การหวนคืนของ เอวาเนสเซนส์
เสียงของ เอมี ลี เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้บทเพลงของ เอวาเนสเซนส์
โดย...เพ็ญแข
เสียงของ เอมี ลี เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้บทเพลงของ เอวาเนสเซนส์ เป็นที่จดจำนับตั้งแต่เมื่อเปิดตัวต่อโลกดนตรีในปี 2003 โดยมี Bring Me To Life เป็นเพลงสุดฮิตที่ติดใจคนทั่วโลก ตามมาด้วยอีกหลายเพลงดังอย่าง My Immortal, Going Under และ Call Me When You’re Sober
วงดนตรีน้องใหม่อย่าง เอวาเนสเซนส์ ประกาศศักดาด้วยการคว้ารางวัลแกรมมีสาขาการบรรเลงเพลงฮาร์ดร็อกยอดเยี่ยมมาครอง ก่อนจะถูกจองตัวให้ไปออกทัวร์ทั่วโลก พวกเขามีอัลบั้ม The Open Door ออกมาเป็นชุดที่สองในปี 2006 ก่อนขอพักแบบยาวๆ
ระหว่างนั้น เอมี ได้ไปใช้ชีวิตคู่กับสามี กลับไปเรียนรู้วิถีชีวิตคนธรรมดาๆ ในนิวยอร์ก ก่อนจะทนเสียงเรียกร้องของใจไม่ได้ จึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งและสร้างสรรค์งานใหม่
วันนี้สมาชิกของวง เอวาเนสเซนส์ อาจจะแตกต่างไปจากยุคเริ่มต้นอยู่มาก แต่ถึงอย่างไรแกนนำยังคงเป็น เอมี ลี นักร้องนำ มือเปียโน และคนเขียนเนื้อเพลง ดนตรีของวงยังเป็นร็อกที่มีกลิ่นอายเมทัลอันหนักหน่วงและกอธอันหม่นมัวผสมผสาน
ซาวด์เพลงชุดใหม่นี้ยังมีเสียงอิเล็กทรอป๊อปเข้ามาสร้างสีสัน โดย เอมี บอกว่า เป็นแรงบันดาลใจจากวงโปรดอย่างแมสซีฟ แอตแทก บิยอร์ก และพอร์ทิสเฮด ทำให้อัลบั้มนี้แตกต่างไปจากงานชุดก่อนหน้าอยู่พอสมควร ทั้งยังทำให้คนฟังหวนรำลึกนึกถึงงานแห่งทศวรรษ 1980 ตงิดๆ ด้วยความแปลกต่างนี้ ทำให้แฟนเก่ารู้สึกเซอร์ไพรส์ไม่น้อย
งานชุดที่ 3 ของ เอวาเนสเซนส์ ใช้ชื่อวงเป็นชื่ออัลบั้ม ด้วยความสำคัญที่เปรียบเสมือนเป็นจุดเปลี่ยนของวงที่มีอายุ 15 ปี อีกทั้งเพื่อบ่งบอกว่า การได้กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งคือ ช่วงเวลาอันงดงามและมีความสุข
Evanescence มี นิก รัสกาเลนิกส์ ที่เคยทำงานให้กับ อลิส อิน เชนส์, เดฟ โทนส์ ฯลฯ มาก่อนทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ เปิดอัลบั้มด้วยเพลงแรงๆ อย่าง What You Want ที่ทำให้เราหวนนึกถึงงานเพลงชุดเก่าๆ ของวง ส่วนเนื้อหานั้นสะท้อนถึงภาวะสับสนอลหม่านของชีวิต และทุกคนไม่สามารถควบคุมทุกอย่างซึ่งเกิดขึ้นกับเราได้
ต่อด้วยเพลงเข้มข้น Lost In Paradise ซึ่งเปิดด้วยเสียงเปียโนหลอนๆ ตามมาด้วยเสียงเครื่องสาย เพลงนี้เขียนจากความรู้สึกของเอมี ที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองและเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้
The Other Side โดดเด่นด้วยเสียงกีตาร์ เรื่องราวของความรักที่ยังคงอยู่ แม้ว่าจะพยายามทำลายมัน หรือตัวจะจากไปแล้ว แต่ความรักก็ยังคงอยู่เสมอ
My Heart Is Broken เป็นการพาคนฟังเดินทางหนีไปจากโลกเดิม เพลงนี้เขียนขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของคนที่เคยตกเป็นเหยื่อการค้าทางเพศ
ปิดท้ายอัลบั้มด้วยเพลงบรรยากาศเหมือนฝัน Swimming Home ซึ่งนับเป็นอีกด้านของวงที่คนฟังอาจจะไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
แม้จะเดินทางมาจนถึงวัยผู้ใหญ่แล้ว แต่ความเป็นวัยรุ่นยังคงอยู่ในตัวของ เอมี ลี และแผ่ซ่านมาถึงงานเพลงที่เธอสร้างสรรค์อย่างที่เราสามารถรู้สึกได้
การผสานกันของ เปียโน กีตาร์ และเครื่องสาย เป็นสูตรสำเร็จที่ปรากฏอยู่ในหลายเพลง ดนตรีออร์เคสตราสไตล์บาโรกยังคงถูกนำมาผสมผสานกับร็อก ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ เอวาเนสเซนส์ ที่ยังคงปรากฏให้ได้ยินได้ฟังอยู่ ไม่ให้เสียชื่อนักดนตรีที่ร่ำเรียนและฝึกฝนทางคลาสสิกมาแต่อ้อนแต่ออกอย่าง เอมี ลี
พวกเขาอาจจะไม่ได้ทำสิ่งใหม่ล้ำ แต่ Evanescence ก็เป็นงานดนตรีที่ศิลปินมีความสุขตอนทำ และแฟนๆ คงมีความสุขตอนได้ฟัง อัลบั้มนี้เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากเป็นตั๋วสำหรับการเดินทางกลับคืนสู่วงการดนตรีร็อกของ เอวาเนสเซนส์ อีกครั้ง


