
เผชิญวิกฤตแห่งปัญหา...ด้วยหัวใจที่มีธรรมธรรมะเนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๕๕ (จบ)
ปัญหาต่างๆ ที่แปรเป็นความทุกข์ แฝงอยู่ในรูปของความหวาดวิตกกังวลในจิตใจจนหวาดผวา
โดย...พระจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : ปัญหาต่างๆ ที่แปรเป็นความทุกข์ แฝงอยู่ในรูปของความหวาดวิตกกังวลในจิตใจจนหวาดผวา จึงกลายเป็นความทุกข์ที่เพิ่มพูนทับถมความทุกข์ ให้มีความทุกข์ยิ่งขึ้น มากขึ้น...จนกลายเป็นความหมักหมมของกิเลสที่สืบเนื่องอยู่ในความทุกข์ที่เรียกว่า กิเลสาสวะ ที่จะส่งกลับไปให้เป็นอาหารของอวิชชา ให้เพิ่มพูนเติบโตยิ่งๆ ขึ้น...อวิชชายิ่งเติบโตมากขึ้นด้วยกิเลสาสวะเป็นปัจจัย
จึงทำให้การดำเนินวิถีจิตยังเพิ่มพูนความทะยานอยาก ด้วยราคะ โทสะ โมหะ เป็นปัจจัย หมายถึงการเพิ่มพูนความทุกข์ให้กับชีวิตมากยิ่งขึ้น อันเป็นไปตามสภาวธรรมที่กล่าวมา...ทั้งนี้เพราะไม่สามารถรู้เข้าใจ และเข้าถึงเหตุปัจจัยแห่งปัญหา เพื่อละให้สิ้นไปในเหตุแห่งปัญหา หรือความทุกข์ต่างๆ เหล่านั้น ทั้งนี้เพราะการขาดปัญญาที่จะนำไปสู่ความเข้าใจในปัญหาเหล่านั้นอย่างแท้จริง...
เมื่อมาถึงที่สุดแห่งความจริงว่า...ปัญญา คือ เครื่องมือที่สามารถใช้แก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างแท้จริง...ก็คงต้องกลับมาพิจารณาว่า แล้วธรรมอันใดล่ะ ที่จะทำให้เกิดปัญญา หรือปัญญาเกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจธรรมอันใด!? ซึ่งคงตอบได้ชัดเจน ว่า ปัญญาเกิดขึ้นจากการรู้จักพิจารณาโดยแยบคายที่เรียกว่า โยนิโสมนสิการ อันเป็นหลักธรรมในพระพุทธศาสนา...โยนิโสมนสิการ หมายถึง วิธีการแห่งปัญญา เป็นกระบวนการใช้ความคิดอย่างถูกวิธี คิดอย่างมีระเบียบ รู้จักคิด วิเคราะห์ ไม่รีบด่วนสรุปเรื่องราวต่างๆ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบที่จิตยึดถือ...ไม่มองเห็นสิ่งต่างๆ อย่างตื้นๆ ผิวเผิน แต่ความสำคัญอยู่ที่อำนาจธรรมอันใดล่ะ... ที่สร้างอำนาจจิตให้สามารถใช้หลักโยนิโสมนสิการได้...
ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ให้เห็นความหมายว่า โยนิโสมนสิการ มิใช่หลักการนึกคิดด้วยวิถีจิตโดยทั่วไป...แต่เป็นหลักพิจารณาโดยแยบคาย ที่ใช้อำนาจจิตที่อบรมฝึกฝนดีแล้วเป็นสำคัญ นั่นหมายถึง การดำรงความตั้งมั่นแห่งจิตต้องเข้าขั้นสมาธิที่ใช้งานเพื่อพิจารณาโดยแยบคายได้เป็นสำคัญ ซึ่งคงหมายถึง สมาธิระดับอุปจารสมาธิ ซึ่งหากกล่าวถึงสมาธิก็ต้องถามต่อไปว่า แล้วธรรมอันใดล่ะที่สามารถอบรมจิตให้มีสมาธิเกิดขึ้นได้!? ก็คงต้องปุจฉาว่า ธรรมอันนั้น คือ ศีล นั่นเอง... ดังที่กล่าวว่า ศีลวิสุทธิ สมาธิวิสุทธิ ปัญญาวิสุทธิ สรุปโดยรวมแบบปรมัตถ์ก็คือ การพัฒนาจิตขั้นความเห็นชอบ ความตั้งมั่นชอบ และความเข้าใจอันชอบ ซึ่งความเข้าใจอันชอบโดยธรรมนี้แหละ คือ ตัวปัญญาแท้ จึงจะเกิดความเข้าใจอันชอบโดยธรรมได้ เมื่อรู้จักโยนิโสมนสิการ หรือการพิจารณาโดยแยบคาย จึงจะต้องมีพื้นฐานมาจากความเห็นชอบ ความตั้งมั่นชอบ และความเข้าใจ (หรือปัญญา) อันชอบ
ทั้งนี้ ให้หมายรวมความเห็นชอบนั้นไปสู่การปฏิบัติชอบด้วย เพราะการจะปฏิบัติชอบเพื่อรักษาศีลประพฤติธรรมนั้นได้ ต้องก่อเกิดจากความเห็นชอบที่เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ นั่นเอง ... จึงสำคัญอย่างยิ่งในการชำระทิฏฐิ หรือความเห็นให้ถูกต้องตรงธรรมอยู่เสมอเป็นสำคัญ ... ซึ่งความเห็นชอบถูกต้องตรงธรรมนั้น คือ การรู้เข้าใจในความจริงของโลกนี้ว่า มิใช่ตัวตน มีความเกิดขึ้นและมีความดับ ไปเป็นธรรมดา ... การเข้าถึงความจริงของการมีความเห็นว่า โลกนี้มิใช่ตัวตน จึงทำให้เข้าใจในความเป็นจริงว่า แม้เราทั้งหลายก็มิได้ดำรงอยู่ในฐานะของความเป็นตัวตน โดยการพิจารณาให้เห็นความจริงจากรูปนาม หรือขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒, ธาตุ ๑๘ ว่าที่สุดแห่งความจริง (Ultimate Of Truth) คือ ขันธ์ ๕ นี้ มิใช่ตัวเรา-ของเรา
การชำระทิฏฐิ หรือความเห็นให้หมดจดอยู่เสมอ ก็เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง–ความเห็นที่ถูกธรรม ที่เรียกว่ามี สัมมาทิฏฐิ ซึ่งจะนำไปสู่ ความดำริอันชอบ หรือ สัมมาสังกัปโป ... องค์ธรรมทั้ง ๒ ประการนี้แหละ คือ ตัวปัญญา ที่จะอบรมจิตให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูก ควรนำไปสู่การปฏิบัติชอบ สร้างกุศลกรรมให้เกิดขึ้นทางกายวาจา และอาชีวะอันควร จนในที่สุดแห่งความเพียรชอบ เพื่อการระลึกรู้ชอบตามความเพียร ยังให้จิตตั้งมั่นชอบ จนสามารถดำเนินการพิจารณาโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ได้ ตัวเหตุแห่งความทุกข์ สามารถละเหตุแห่งปัญหาหรือความทุกข์ทั้งปวงนี้ได้... และเข้าถึงที่สุดแห่งความสิ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง ... ดับสิ้นทุกปัญหาด้วยปัญญาธรรมที่เกิดขึ้นจากกระบวนการคิดพิจารณาโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาที่การปฏิบัติดังกล่าวว่า เป็นทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่ดับทุกข์ได้สิ้น... จึงขอแนะนำสาธุชนชาวไทยได้โปรด พิจารณาหลักธรรมดังกล่าวให้เข้าใจให้เข้าถึง เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ไปสู่เบื้องหน้าอย่างมั่นว่า... ทุกปัญหาแก้ได้ด้วยปัญญาแห่งธรรม... อันเกิดจากการพึ่งตนเองเป็นสำคัญ ดังสารธรรมที่กล่าวบรรยายมา เพื่อเป็นมงคลธรรมในการดำเนินชีวิตของทุกๆ คน ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ทั้งปวงที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะเกิดขึ้นอีกต่อไปข้างหน้า ด้วยหัวใจที่มีธรรม... ย่อมพ้นภัยทั้งปวงได้อย่างแน่นอน...
ขอเจริญพร







