
เศรษฐธรรมแก้วิถีเศรษฐกิจสุดท้ายแห่งชีวิตจบด้วยธรรม (๑)
กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เคารพ
กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เคารพ
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา :
กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เคารพ
ได้อ่านบทวิสัชนาในเรื่อง เศรษฐธรรม ที่ท่านได้ไปบรรยายการสอนให้นักศึกษาเศรษฐศาสตร์ฟังที่ธรรมศาสตร์ และประจวบกับได้ติดตามอ่านในเรื่อง จักกวัตติธรรม–ธรรมของผู้ปกครองแผ่นดิน แล้วให้สอดคล้องกัน น่าจะเรียบเรียงลงตีพิมพ์เผยแผ่ และเมื่อมาสอดคล้องกับการชุมนุมประท้วง กระแสนิยมลุกฮือจากการชุมนุมของกลุ่มชาวอเมริกันที่ออกมาชุมนุมในย่านการเงินชื่อดังในมหานครนิวยอร์ก เพื่อประท้วงความโลภและการทุจริตคอร์รัปชันของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะภาพกิจกรรมการชุมนุมที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกในระบบอินเทอร์เน็ต จนกลายเป็นเหมือนการจุดไฟไปทั่วโลก เมื่อมีการขานรับจากกลุ่มแนวคิดที่เป็นลักษณะเดียวกันของกลุ่มชนในประเทศต่างๆ เพื่อเคลื่อนไหว แสดงออกถึงการไม่พอใจรัฐบาลของพวกเขา โดยใช้เครือข่ายในสังคมโลกออนไลน์เป็นช่องทางติดต่อกับผู้คน โดยจะจัดให้มีการประท้วงในลักษณะเดียวกับ “อเมริกันชน ยึดวอลสตรีต” ใน ๙๕๑ เมือง ใน ๘๒ ประเทศของยุโรป อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา
กระผมเชื่อว่า การประท้วงในลักษณะดังกล่าวคงจะเผยแพร่กว้างขวางไปทั่วโลก ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามไปทั่ว ไม่เว้นแม้ประเทศไทย ซึ่งภาครัฐบาลจะต้องเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า เพราะเชื่อว่าอีกไม่นานคงจะมีกลุ่มประชาชนระดับกลางผนวกกับระดับล่างในฐานะรากหญ้าของประเทศ จะต้องลุกขึ้นมาเคลื่อนไหว แสดงออกถึงความไม่ชอบใจในระบบทุนนิยมของประเทศ ที่แฝงรูปอยู่ในภาพลวงตาว่าเป็นระบบประชานิยม คล้ายกับภาพการเมืองเศรษฐกิจสังคมของอเมริกา ซึ่งรู้สึกว่าเราถอดแบบประชานิยมที่มีระบบทุนนิยมแฝงเร้นอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว ซึ่งในเบื้องต้นอาจจะได้รับความนิยมจากคนระดับรากหญ้าที่หวังสวัสดิการจากรัฐในระบบ ลด แลก แจก แถม และยกให้ฟรีเป็นที่สุด... แต่ในที่สุด ภาวะกระแสนิยมชื่นชมก็จะเปลี่ยนไป เมื่อรัฐบาลได้เฉลี่ยภาระแห่งรายจ่าย ซึ่งใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนคืนกลับสู่ประชาชนทุกระดับอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในที่สุดเมื่อรัฐต้องรัดเข็มขัดเข้าสู่โหมดแห่งการประหยัดในการใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งนี้ เพราะแผนการใช้เงินที่ขาดวินัยการคลังโดยเหตุผลทางการเมือง เพื่อหวังเอาใจประชาชนระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นฐานเสียงใหญ่ของการเมือง
กระผมจึงเล็งเห็นว่า ประเทศชาติจะไปไม่รอด สันดอนแห่งปัญหาวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะหลังจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ซึ่งทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจขั้นพื้นฐานของประเทศไปอย่างยับเยิน และคงจะแช่เย็นไปอีกหลายปี ซึ่งจะต้องใช้ยุทธวิธีมากมายหลากหลายกระบวนการ เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ที่ซ้อนทับอยู่ในวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ของประเทศในครั้งนี้ ก็คงจะพอมองออกล่ะครับว่า ๒๓ ปีข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เมื่อมาทบทวนกับบทวิสัชนาธรรมของพระอาจารย์ในเรื่องเศรษฐธรรมก็ดี หรือในธรรมบรรยาย จักกวัตติธรรม ที่ลงตีพิมพ์ไปในโพสต์ทูเดย์ไปแล้วก็ดี ให้มีความรู้สึกอุทานออกมาว่า ใช่เลย นั่นคือคำตอบของประชาคมโลกอันควรสำนึกและตั้งจิตอยู่ในความไม่ประมาท เพื่อดำเนินชีวิตไปอย่างมีระเบียบวินัย ตั้งมั่นอยู่ในกรอบศีลธรรมเพื่อประโยชน์สุขโดยธรรม
กระผมจึงวางแผนไว้ว่า จะไปร่วมฟังบรรยายธรรมของพระอาจารย์ที่คณะเศรษฐศาสตร์ ในวันที่ ๒ พ.ย. ๒๕๕๔ นี้ อย่างแน่นอน และหวังว่า บทความดีๆ จากการบรรยายของพระอาจารย์คงจะได้รับการตีพิมพ์เผยแผ่ไปทั่วโลก เพื่อจะได้ช่วยให้แนวคิดที่ถูกต้องแก่สังคมในการแก้ไขปัญหาจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ จึงขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ที่มีกำลังบันดาลใจให้ออกมาช่วยเหลือสังคม ประเทศชาติ โดยการนำหลักธรรมดีๆ มีประโยชน์มาเผยแผ่เพื่อประโยชน์แห่งสัตว์สังคมจะได้มีดวงตาสว่าง มองเห็นความจริงแห่งการดำเนินชีวิต ว่าที่แท้คุณค่าของความเป็นมนุษย์นั้นอยู่ตรงไหน... และควรดำเนินวิถีชีวิตอย่างไร เพื่อประโยชน์แห่งการจะได้เข้าถึงคุณค่านั้น
กราบนมัสการมาด้วยความเคารพ
อาจารย์สรรพศักดิ์ ชัชวาลย์
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิสัชนา :
ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา จากปุจฉาที่ตั้งขึ้นในธรรมส่องโลกฉบับนี้ คงเป็นลักษณะความเห็นแนวหนึ่งที่ต้องการร่วมแสดงออก สืบเนื่องจากบทวิสัชนาธรรมใน “ธรรมส่องโลก”
ซึ่งให้บังเอิญอย่างไม่บังเอิญ ต่อการนำเสนอหลักธรรมอันเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่เรียกว่า “เศรษฐธรรม” อันหมายถึง หลักการอันเป็นไปเพื่อการดำเนินชีวิตที่ประเสริฐ ประสบความสำเร็จตามฐานะอันควรและชอบโดยธรรม ตามสภาพธรรมที่จำแนกสู่ความเป็นสัตว์ประเสริฐ ที่ต้องมีศีลธรรมเป็นกรอบขอบเขตคั่นการดำเนินชีวิตให้แยกออกมาจากการไร้ความประเสริฐ ให้เป็นพื้นฐานแห่งการดำรงชีวิต เพื่อก้าวจากความประเสริฐไปสู่ความบริสุทธิ์ อันหมายถึงการก้าวล่วงออกมาจากความสิ้นทุกข์นั่นเอง... ซึ่งเป็นยอดปรารถนาแห่งสัตว์ทั้งหลายที่สามารถพัฒนาได้ด้วยการอบรมจิต เพื่อให้เกิดญาณทัศนะที่วิสุทธิ์ได้ด้วยอำนาจแห่งวิสุทธิธรรม...







