posttoday
การพูดที่ดี

การพูดที่ดี

18 ธันวาคม 2554

ท่านผู้อ่านที่เคารพ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในทุกสังคมว่าการพูดนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ท่านผู้อ่านที่เคารพ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในทุกสังคมว่าการพูดนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

โดย..สลิล 

แต่หากจะถามว่าเราสามารถแบ่งแยกได้ไหมว่าการพูดที่ดีเป็นอย่างไร อย่างไรเป็นการพูดที่ไม่ดี ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะตอบได้ครบถ้วนและทราบแน่ชัดว่าการพูดอย่างไรจึงดี เมื่อเราไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจในการพูด ก็อาจทำให้คนจำนวนไม่น้อยกลายเป็นคู่สนทนาที่ไม่ดี หรือกลายเป็นคนที่ไม่มีใครอยากพูดด้วย

ในพระไตรปิฎกมีพระสูตรชื่อ กถาวัตถุสูตร ซึ่งได้กล่าวถึง “บุคคลที่ไม่ควรสนทนา” และ “บุคคลที่ควรสนทนา” และวิธีการถามตอบคำถามต่างๆ อย่างเหมาะสม ซึ่งนับว่าน่าสนใจ และจะเป็นประโยชน์ต่อเราไม่น้อยทีเดียว MQ จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังโดยย่อๆ ดังนี้

เริ่มจากบุคคลที่ควรและไม่ควรสนทนาก่อน

บุคคลที่ถูกถามปัญหาแล้ว

แก้ตรง/ไม่แก้ตรง

แก้จำแนก/ไม่แก้จำแนก

ย้อนถาม/ไม่ย้อนถาม

ยกเลิก/ไม่ยกเลิก

นั่นเป็นภาษาที่แปลจากบาลี ถ้ายกตัวอย่างอธิบายแล้วจะเข้าใจได้ ซึ่งอรรถกถาก็ได้อธิบายไว้ว่า ปัญหาหรือคำถามนั้นมีหลายประเภท และควรตอบแตกต่างกัน บางคำถามเป็นคำถามเฉพาะเจาะจง ก็ต้องตอบตรงๆ ตอบประเด็นเดียวที่ถาม ส่วนปัญหาหรือคำถามบางประเภทซึ่งมีหลายอย่าง ก็ควรต้องตอบโดยแยกแจกแจงให้ครบถ้วน คือ แก้จำแนกนั่นเอง เช่น ถามว่าปลาชื่อว่าสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำหรือ อย่างนี้ควรตอบว่า ไม่ใช่ปลาเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในน้ำ สัตว์อื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในน้ำก็มี เช่น เต่า งูน้ำ วาฬ จระเข้... เป็นต้น คำถามบางประเภทต้องย้อนถาม เช่น เขาถามไม่ชัดเจน ก็ต้องย้อนถามว่าเขาหมายถึงอะไรแน่แล้วจึงตอบ เช่น ถามว่าดอกมะลิกับดอกกุหลาบเหมือนกันไหม ก็ควรย้อนถามก่อนตอบให้ทราบว่า ถามโดยหมายความถึงอย่างเช่นถามถึงกลิ่นหรือ หรือถามถึงลักษณะของดอก ส่วนคำถามบางคำถามไม่ควรตอบก็มี

ผู้ที่ตอบได้เหมาะสมนับว่าเป็นบุคคลที่ควรสนทนา

นอกจากนั้น ต้องดูจากเมื่อถูกถามตอบแบบประคารมกัน จะมีลักษณะของบุคคลที่ควรสนทนากับไม่ควรสนทนาโดยดูจาก

