
สัจธรรมการพัฒนาผู้นำองค์กรไทย
ผู้บริหารระดับสูงในศตวรรษที่ 21 กำลังเผชิญกับความท้าทายในการสร้างองค์กรที่มีผลตอบแทนทางด้านบุคลากรและการเงินที่ดี
โดย...อณุศรา ทองอุไร
ผู้บริหารระดับสูงในศตวรรษที่ 21 กำลังเผชิญกับความท้าทายในการสร้างองค์กรที่มีผลตอบแทนทางด้านบุคลากรและการเงินที่ดี ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดโลก ความซับซ้อนทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และการขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการบริการ แต่สิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่าที่ยังไม่ได้รับการตระหนักถึงมากนักก็คือ ปัญหาที่เกี่ยวกับบุคลากรอาวุโส และกิจการขาดความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้นำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
ภัทรศักดิ์ อุตตมะโยธิน Executive Director แห่ง APM Group กล่าวว่า มีโอกาสได้พูดคุยกับลูกค้ารายหนึ่ง ผู้บริหารท่านนี้แสดงผลการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าบุคลากรภาครัฐร้อยละ 30 จะเกษียณงานในอีก 35 ปีข้างหน้า และกว่า 2 ใน 3 ของบุคลากรในการไฟฟ้านครหลวงจะเกษียณงานในอีก 30 ปีข้างหน้า ผู้บริหารจะเตรียมพร้อมเพื่อสรรหาบุคลากรมาแทนที่ผู้นำที่กำลังจะเกษียณงานได้อย่างไร หากทั้งหน่วยงานรัฐ และองค์กรเอกชนไม่เริ่มมองว่าบุคลากรอาวุโส และการขาดทักษะและความรู้ในการเป็นผู้นำเป็นประเด็นปัญหาในตอนนี้ แล้วจะเริ่มเมื่อใด
จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการทำงานด้านการพัฒนาบุคลากรและองค์กร เขาค้นพบความจริง 7 ข้อที่เกี่ยวกับการพัฒนาผู้นำ ซึ่งความจริงเหล่านี้ยังคงเป็นจริงอยู่และไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาหรือตามสภาพตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
1.ผู้นำที่ดีไม่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
ทุกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่สามารถเรียนรู้ที่จะควบคุมการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดข้อได้เปรียบในเชิงกลยุทธ์คือผู้ที่ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้า ผู้นำที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาพการตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปมักถูกทอดทิ้งและประสบความล้มเหลว
2.ผู้นำที่ดีมีทั้งทักษะในการทำงานและทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์
การประเมินคนเก่งพร้อมด้วยผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องตามความคาดหวังมักช่วยในการประเมินบุคลากรใน 2 มิติ คือ คุณลักษณะและศักยภาพ บุคลกรคนหนึ่งอาจมีพัฒนาการด้านทักษะการทำงานหรือทักษะเฉพาะด้านเป็นอย่างสูง ขณะที่อีกคนหนึ่งอาจมีทักษะในการเข้าสังคมและคุณธรรมอย่างเห็นได้ชัด และทั้งสองอาจเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อองค์กร แต่บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านศักยภาพ และมีคุณลักษณะที่ดีที่สามารถบริหารจัดการโดยใช้ทักษะทั้งสองด้านเท่านั้นที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นอุทิศตัวเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน
3.ผู้นำที่ดีเป็นที่ไว้วางใจเนื่องจากพิสูจน์ให้ผู้อื่นเห็นว่าสามารถไว้วางใจในตัวผู้นำได้
คุณค่าของความไว้วางใจที่เกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ในการทำงานถือเป็นสินทรัพย์ที่มีน้ำหนักความสำคัญมากพอกับงบการเงินที่สมดุลย์ ความไว้วางใจเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้นำและบุคลากร ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่ก่อให้เกิดความมุ่งมั่น ความไว้วางใจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรโอบรับเป้าหมายขององค์กร และคิดว่าเป้าหมายเหล่านี้เป็นเป้าหมายของตนเอง
4.ผู้นำที่ดีเกิดขึ้นจากการพัฒนาไม่ใช่เป็นโดยกำเนิด
สไตล์การเป็นผู้นำเกิดขึ้นและปรับเปลี่ยนตามประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในชีวิต สไตล์การเป็นผู้นำไม่ได้ถูกกำหนดตาม DNA ผู้นำเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัว แม้บางคนจะเกิดมาพร้อมกับควาสามารถในการนำผู้อื่น แต่ผู้นำที่ดีจะแสวงหาวิธีการปรับปรุงทักษะการเป็นผู้นำของตนเองอย่างต่อเนื่องด้วย
5.ผู้นำที่ดีพัฒนาให้ผู้อื่นเป็นผู้นำที่ดีเช่นเดียวกัน
ผู้นำที่ประสบความสำเร็จไม่ได้พัฒนาความสามารถในการเป็นผู้นำของตนเองเท่านั้น แต่ยังพัฒนาความสามารถในการเป็นผู้นำของบุคลากรคนอื่นด้วย การเป็นผู้นำที่ดีก็คือการให้ผู้อื่นร่วมเป็นผู้นำ โดยที่ผู้นำที่ดีและประสบความสำเร็จจะให้ผู้ที่มีศักยภาพสูงได้มีโอกาสสวมบทบาทผู้นำ เพื่อให้พวกเขาสามารถเรียนรู้จากความสำเร็จและความล้มเหลว ตลอดจนช่วยให้พวกเขาได้มีพื้นที่เพื่อที่จะเติบโตเป็นผู้นำได้อย่างประสบความสำเร็จต่อไป
6.ผู้นำที่ดีมองโลกอย่างเป็นระบบ
ผู้นำที่ประสบความสำเร็จสามารถมีมุมมองแบบ 360 องศา ซึ่งหมายความว่าสามารถพิจารณาและประเมินความเป็นไปได้ทั้งหมด เพื่อบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ความสามารถนี้จะเกิดขึ้นได้จากวิสัยทัศน์ อีกทั้งความคิดสร้างสรรค์และความใคร่รู้เพื่อที่จะสำรวจความเป็นไปได้ ตลอดจนความกล้าที่จะลองทำสิ่งที่ก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ และเส้นทางที่นำไปสู่ความสำเร็จ
7.ผู้นำที่ดีไม่ได้เป็นแค่ผู้ขายที่ดีแต่ยังเป็นผู้ซื้อที่ดีด้วย
ผู้นำที่ประสบความสำเร็จทราบวิธี “ขาย” วิสัยทัศน์ สร้างแรงจูงใจแก่ทีม และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการลงมือปฏิบัติ ทั้งยังทราบว่าจะยอมรับบุคลากรในแบบที่เขาเป็นและดึงทักษะที่พวกเขามีออกมาใช้ได้อย่างไร ผู้นำจะต้องตระหนักถึงค่านิยมของบุคลากรแต่ละคน และแสวงหาวิธีการดึงค่านิยมนี้ออกมาใช้เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม นอกจากนี้ผู้นำจะต้องเชื่อมั่น ไว้วางใจ และเคารพบุคลากรเช่นเดียวกัน
ไม่มีทางลัดสำหรับการพัฒนาผู้นำที่มีประสิทธิผล แต่จากการที่เล็งเห็นถึงภาวะขาดแคลนผู้นำในหน่วยงาน จำเป็นต้องเริ่มต้นรับมือกับความท้าทายนี้โดยทันทีก่อนที่ความท้าทายนี้จะกลายเป็นวิกฤตทางธุรกิจ และเศรษฐกิจ







