posttoday
อย่าเอาการเมืองมายุ่งกีฬา

อย่าเอาการเมืองมายุ่งกีฬา

30 มกราคม 2555

เชื่อว่าวันนี้สาวก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คงจะมีความสุขกับวันแรกของการทำงานของสัปดาห์เป็นพิเศษ

เชื่อว่าวันนี้สาวก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คงจะมีความสุขกับวันแรกของการทำงานของสัปดาห์เป็นพิเศษ

แบบว่าเดินยืดอกหน้าบาน เข้าออฟฟิศมา มองหาแฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนใคร ต่างกับเหล่าเรดอาร์มี ที่อยากจะปิดตา ปิดหู ไม่อยากได้ยินเสียงใคร

แม้จะผ่านมาแล้ว 2 วัน แต่หัวข้อวงสนทนาคงหนีไม่พ้น “ควันหลงแดงเดือด” เอาเป็นว่าคนล้มอย่าข้าม ทับถม เอ้ย! แซวกันพอหอมปากหอมคอ เพราะวันพระไม่มีหนเดียว

อย่างไรก็ตาม วันเสาร์ที่ผ่านมาไม่ใช่วันที่น่าผิดหวังสำหรับสาวกแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกวันน่าอัปยศของวงการลูกหนังไทย

หลายคนคงทราบกันบ้างแล้วว่า ก่อนหน้านี้ บุรีรัมย์ พีอีเอ ซึ่งจะเปลี่ยนชื่อเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า เคยขอฉลองแชมป์ในบ้าน ตัวเองปลายปีที่แล้ว แต่ถูกปฏิเสธโดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดย วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมยืนยันจะมอบถ้วยแชมป์ในนัดสุดท้าย ซึ่ง ปราสาทสายฟ้า ต้องบุกไปเยือน เชียงราย

หลังจบเกมเสมอกัน 22 ได้มีการจัดพิธีมอบถ้วยรางวัลแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ปี 2011 โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการมาร่วมงานมากมาย พร้อมด้วย เซอร์เดวิด ริชาร์ดส์ ประธานฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เดินทางมามอบถ้วยรางวัล แต่ทีมบุรีรัมย์ กลับส่งแค่สตาฟฟ์โนเนม 2 คน ขึ้นมารับถ้วยกลางเวที

อย่าเอาการเมืองมายุ่งกีฬา

 

เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยได้ยินว่าเกิดขึ้นในวงการลูกหนังอาชีพมาก่อน

“แม้จะเข้าใจเหตุผลภายหลัง แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมนักเตะถึงไม่ยอมขึ้นมารับถ้วย เพราะนี่คือเกียรติยศและศักดิ์ศรีของนักเตะที่ใฝ่ฝันจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ มันแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพเลย” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทย กล่าว

จริงอยู่เรื่องที่การปฏิเสธมอบถ้วยให้ บุรีรัมย์ ได้ฉลองอย่างยิ่งใหญ่กับแฟนบอลในบ้านตัวเองนั้น สมาคมทำไม่ถูกต้อง เพราะตามธรรมเนียมทั่วโลกแล้วหากแต้มทิ้งขาดลอย แชมป์จะได้ฉลองถ้วยในนัดสุดท้ายในบ้าน นอกเสียจากสถานการณ์ยังคู่คี่สูสี ต้องวัดกันถึงหยดสุดท้าย

แม้จะมีการอ้างเหตุผลผู้หลักผู้ใหญ่ที่เชิญมาร่วมงานไม่สะดวกในช่วงดังกล่าว แต่ก็ควรคำนึงถึงทีมและแฟนบอลที่ต้องการเฉลิมฉลองความสำเร็จเป็นหลัก

“ผมยอมรับว่าการที่ทีมไม่ได้ขึ้นรับถ้วยเป็นการเสียเกียรติพอสมควร แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผมคือศรัทธาของแฟนบอลมาเป็นอันดับแรก สมาคมควรจะส่งเสริมทีมในไทยลีกให้มีแฟนบอลเยอะๆ การมาทำเช่นนี้เท่ากับว่าแฟนบอลหมดศรัทธาวงการฟุตบอลไทย” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ กล่าว

ถึงกระนั้นก็ตาม นี่คือวงการกีฬา ทั้งสองฝ่ายควรคำนึงถึงสปิริตและน้ำใจนักกีฬา ไม่ใช่คิดแต่จะ “ขัดขวาง” และ “เอาคืน” เหมือนเกมการเมือง

เนื่องจาก วรวีร์ และ เนวิน อยู่กันคนละขั้วในวงการการเมือง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเบื้องหลังเบื้องลึกของเรื่องนี้อาจนำเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวกับกีฬา

อย่างน้อยก็ควรมีความเป็นมืออาชีพ เหมือนอย่างที่นักเตะ ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แสดงให้เห็นในเกมแดงเดือด

ก่อนเกมทั้งสองมีคดีเรื่องเหยียดสีผิวระหว่าง หลุยส์ ซัวเรซ กับ ปาทริซ เอวรา จนทำให้กองหน้าหงส์แดงโดนแบน 8 นัด ท่ามกลางการสนับสนุนฝ่ายของตัวเอง และเกรงว่าจะเป็นชนวนการปะทะกัน แต่แล้วทั้งสองทีมก็ทำหน้าที่ของตัวเองกันตามเกม แม้จะมีเสียงโห่ เอวรา ตลอดการแข่งขัน แต่ก็ไม่มีปัญหา ซึ่งมีใบเหลืองแค่ 1 ใบ

“นักเตะเคารพกันและกันดีมาก ไม่มีการเข้าสกัดรุนแรงในเกม มันเป็นการเล่นที่มีสปิริตดี เราพอใจกับสิ่งนี้” อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กล่าว

เช่นเดียวกับ เคนนี ดัลกลิช ที่ชื่นชมแฟนๆ และนักเตะทั้งสองทีม โดยยกย่องว่าไม่มีใครพยายามจะเล่นนอกเกมเลย

ทั้งที่มีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน และทำใจยอมรับความพ่ายแพ้ลำบาก

เฟอร์กี เผยว่า ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นฝ่ายปราชัย และไม่สมควรแพ้ เพราะทำเกมได้ดีกว่า แต่นี่แหละคือฟุตบอลเอฟเอ คัพ ขณะที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมหงส์แดง ยอมรับทีมเล่นไม่ดี

“เราไม่สมควรเป็นฝ่ายชนะเลย หากมองเรื่องการครองบอลและการเล่นโดยรวม ต้องยกความดีความชอบให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย พวกเขาครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผลการแข่งขันที่ออกมา เราคือทีมที่ได้รับชัยชนะ เราเจอแต่เกมหนักๆ ในสัปดาห์นี้ เพราะฉะนั้นต้องชื่นชมความทุ่มเทและมุ่งมั่นของทีม” เจอร์ราร์ด กล่าว

แม้จะมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนภาพเหตุการณ์แฟนบอลลิเวอร์พูลมีพฤติกรรมเหยียดสีผิวในเกมนี้ ซึ่งมีการนำภาพเผยแพร่ทางทวิตเตอร์อย่างรวดเร็ว ขณะที่โฆษกตำรวจยืนยันคนส่วนใหญ่ทำตัวดี และมี 17 คน ที่ถูกหิ้วออกจากสนาม และจับกุม 2 ราย ส่วนทางสโมสรยืนยันจะให้ความร่วมมือเต็มที่ในการสอบสวน  

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน