
จุดพลังในตัวเพื่อเปลี่ยนโลก ภารไดย ธีระธาดา
ภารไดย ธีระธาดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารทหารไทย (TMB)
ภารไดย ธีระธาดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารทหารไทย (TMB)
โดย..วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
ภารไดย ธีระธาดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารทหารไทย (TMB) ผู้บริหารรุ่นใหม่วัย 38 ปี กับบทบาทในการบริหารงานด้านกิจกรรม การสื่อสารภายนอก สื่อมวลชนสัมพันธ์ ชุมชนสัมพันธ์ และการบริหารภาพลักษณ์องค์กร นี่คืออีกหนึ่งขุนพลของทีเอ็มบี ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันแนวคิดของทีเอ็มบี “พลังในตัวคุณ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น”
“Make the Difference พลังในตัวคุณ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น นี่คือแนวคิดของเรา นี่คือสิ่งที่เราเชื่อ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารทหารไทย กล่าว
ภารไดย กล่าวว่า ทีเอ็มบีเชื่อมั่นว่าคนทุกคนมีพลัง เป็นพลังที่จะคิดและทำในสิ่งที่แตกต่าง สิ่งที่จะทำให้ตัวเองดีขึ้น สิ่งที่จะให้โลกดีขึ้น ล่าสุดคือภาพยนตร์โฆษณาชุด Make the Difference หรือ “ปันหยี เอฟซี” ของทีเอ็มบี ที่สามารถคว้ารางวัลใหญ่ถึง6 รางวัลจากแอดแมน อวอร์ด 2011 เวทีประกวดสุดยอดรางวัลโฆษณาเมืองไทย จากแนวคิดที่เชื่อในพลังของคนทุกคน คุณค่าของการกล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง เพื่อเปลี่ยนโลกของตัวเองให้ดีขึ้น ส่งผลดีกับตัวเอง ส่งผลดีต่อคนรอบข้าง หรือแม้แต่สังคมโดยรวม
เรื่องจริงของเด็กกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่บนเกาะกลางทะเลอันดามัน ที่ซึ่งไม่มีแม้แต่ผืนดิน แต่กลับมีความฝันอันยิ่งใหญ่ที่จะตั้งทีมฟุตบอล ท่ามกลางอุปสรรคและคำเย้ยหยันจากคนรอบข้าง แทนที่จะยอมแพ้แล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ พวกเขากลับเลือกที่จะเชื่อมั่นในพลังของตัวเอง มองเห็นความเป็นไปได้ที่ซ่อนอยู่ในความเป็นไปไม่ได้ และท้าทายข้อจำกัดอย่างไม่ย่อท้อ จุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เปลี่ยนโลกของคนทั้งเกาะ
“ทีเอ็มบี ใช้แนวคิด Make the Difference เป็นหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เรายึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพราะเราเชื่อว่าลูกค้าทุกคนคู่ควรได้รับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง เราท้าทายมาตรฐานเดิมๆ ของธนาคาร และตั้งคำถามว่าทำไม จากนั้นเราก็ให้ลูกค้าตอบ ชี้ให้พวกเขาตระหนักว่า ทีเอ็มบีพร้อม Make the Difference ด้วยข้อเสนอที่แตกต่าง ซึ่งจะเปลี่ยนโลกทางการเงินให้ชีวิตเขาดีขึ้น” ภารไดย กล่าว
ก่อนหน้านี้ภราไดยใช้ชีวิตและเติบโตที่วอชิงตัน ดี.ซี. โดยบิดาเป็นวิศวกร ส่วนมารดาเป็นเจ้าหน้าที่ของเวิลด์แบงก์ ในวัยหนุ่มเขาสนใจด้านรัฐศาสตร์และจบคณะนี้ จาก ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ นอร์ทแคโรไลนา แอท แชพเปิล ฮิลล์ เขากลับเมืองไทยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของคณะที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ ดร.พิจิตต รัตตกุล ดำรงตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็ก่อตั้ง บริษัท บางกอกวัน ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนสำหรับนักลงทุนต่างประเทศ
