
ชื่อเรื่อง เที่ยวอีสานฟาร์มเกษตร
จาก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา อันเลื่องชื่อในเรื่องผ้าไหม ถัดไปเพียง 25 กิโลเมตร มีฟาร์มเกษตรที่ชื่อว่า “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม”
โดย...ญาณิกา ศิริสุข
จาก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา อันเลื่องชื่อในเรื่องผ้าไหม ถัดไปเพียง 25 กิโลเมตร มีฟาร์มเกษตรที่ชื่อว่า “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม” ได้ถือกำเนิดขึ้นบนพื้นที่กว่า 600 ไร่ บนเชิงเขาพญาปราบ ต.ตะขบ เดิมทีฟาร์มแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตไข่ไหมจำหน่ายให้สมาชิกเกษตรกรเพื่อรับซื้อรังสดในการผลิตเส้นไหม และเป็นที่ปลูกหม่อนอันเป็นอาหารหลักของหนอนไหมก็อยู่ที่นี่
ทุกปีทางฟาร์มได้เปิดให้เข้าชมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปีละครั้งในเดือน ธ.ค.ม.ค. เพื่อพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงเกษตรและบุคคลทั่วไปที่หลงใหลในบรรยากาศอันงดงาม และเรียนรู้ประสบการณ์ด้านเกษตร ชมแปลงดอกไม้สีสดสวยนานาชนิด และต่อมาทางฟาร์มได้เริ่มโครงการ “Art Center on Farm” ที่เป็นโครงการนำร่องเชิญศิลปินมาแสดงงานศิลปะภายในบริเวณต่างๆ เพราะทางฟาร์มมีเจตนารมณ์ที่จะอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวไทยเชื้อสายลาว ซึ่งอาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่สายตาชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เห็นในคุณค่าของประเพณีและวัฒนธรรมอีสานอันเก่าแก่และงดงาม
บรรยากาศหลังรับประทานอาหารมื้อเช้าแบบอีสานที่จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ทางคณะผู้จัดทัวร์ของฟาร์มได้นำเราไปชมความเป็นอีสานดั้งเดิมที่ฟาร์มแห่งนี้จัดขึ้น ภายในฟาร์มมีจุดท่องเที่ยวในฟาร์มทั้งหมด 4 จุดด้วยกัน คือ ทุ่งปอเทืองและแปลงผักปลอดสารพิษ ทุ่งทานตะวันและลานฟักทอง หมู่บ้านอีสานกับหมู่บ้านศิลปิน และจุดสุดท้ายสวนดอกไม้และตลาดจิม ทอมป์สัน
จุดหมายแรกของวันนี้ที่เราจะไปคือ ทุ่งปอเทืองและแปลงผักปลอดสารพิษ เป็นการต้อนรับที่เหลืองอร่ามตาของดอกปอเทืองที่ขนาบด้วยวิวภูเขาลูกใหญ่หลายลูกรายล้อมอยู่ด้านหลัง ปอเทืองที่ทางฟาร์มเลือกปลูกไว้เพื่อรักษาหน้าดินให้มีความชุ่มชื้น และคงความอุดมสมบรูณ์ให้กับผืนดินตัดกับแปลงผักปลอดสารพิษหลากสี ที่หากมองจากมุมสูงจะปรากฏเป็นลายผ้าขิดสามไม้ใหญ่ของอีสาน ด้านแปลงผักปลอดสารพิษอยู่ภายใต้ทิวไม้สนที่ทอดร่มเงายาวตลอดทางเดิน ใกล้ๆ กันนั้นมีโรงเพาะชำต้นกล้าต่างๆ ของฟาร์มที่จัดไว้สวยงาม ไว้รอให้นักท่องเที่ยวคว้ากล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพประทับใจเป็นที่ระลึกก่อนจะเดินทางไปยังจุดต่อไป
หลังจากรถแล่นออกจากโรงเพาะชำไม่นานนัก ก็เจอความสวยงามของทุ่งดอกทานตะวันและคอสมอสที่บานสะพรั่งพร้อมหันหน้าสู้แสงประชันแดด ซึ่งในจุดนี้นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับภูเขาฟักทองยักษ์ และฟักทองอีกนับหมื่นชนิดนับหมื่นผลที่จัดวางอย่างมีศิลปะ อาทิ ลวดลายขิดตา และลายขิดเหลือมอ้อ จุดนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนในซุ้มเครื่องสานหวายขนาดยักษ์ที่มีให้พักอยู่ตลอดระยะทาง อันมีต้นแบบมาจากเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวอีสานอย่าง กระติบข้าวเหนียว ข้อง สุ่ม และแง่บ
จุดที่สาม หมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านศิลปิน จุดนี้จะทำให้คุณได้รู้สึกเหมือนมาเยือนแดนอีสานอย่างขนานแท้ เป็นการเรียนรู้วิถีอีสานอย่างดั้งเดิมผ่านหมู่บ้านแห่งนี้ แวะชิมอาหารอีสานรสแซบทั้งหลาย พร้อมทั้งการสอนปรุงอาหารโดยกูรูที่เป็นคนพื้นเพแบบหลากหลายเมนู ความน่ารักของจุดนี้อยู่ที่ครอบครัวของเจ้าบุญหลาย ที่เป็นครอบครัวควายแสนรู้ประจำฟาร์มแห่งนี้ สามารถชมกระบวนการการผลิตผ้าไหมแบบดั้งเดิมของผ้าจิม ทอมป์สัน การสาธิตการพิมพ์ผ้า และทดลองพิมพ์ผ้าด้วยตัวเองเพื่อนำกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก
นอกจากนี้ ทุกท่านยังอิ่มเอมใจไปกับการชมผลงานศิลปะจากศิลปินมากฝีมือที่ได้รับการคัดเลือกให้มาจัดแสดงผลงานภายในฟาร์มภายใต้โครงการ Art Center on Farm ที่มีจัดแสดงทั่วบริเวณ ในปีนี้มีการจัดแสดงสิมกลางน้ำ หรือโบสถ์ในภาคอีสาน ที่ปีนี้มีครั้งแรกด้วย แวะชมก่อนจะเดินทางไปจุดสุดท้าย
สวนดอกไม้และตลาดจิม ทอมป์สัน เป็นจุดสุดท้ายของงานที่นักท่องเที่ยวสามารถเก็บภาพตระการตาจากภูเขาดอกไม้หลากสีสันและสวนดอกไม้นานาพันธุ์ รวมถึงแปลงปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ที่จัดแสดงเป็นลวดลายของผ้าอีสาน พร้อมกับปิดท้ายการเยี่ยมชม เพื่อจับจ่ายใช้สอยสินค้าและผลิตภัณฑ์ภายในฟาร์มที่จำหน่ายดอกไม้ ผัก ผลไม้สดแปรรูปในราคาสุดพิเศษให้เลือกจับจ่ายกัน
หากใครที่มีเวลาว่างและยังคิดไม่ออกว่าช่วงปีใหม่นี้จะไปเที่ยวที่ไหนดี อยากเชิญชวนให้มาชมในความเป็นอีสานที่ทางฟาร์มแห่งนี้นำเสนอขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค.ปลายปี ไปจนถึงเดือน ม.ค. ทางฟาร์มยังคงเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ ขอบอกว่าหากใครได้มาเยี่ยมฟาร์มแห่งนี้ ท่านจะไม่พบกับความผิดหวังเลยจริงๆ







