
ชวนพักสมองปลายปี
ใกล้ปีใหม่แล้ว หนูดีมีเรื่องมาชวนพัก ชวนคุยสนุกๆ นอกเหนือจากเรื่องน้ำท่วมด้วย เพราะน้ำเริ่มลดแล้ว
ใกล้ปีใหม่แล้ว หนูดีมีเรื่องมาชวนพัก ชวนคุยสนุกๆ นอกเหนือจากเรื่องน้ำท่วมด้วย เพราะน้ำเริ่มลดแล้ว
หนูดี–วนิษา เรซ
ใกล้ปีใหม่แล้ว หนูดีมีเรื่องมาชวนพัก ชวนคุยสนุกๆ นอกเหนือจากเรื่องน้ำท่วมด้วย เพราะน้ำเริ่มลดแล้ว แต่ก็ยังขอมีควันหลงนิดหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยในเรื่องสุขภาพของแฟนๆ คอลัมน์ เพราะคราวที่แล้วเราคุยกันเรื่องการใช้วิธี “ฟูมิเกชัน” ไปแล้ว
สัปดาห์นี้ หนูดีจึงอยากเพิ่มเทคนิคการใช้หลอดยูวีฆ่าเชื้อราในบ้าน ซึ่งหากใครคิดจะใช้ กรุณาอย่าเข้าหาหลอดโดยตรง เพราะคลื่นรังสียูวี อย่างที่สาวๆ ทราบกันดีคือ มันส่งผลให้เราแก่ (น่ากลัวจริงๆ) แต่ในความแก่นั้น สิ่งที่ซ่อนลึกไปในเซลล์ก็คือเซลล์ของเราถูกทำลายนั่นเองค่ะ
วิธีการทำงานของรังสียูวีก็คือ จะไปทำลายบอนด์ หรือพันธะดีเอ็นเอของเซลล์เชื้อรา จึงทำให้เรามั่นใจได้ว่าเชื้อราตายจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันหากเราเดินเข้าหาหลอดยูวีโดยไม่ปกป้องตัวเอง เช่น คลุมเป็นไอ้โม่งกันเข้าไปเลย มันก็จะทำลายพันธะในเซลล์ของเราเช่นกัน วิธีที่ดีที่สุดหากคิดจะไปยุ่มย่ามกับหลอดยูวีนี้ก็คือ นำเขาไปแขวนไว้ในห้องที่ต้องการจะฆ่าเชื้อโรค และลากสายปลั๊กยาวๆ ออกมาอีกห้องหนึ่ง แล้วไปเสียบปลั๊กเปิดไฟในอีกห้องหนึ่ง เปิดและปิดหลอดทุกครั้งโดยไม่ให้ร่างกายเรากระทบแสงนั้นโดยตรง
การใช้ “โอโซน” ในการฆ่าเชื้อ ปัจจุบันนี้ EPA หรือสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐยังไม่รับรองการใช้ เพราะ “โอโซน” ถูกวงการโฆษณาทำให้เป็นพระเอกเกินไป แต่การนำเครื่องโอโซนเข้ามาใช้ในที่พักอาศัย โดยเฉพาะคาดหวังให้เกิดการฆ่าเชื้อนั้นอาจไม่ค่อยได้ผล เพราะเขาทำงานโดยการ “ทำลายผนังเซลล์” ของพวกเชื้อรา และเชื้อโรค ไม่ได้ทำลายพันธะดีเอ็นเอโดยตรง จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าเชื้อโรคจะตายจริงๆ
นอกจากนี้ การสูดดมโอโซนเข้มข้นสูงในที่พักอาศัยเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความเจ็บป่วยที่ฟื้นตัวได้ยาก ผู้ขายมักใช้คำว่า Energized Oxygen หรือ Pure Air ซึ่งทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่า ออกซิเจนรุ่นพิเศษนี้ดีกับสุขภาพ แต่จริงๆ แล้ว ในความเข้มข้นที่สูงนั้นโอโซนถือเป็นแก๊สพิษ อยากให้ระวังกันไว้และไม่เป็นเหยื่อโฆษณาด้วยค่ะ
ปลายปีนี้เมื่อน้ำเริ่มลด ปีใหม่เริ่มใกล้เข้ามา ก็ได้เวลาพักผ่อน และเริ่มหาเวลาสงบไปปฏิบัติธรรมกันแล้ว หนูดีอยากจะชวนแฟนๆ คอลัมน์ไปที่โปรดที่สุดสำหรับปีใหม่ของหนูดี ที่ไปครั้งใดก็ไม่เคยผิดหวังในการได้เติมเต็มจิตใจ จิตวิญญาณ เหมือนได้ไปชาร์จแบตเตอรี่มาจนเต็ม พร้อมเริ่มต้นปีต่อไปได้อย่างสดใสทุกครั้ง ที่นั้นคือ “ศูนย์เต้าเต๋อซิ่นซี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี” ไปปฏิบัติธรรมมาหลายที่ แต่หนูดียกให้ที่นี่เป็นอันดับหนึ่งสำหรับปีใหม่ค่ะ
