
เปิดกรุ กุปรี ความขลังที่ยังอยุในความทรงจำ
หากเอ่ยชื่อ จ.ศรีสะเกษ คงมีหลายภาพที่เกิดขึ้นในความทรงจำของใครหลายคน ตามแต่พื้นฐานและประสบการณ์ที่ต่างกันออกไป ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
หากเอ่ยชื่อ จ.ศรีสะเกษ คงมีหลายภาพที่เกิดขึ้นในความทรงจำของใครหลายคน ตามแต่พื้นฐานและประสบการณ์ที่ต่างกันออกไป ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
โดย..สมบัติ เกียรติสุรนนท์
ทั้งคนในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ คนที่เกิดและโตที่นี่ หรือคนที่เคยผ่านมาที่นี่ ศรีสะเกษ ยังคงอยู่ในความทรงจำ แต่ภาพที่ว่านั้นจะเป็นอะไร คงบอกกล่าวกันไม่ได้
ความอุดมสมบูรณ์ของหลายพื้นที่ในจังหวัดกับพื้นที่สีเขียวที่มีอาณาเขตปกคลุมกันอย่างกว้างไกล ชนิดข้ามภูเขาเป็นลูกๆ เช่นเดียวกันกับความแห้งแล้งในบางฤดูที่กินพื้นที่กว้างไกลไปอีกเช่นกัน แต่นั่นก็คือเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เพราะในปัจจุบัน จ.ศรีสะเกษ กลายเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เพาะปลูก ทั้งพืชสวน พืชไร่ จนสามารถเป็นสินค้าส่งออกของจังหวัดได้มากมาย นั่นเพราะเกิดจากการพัฒนาและปรับเปลี่ยนวิธีในการทำเกษตรกรรมเพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถทำการเกษตรได้ตลอดฤดูกาล และนั่นก็ทำให้เรื่องของ “สินค้าเกษตร” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญทำให้คนทั้งประเทศรู้จักจังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ ว่ากันไปถึงความเป็นมาของจังหวัดที่ต้องบอกว่ามีลักษณะเฉพาะและเอกลักษณ์ที่ชัดเจน
ความหลากหลายของชาติพันธุ์ที่ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมที่งดงามของจังหวัด ก็คือสิ่งสำคัญที่เป็นประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และภาคภูมิใจในบรรพบุรุษและแผ่นดินเกิด เมื่อพลิกดูภูมิหลังมีหลายสิ่งเกิดขึ้นที่นี่ และยังคงเป็นสิ่งเดียวที่มีที่นี่ นี่ยังไม่รวมถึงความยิ่งใหญ่แห่งอารยะ อย่าง “เขาพระวิหาร” ที่ถือเป็น “มรดกโลก” และยังส่องสว่างแสดงความรุ่งเรืองแห่งประวัติของอาณาจักรขอมแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
ความสมบูรณ์ของพื้นที่ดังกล่าว ยังทำให้ที่นี่เป็นแหล่งสุดท้ายและที่สุดท้ายที่ทำให้เราได้พบเห็นสัตว์ป่าหายาก ที่ตอนนี้สูญพันธุ์ไปแล้วอย่าง “กูปรี” หรือ “โคไพร” ซึ่งพื้นที่สุดท้ายที่พบสัตว์หายากนี้ก็คือ ชายแดนไทยและกัมพูชา ในพื้นที่ของ จ.ศรีสะเกษ นั่นเอง เพราะไม่มีที่อื่นใดในโลกที่จะหาพบสัตว์ชนิดนี้ได้ ตั้งแต่มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ใช้รูปกูปรีเป็นสัญลักษณ์ของมูลนิธิ เพื่อเน้นถึงความสำคัญของสัตว์หายากที่มีอยู่ในภูมิภาคอินโดจีนไม่มีที่อื่นในโลกและเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์
นับจากนั้นมาชื่อของ “กูปรี” ก็เริ่มคุ้นหูและเป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น และยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อชื่อ “กูปรี” ได้กลายมาเป็นฉายาของทีมฟุตบอลอาชีพที่เป็นความภูมิใจของชาวศรีสะเกษในชื่อ “กูปรี อันตราย” ชื่อของฉายา ตุ๊กตาสัญลักษณ์และสัตว์นำโชค (แมสคอต) ที่สื่อถึงความสำคัญและที่มาของทีม ซึ่งหากบรรยายถึงลักษณ์ของกูปรีแล้ว ตัวผู้ มีขนสีดำ
ขนาดความสูง 1.71-1.90 เมตร ขนาดลำตัว 2.10-2.22 เมตร น้ำหนักตัวประมาณ 700-900 กิโลกรัม เขาตัวผู้จะโค้งเป็นวงกว้าง แล้วตีวงโค้งไปข้างหน้า ปลายเขาแตกออกเป็นพู่คล้ายเส้นไม้กวาดแข็ง ขาทั้ง 4 มีถุงเท้าสีขาวเช่นเดียวกับกระทิง ตัวเมีย มีขนสีเทา มีเขาตีวงแคบแล้วม้วนขึ้นด้านบน ไม่มีพู่ที่ปลายเขา มีเขากลวงแบบ Horns ขนาดเท่ากัน โคนเขาใหญ่ ปลายเขาแหลม ไม่มีการแตกกิ่ง ยาวประมาณ 1 เมตร
ปัจจุบัน กูปรี ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว สิ่งที่เหลือไว้ก็คือ ตัวอักษรและจารึกตามหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังพอมีให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า และมีเพียงภาพถ่ายหรือภาพร่างของกูปรีที่พบตามเว็บไซต์ให้ได้ดูได้เห็นกัน แต่ในเมื่อตามประวัติศาสตร์ซึ่งระบุว่า “ที่นี่” คือที่สุดท้ายที่พบเห็นสัตว์สายพันธุ์ดังกล่าวก่อนสูญพันธุ์ จึงเชื่อแน่ว่าในพื้นที่ของ จ.ศรีสะเกษ เรายังคงหลงเหลือสัญลักษณ์หรือกระทั่ง “กะโหลกศีรษะกูปรี” อยู่เป็นแน่ อย่าให้เป็นเพียงภาพในจินตนาการ หรือความนึกคิดของลูกหลานเรา
ผมเองในนามของประธานสโมสรศรีสะเกษ เมืองไทยเอฟซี ใคร่ขอเรียนเชิญท่านที่มีภาพหรือชิ้นส่วนกะโหลก “กูปรี” ได้ร่วมกันเผยแพร่ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่คนรุ่นหลัง และร่วมยืนยันการมีอยู่จริงของสัตว์นำโชคของจังหวัดเราอย่าง เจ้า “กูปรี” นี้ เพื่อผ่านไปสู่สายตาของพี่น้องเราทั้งจังหวัดและคนทั้งประเทศครับ
บริษัท สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เลขที่ 1579/4 ถนนศรีสุมังค์ ซอย 8 ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 โทรศัพท์ 0847039242 โทรสาร 045620333







