
คิด(ให้)ดีขึ้นปีใหม่ 2555
ขอแนะนำวิธีคิดตามหลักพุทธธรรม 6 มาเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ ใครคิดได้ทำได้ รับรองว่าชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่นอน
ขอแนะนำวิธีคิดตามหลักพุทธธรรม 6 มาเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ ใครคิดได้ทำได้ รับรองว่าชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่นอน
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าความคิดนั้น มีผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตและความสุขในการดำรงชีวิต วันไหนคิดดีคิดบวก ความรู้สึกก็ดูเหมือนจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข นี่เป็นข้อพิสูจน์ง่ายๆ ของสิ่งที่เรียกว่าการมองโลกแง่ดี ตรงกันข้าม ถ้าวันไหนคิดลบมองลบ วันนั้นชีวิตเต็มไปด้วยทุกข์แสนสาหัส มองไปที่ใดก็เต็มไปด้วยความขุ่นข้อง ฟังใครก็ขัดหู มองใครก็ขัดตา บางครั้งแม้กับเหตุการณ์เดียวกัน เหตุปัจจัยเดียวกันแท้ๆ แต่เพราะคิดไม่เหมือนกัน ผลก็ต่างกันลิบ
ผลลัพธ์ที่ได้ บางทีอาจไม่ใช่แค่อารมณ์เสีย หรืออารมณ์ดี แต่อาจเป็นผลลัพธ์ที่มีผลต่อชีวิตทั้งชีวิต สวัสดีปี 2555 ขอนำแนวคิดของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย ที่กล่าวถึงวิธีคิดตามหลักพุทธธรรม 6 มาเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ ใครคิดได้ทำได้ รับรองว่าชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่นอน
1.คิดแบบอริยสัจ
เป็นการคิดแบบแก้ปัญหามี 4 ขั้นตอนคือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ถ้าเกิดปัญหาขึ้นในชีวิตให้กำหนดรู้ว่า ทุกข์ที่เราเจออยู่คืออะไร (แน่) ต้องกำหนด(ให้) รู้ แทนที่จะหลอมรวมตัวเองเข้าเป็นหนึ่งของปัญหาเหมือนที่คนส่วนใหญ่ทำ
เมื่อมีความทุกข์ควรศึกษาให้ชัดว่า ทุกข์ (ที่ประสบ) คืออะไร เมื่อชัดแล้ว ศึกษาต่อไปว่าสาเหตุอยู่ที่ใด ตามไปดูให้รู้ถึงสาเหตุ และเมื่อค้นพบสาเหตุแล้ว ก็ดูต่อว่าจะแก้อย่างไร ลองตั้งสมมติฐานขึ้นมาก็ได้ จากนั้นก็ลงมือแก้ทุกข์
2.คิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย
ปรากฏการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนมีที่มา ทุกสิ่งที่เราประสบพบอยู่ ความสุขความทุกข์ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีที่มา เรามักไม่ค่อยคิดแบบสืบสาวหาเหตุ คนส่วนใหญ่จะคิดใน 3 แบบ คือแล้วแต่กรรมเก่า แล้วแต่พระเจ้าดลบันดาล และแล้วแต่โชคชะตา ทั้งๆ ที่ทุกปัญหาสามารถแก้ได้ เมื่อหาเหตุแห่งทุกข์ได้ก็แก้ได้ มนุษย์ทุกคนมีความทุกข์และมีศักยภาพที่จะพ้นทุกข์อย่างเท่าเทียมกัน
3.วิธีคิดแบบมองโลกแง่ดี
โพสิทีฟ ติงกิง (Positive Thinking) พูดกันบ่อยแต่เข้าใจไหม การมองโลกแง่ดีมี 2 แบบ คือ มองโลกแง่ดีแบบคนโง่ และมองโลกแง่ดีแบบคนฉลาด โดยการมองโลกแง่ดีแบบคนโง่ เช่น สอบตกก็สอบใหม่ได้ ไม่เห็นเป็นไร เรียนนานความรู้แน่น เป็นต้น มองแบบนี้ไม่ทุกข์ในปัจจุบัน แต่ทุกข์ในอนาคต การมองโลกแง่ดีจึงควรมองแบบคนฉลาด มองด้วยสติและปัญญา
4.วิธีคิดแบบอยู่กับปัจจุบัน
คือคิดแบบรู้ตัวทั่วพร้อม ซึ่งเป็นวิธีการอยู่กับปัจจุบัน ฝึกสติตามแนววิปัสสนากรรมฐาน กำหนดรู้ภายในใจสงบ แม้เสียงฝนฟ้าพายุครืนก็มิส่งใจไปตามฝนฟ้า แต่เก็บใจไว้ในที่ที่ควรอยู่ เป็นการรู้อย่างตื่นรู้ คนที่สติอยู่กับปัจจุบัน ข้างนอกยุ่งอย่างไร ใจเขามีความสุข
5.วิธีคิดแบบรู้ทันความเป็นธรรมดา
ธรรมดาของโลกเป็นสิ่งสากล สัจธรรมที่ไม่มีใครหนีพ้นคือไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือความไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลาในตัวเราและครอบงำไปทั่วโลก ต้องรู้ทันความเป็นธรรมดาของโลกนี้
6.วิธีคิดแบบคุณค่าแท้-เทียม
เราอยู่ในโลก เราเสพบริโภคปัจจัย 4 ซึ่งมีทั้งคุณค่าแท้และคุณค่าเทียม ถ้าพิจารณาอย่างมีปัญญา เราจะบริโภคอย่างเห็นคุณค่าที่แท้ เช่น เมื่อบริโภคอาหาร อาหารที่เรารับประทานไม่ใช่เพื่อเล่นสนุกสนาน แต่เพื่อให้เกิดพลังทางกาย เพื่อกำจัดความหิว จะได้มีแรงศึกษาทำประโยชน์ กินเพื่อจะได้ทำประโยชน์ต่อไป นี่คือคุณค่าแท้ในการกิน เป็นต้น
ในเชิงของพระพุทธศาสนา ความคิดเป็นเรื่องของการมีสัมมาทิฐิ หรือการคิดชอบที่เปรียบเป็นนาวาพาชีวิตให้ไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องและมีความสุขได้ การคิดดีนำไปสู่อารมณ์ที่ดี สะท้อนถึงสุขภาพจิตที่ดี การลดความโกรธ ความเครียด การสร้างทัศนคติเชิงบวก ที่ย่อมนำมาซึ่งความสุขสมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจและจิตวิญญาณ ร่างกายดี จิตใจดี อายุก็ยืนยาว
โชคดีปีใหม่ 2555