ในปี 2542-2544 ได้ร่วมงานกับบริษัทที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ Aziam BursonMarsteller ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ก่อนจะผันตัวเองสู่แวดวงสื่อสารและโทรคมนาคมกับ บริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ หรือ ทรู (True) ในปัจจุบัน ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ต่อด้วยบทบาทการเป็นผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท จีอี มันนี่ ประเทศไทย ก่อนเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร TMB จวบจนปัจจุบัน
สำหรับชีวิตส่วนตัว ภารไดยใช้เวลาว่างเล่นกีฬาเทควันโด ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก เทควันโดไม่เพียงเป็นกีฬาที่รักและถนัดเท่านั้น โดยได้ฝึกฝนอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนสามารถคว้าดีกรีสายดำได้ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปีเท่านั้น มีโอกาสได้ตระเวนแข่งตามสนามต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น สั่งสมประสบการณ์อยู่ราว 10 ปี จนเข้ามหาวิทยาลัย จากนั้นเขาได้ก้าวสู่บทบาทในการเป็นครูฝึกสอนเทควันโด โดยมีลูกศิษย์ลูกหาตั้งแต่ระดับเด็กเล็กไปจนถึงอายุ 60 ปี ซึ่งก็ได้ครีเอตวิธีการสอนด้วยสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง เน้นให้เกิดการเรียนรู้และรู้จักประยุกต์ใช้เทคนิค
“ในการสอนแต่ละครั้งจะไม่เน้นจำนวนท่า แต่จะโฟกัสเรื่องการฝึกย้ำท่าละหลายๆ ครั้ง เพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้แน่นก่อนก้าวสู่ขั้นที่ยากขึ้น” ภราไดย กล่าว
ปัจจุบันด้วยการงานรัดตัว แต่เขาก็มิได้ละทิ้งกีฬาเทควันโด ยังคงฝึกสอนลูกศิษย์ลูกหาตัวน้อย โดยในวันหยุดเขาจะใช้เวลากับการทำหน้าที่เป็น “อาสาสมัครทีเอ็มบี”ฝึกสอนเทควันโดให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ “ไฟฟ้า” ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากความพยายามและตั้งใจของ TMB ที่จะ “ให้” กลับคืนสู่สังคม โดยมุ่งมั่นที่จะมอบโอกาสและผลักดันให้เยาวชนวัย 12-17 ปี ในชุมชนที่มีรายได้น้อยแถบถนนประดิพัทธ์ ได้รู้จักใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์ โดยนอกจากพื้นฐานของกีฬาเทควันโดแล้ว เขายังตั้งเป้าหมายให้เด็กๆ ได้รู้จักการเรียนรู้ และเห็นประโยชน์ของเทควันโดอย่างรอบด้าน เพราะนอกเหนือจากประโยชน์ด้านสุขภาพและเป็นศิลปะป้องกันตัวแขนงหนึ่งแล้ว เด็กๆ ยังจะได้ฝึกสมาธิและความมีวินัยในตนเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนและการทำงานในอนาคต
สำหรับเป้าหมายการทำงาน ภราไดย กล่าวว่า คือความท้าทายและความสุข ก่อนจะเปลี่ยนแนวคิดของผู้คนในสังคมให้กล้าคิดกล้าเปลี่ยนโลก เราก็ต้องเริ่มนับหนึ่งจากภายในองค์กรของเราก่อน โดยในช่วงเวลา23 ปีที่ผ่านมา ธนาคารทหารไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด แม้โจทย์ที่ยากที่สุดคือการหลอมรวมบุคลากรจากหลายองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียวนั้น เราก็เปลี่ยนแล้วด้วย 8,500 คนของคนในองค์กรของเรานั้นเอง ที่ตอบโจทย์และหลอมรวมกันได้ด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความเป็นหนึ่ง
“ภายในปี 2015 เราตั้งเป้าให้ทีเอ็มบีเป็นธนาคารที่มีคนอยากทำงานด้วยมากที่สุด”ภราไดย กล่าว สิ่งที่พนักงานพูด องค์กรต้องการได้ยิน เราต้องได้ยินสิ่งนั้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนทุกๆ คน ให้เป็นพนักงานที่สามารถใช้ศักยภาพของตัวเองให้ได้สูงสุด จุดพลังในตัว จุดประกายให้พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ หากเรากล้าที่จะทำลายกำแพงความคิด และเลิกยึดติดกับคำว่า เป็นไปไม่ได้ แล้วผลลัพธ์สุดท้ายจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมคือ ความสำเร็จของทุกคน