นอกจากไม่ “เข้มข้น” เกินไป (พูดง่ายๆ ว่า ไม่มาบังคับให้ทำนั่นทำนี่ แต่เป็นที่สบายๆ เพราะมีคนป่วยไปด้วยแบบครึ่งต่อครึ่ง คนที่นี่เลยใจดี ดูแลเราเหมือนเป็นคนป่วยกลายๆ เหมาะสำหรับคนชอบโดนเอาใจค่ะ) กิจกรรมที่นี่เมื่อไปถึงแล้ว จะตื่นไม่เช้ามาก สักเวลา 67 โมง สบายๆ แต่ใครขยันตื่นมาเวลาตีห้าครึ่งก็ได้ค่ะ อากาศดี ตื่นมามีการสอนรำมวยจีนเวอร์ชันเต้าเต๋อซิ่นซี พวกเราเรียกกัน “รำเต้าซิ่นดีทอกซ์” เพราะช่วยล้างพิษเลือด
นั่งสมาธิ เสร็จแล้วรับประทานอาหารเช้า อาหารทุกมื้อที่อร่อยมาก ไม่มีเนื้อสัตว์ ผักปลูกเอง สูตรอร่อยจนหนูดีเดินเข้าครัวไปขอแอบดูแอบจดสูตรตลอด แม่ครัวก็แสนใจดี ไม่มีหวงสูตรกันเลย ก่อนกลับบ้านบางครั้งพรินต์ให้เป็นแผ่นๆ ระหว่างวันมีการสอนหลักปรัชญาเต๋า เช้าเย็น นั่งสมาธิกับเพลงร่วมกัน เป็นเพลงคล้ายๆ บทสวด ฟังแล้วมีภวังค์มากค่ะ
ทีเด็ดคือ มีการ “ฝังดินดูดพิษออกจากร่างกาย” ด้วยคอนเซปต์คล้ายๆ เมืองเบ็ปปุที่หนูดีไปมาที่ญี่ปุ่น แต่ดินที่นี่ร่วนละเอียด ไม่หนักทึบเหมือนเบ็ปปุค่ะ ที่นี่มีกิจกรรมแคมป์สมาธิปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2554-2 ม.ค. 2555 หากใครสนใจมาร่วมกิจกรรมปีใหม่ที่นี่ร่วมกัน โทร.จองได้ที่ 02-2041531 ต้องขอบอกด้วยว่า ที่พักสบายจริงๆ เหมาะสำหรับคนเรื่องมากจุกจิกค่ะ (ชวนเพื่อนมาไม่ค่อยโดนบ่น) ห้องสะอาดดี มีน้ำอุ่นด้วย แถมที่พักมีสองโซน แบบมีแอร์และไม่มีแอร์ แต่หนูดีเลือกไม่มีแอร์ตลอด เพราะอากาศในหุบเขาที่ จ.กาญจนบุรี ช่วงปีใหม่นี่ไม่ต้องการแอร์เลย ใครที่มาแล้วเห็นหนูดีก็เข้ามาทักกันด้วยนะคะ เจอแฟนคอลัมน์ตัวเป็นๆ ทีไร หนูดีดีใจมากทุกทีเลย
ส่วนเรื่องสุดท้ายนี่ไม่บอกไม่ได้ เพราะมัน “อะเมซิง” มากสำหรับหนูดี คุณแม่ชวนไปดู “แฟนธอม ออฟ ดิ โอเปรา” รุ่นฉลอง 25 ปี ที่ พารากอน ซิเนเพล็กซ์ ที่ต้องเล่า เพราะเรื่องนี้หนูดีไม่อยากดูเลย แต่คุณแม่อยากดูมากกกก หนูดีแค่คิดว่าต้องไปนั่งดูโอเปราก็อยากร้องไห้แล้ว เพราะทั้งพ่อทั้งแม่ชอบเหลือเกิน และชอบพาลูกๆ ไปดูเพื่อให้มี “วัฒนธรรม” แต่ลูกสองคนหัวไม่ถึงเลย
จริงๆ หนนี้ หนูดีพยายามต่อรองขอไปนวดหน้ารอได้ไหม เพราะมันยาวตั้งแต่เวลา 19.00-23.00 น. แค่คิดก็ไมเกรนจะขึ้น แถมตั๋วตั้ง 1,000 บาท (คือ ไม่แพงเลยสำหรับการแสดงสด ...แต่เวอร์ชันวิดีโอเนี่ยนะต้องจ่ายตั้งพัน) ในที่สุดขัดคุณแม่ไม่ได้ เลยหอบป๊อปคอร์นอันใหญ่สุดเข้าไปกินประชดชีวิต ปรากฏว่าสนุกมาก สนุกแบบเหลือเชื่อ สนุกจนไม่เดินออกจนเขาขึ้นเครดิตหมดน่ะค่ะ
แถมที่เด็ดก็คือ มีคำแปลข้างล่างเป็นไทยด้วย โอ้โหสุดยอดจริงๆ เพราะพอเขาเริ่มโหยหวนกัน หนูดีก็อ่านซับเลย มหัศจรรย์จริงๆ ดังนั้น เลยต้องรีบบอกทุกคนที่เกลียดกลัวโอเปราว่า ถ้าเขายังฉายอยู่ รีบโทร.ไปจองเลยค่ะ ที่สำคัญบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกดื้อไม่ยอมบริโภคโอเปราแบบเราสองคน ให้พาเขาไปดูรับรองไม่ผิดหวัง แต่ต้องโทร.ถามวันต่อวันนะคะ ว่ายังฉายอยู่หรือเปล่า ที่โทร. 02-12946356 เห็นมีบัตรราคาตั้งแต่ 300 บาทด้วย และทีเด็ดสุดๆ อีกอย่างก็คือ พอดูเป็นภาพยนตร์มีการซูมเข้าออกให้ เหมาะกับคนสายตาสั้นแบบหนูดีอย่างยิ่ง
ใครยังไม่ได้ดูก็ลองไปกันนะคะ ดูแล้วหนูดีชักเปลี่ยนใจมาชอบโอเปรานิดๆ แล้วเลยค่ะ