ถ้าบุคคลถูกถามปัญหาแล้ว

มั่น/ไม่มั่น อยู่ในฐานะและอฐานะ

มั่น/ไม่มั่น อยู่ในข้อที่กำหนดไว้ ในวาทะของผู้อื่น ในข้อปฏิบัติ

ไม่พูด/พูด กลบเกลื่อนนอกเรื่องนอกทาง

ไม่แสดง/แสดง ความขุ่นเคือง ความโกรธแค้น ความน้อยใจให้ปรากฏ

ไม่พูด/พูด พล่าม เหยียบย่ำ พร่ำหัวเราะ คอยจับคำพลาด

ตั้งใจฟัง/ไม่ตั้งใจฟัง

ฐานะและอฐานะ คือ ข้อที่เป็นได้ และข้อที่เป็นไม่ได้ หรือจะแปลว่าไม่ตั้งอยู่ในเหตุหรือสิ่งที่ไม่ใช่เหตุ เช่น บางคนมีความเชื่ออย่างหนึ่ง มีเหตุผลหรือจุดยืนอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเถียงกันกลัวไม่ชนะเขาด้วยสิ่งที่เป็นจุดยืนของตน หรือเพื่อข่มอีกฝ่ายหนึ่ง ก็พูดนอกจากจุดยืนหรือความเชื่อของตน เพื่อจะเถียงให้ชนะในเรื่องนั้นๆ เรียกว่าไม่ยอมแพ้ แต่ยอมเสียหลักการของตนเองในการพูดนั้น ไม่สามารถรักษาฐานะและอฐานะของตนได้

บางคนเมื่อถูกถามปัญหา ตอนแรกก็ตั้งใจ (กำหนดไว้ในใจ) ว่าจะตอบปัญหานี้ พอถูกถามเข้าก็พูดบิดเบือนไปว่า ฉันไม่ได้จะตอบปัญหานี้ ที่เห็นบ่อยๆ ก็จะอ้างว่าแค่เกาศีรษะ ไม่ได้ยกมือตอบ เป็นต้น บางคนเมื่อถามหรือตอบคำถามไปแล้ว มีคนชมว่าถามดี หรือชมว่าตอบได้ดี ตนก็รับรอง ไม่ใช่พอเขาชมก็เลยพูดให้เขาเกิดความสงสัย ส่วนมั่นในข้อปฏิบัตินั้น หมายถึงรู้จักกาลเทศะในการถามปัญหาและการตอบปัญหา ต้องรู้ธรรมเนียมปฏิบัติที่เหมาะสม เช่น เวลาฉันภัตตาหารไม่ควรถามหรือตอบคำถาม ควรรอให้ฉันเสร็จแล้วจึงถามตอบ เป็นต้น

ข้อที่เหลือนั้นเข้าใจได้ไม่ยาก ขอจบด้วยข้อความตอนท้ายในพระสูตรนี้ คือ

ชนเหล่าใดพูดกันอยู่ ผิดใจกัน มั่นมุ่งไปคนละทาง ต่างยกตัวกระทบกระเทียบกันอย่างอนารยชน จ้องหาช่องผิดของกันและกัน ชนเหล่านั้นย่อมยินดีคำผิด คำพลาด ความเผลอ ความเพ้อของกันและกัน อารยชนไม่ประพฤติการพูดกันอย่างนั้น ถ้าอารยชนใคร่จะพูด ก็เป็นผู้ฉลาดรู้จักกาล พูดแต่ถ้อยคำที่ประกอบด้วยเหตุผลที่อารยชนประพฤติกัน ไม่โกรธ ไม่ยกตัว มีใจสงบ ไม่ตีเสมอ ไม่รุนแรง ไม่เอาหน้า รู้ชอบแล้วจึงกล่าว ที่เขาพูดถูกก็อนุโมทนา เมื่อเขาพูดผิดก็ไม่รุกราน ไม่ใฝ่เอาเปรียบ เขาพูดพลั้งไปบ้างก็ไม่ถือ ไม่พูดพล่าม ไม่พูดเหยียบย่ำเขา ไม่พูดคำสบถสาบาน การพูดของสัตบุรุษทั้งหลาย เป็นการพูดเพื่อให้เกิดความรู้ ความเลื่อมใส อารยชนทั้งหลายย่อมพูดกันอย่างนี้ นี่เป็นการสนทนากันแห่งอารยชน ผู้มีปัญญารู้ความข้อนี้แล้ว พึงพูดจาอย่ายกตัว  

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก