีงานวิจัยเทียบกันระหว่างคนที่ใช้แต่ครีมกันแดด กับคนที่ใช้แต่ครีมบำรุงผิว ผลออกมาว่าคนที่ใช้แต่ครีมกันแดดมีสุขภาพผิวหน้าที่ดีกว่า ไม่มีริ้วรอยความหมองคล้ำ ต่อให้เหนื่อยอย่างไร กลับบ้านต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อนเป็นอันดับแรก การล้างหน้าให้สะอาดสำคัญมาก ถ้าล้างไม่สะอาด แล้วทาครีมบำรุงผิวลงไป ก็จะทำให้หน้าเป็นสิว ไม่เรียบเนียน ยิ่งเราอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา ผิวก็จะแห้งมาก ต้องทาบอดีโลชันทุกครั้งหลังอาบน้ำ โดยจะทาตอนตัวเปียกหมาดๆ จะช่วยให้เนื้อโลชันซึมสู่ผิวได้ดีขึ้น นอกจากนั้นข้างเตียงนอนก็จะมีแจกันใส่น้ำเอาไว้เพื่อเพิ่มความชื้นให้กับห้อง ผิวจะได้ไม่แห้ง ประกอบกับที่ออฟฟิศสอนว่าเราต้องมีความอยากที่จะสวยอยู่เสมอๆ อย่ามาทำงานโทรมๆ ต้องรู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวบ้าง เพราะเขาจะอัพเดตเทรนด์มาพัฒนาด้านบุคลิกภาพ ซึ่งใช้กับการทำงานได้ทั้งหมด”  

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69