
ของดีสีดำจากบนดอย
เรื่อง / ภาพ : สุธน สุขพิศิษฐ์
มีสิ่งเสพติดอย่างหนึ่งสีดำ ทั้งรสและกลิ่นหอมหวนยวนใจ คนเมืองกรุงติดกันมากว่า 7080% ไม่ผิดกฎหมาย ราคามีตั้งแต่ถูกไปถึงแพง วิธีการกินมีทั้งง่ายๆไปจนกระทั่งยาก ซับซ้อน มีพิธีรีตอง เครื่องมือที่ทำบางอย่างมีตั้งแต่เกือบหมื่นไปถึงหลายหมื่น เพื่อให้ได้มาแค่หนึ่งถ้วยเท่านั้น สิ่งเสพติดที่ว่านี้คือกาแฟ หรือใครว่าไม่จริงครับ
ผมคนหนึ่งละที่ติดสิ่งเสพติดนี้ ถ้ากินอยู่กับบ้านก็ไม่รู้สึกอะไร เป็นปกติดี แต่ถ้าไปค้างแรมที่ไหนแล้วเช้าขึ้นมาไม่มีกาแฟกิน นั่นแหละถึงรู้ว่าอาการลงแดงกาแฟนั้นเป็นอย่างไร
ผมกินกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เรียกว่าเอาเนื้อๆ ให้มันรู้แจ้งไปเลย แต่ก็จะกินแค่ตอนเช้ามื้อเดียว เมื่อก่อนนั้นกินกาแฟอินสแตนต์หรือผงสำเร็จบรรจุขวด พอเปลี่ยนมากินกาแฟเม็ดบดเองก็ติดงอมแงม ซึ่งที่จริงก็แพงเอาเรื่องเหมือนกันถ้าซื้อกาแฟเม็ดบดที่มียี่ห้อ แต่เผอิญผมซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตที่เป็นทั้งผู้ปลูก กะเทาะเม็ด คั่ว และบด เป็นกาแฟใหม่ๆ รสชาติอยู่ในขั้นดี และราคาก็ถูกอีกต่างหาก ก็เลยไม่ยอมพลัดพรากจากกาแฟจากผู้ผลิตคนนี้
ไม่มียี่ห้อครับ ผมเรียกกาแฟสมศักดิ์ สมศักดิ์เป็นกะเหรี่ยง อยู่ที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ ที่ผมรู้จัก สมศักดิ์ คิรีภูมิทอง นี่ก็เพราะอยากรู้เรื่องการอยู่อาศัยรูปแบบบ้านเรือน การพึ่งพาปรับตัวและการรักษาป่า วิธีค้นหาคัดเลือกอาหารจากป่าเอามากิน และสูตรอาหารต่างๆ ก็ไปนอนที่บ้านสมศักดิ์เขา 23 วัน ก็ได้รู้เห็นสิ่งที่ต้องการ แล้วก็ได้เรื่อง แถมพกมาเป็นเรื่องของกาแฟของบ้านแม่กลางหลวง ที่ผมต้องกินอยู่ทุกเช้านี่แหละ ซึ่งที่จริงผมผ่านหมู่บ้านแม่กลางหลวงนับเป็นร้อยครั้งมากกว่า 20 ปี เพิ่งมารู้จักของดีเมื่อสัก 3 ปีมานี่เอง
ผมคงต้องเล่าภูมิหลังของบ้านแม่กลางหลวงนี้ก่อน ตามลักษณะการตั้งถิ่นฐานของชาวกะเหรี่ยงแล้ว ถ้าอยู่บนดอยจะชอบอยู่ประมาณความสูงกว่า 1,000 เมตรระดับน้ำทะเล ป่าไม้ระดับนี้จะชุ่มชื้นสมบูรณ์ อากาศจะเย็นสบายทั้งปี แต่ถ้าสูงกว่าระดับที่กะเหรี่ยงอยู่จะเป็นถิ่นของแม้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยอดดอย จะเป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่และหนาวจัด
นิสัยชาวกะเหรี่ยงนั้นรักสงบ รักป่า มีภูมิปัญญาที่ใช้ชีวิตร่วมกับป่า ไม่ทำลายป่า มีพื้นที่พอปลูกข้าวกินได้ก็พอแล้ว จึงดูเหมือนว่าเป็นคนสมถะหรือหัวอ่อน ไม่เหมือนแม้วที่มีนิสัยดิ้นรน ชอบเสี่ยง อะไรที่เป็นเงินได้เอาทั้งนั้น สมัยก่อนแม้วบนดอยอินทนนท์นี่ใช้เทคนิคแพรวพราวกับชาวกะเหรี่ยง แม้วปลูกฝิ่นแล้วพยายามให้กะเหรี่ยงติดฝิ่น จะได้เอาไปเป็นแรงงานถางป่า หรือไม่ก็ให้กะเหรี่ยงเอาข้าวไร่ไปให้แม้ว แม้วให้ฝิ่นสูบเป็นการแลกกัน ก็หมายความว่ากะเหรี่ยงเป็นเบี้ยล่างแม้ว จนมีโครงการหลวงนั่นแหละที่มีการปลูกพืชเมืองหนาว ปลูกดอกไม้มาทดแทนฝิ่น ทั้งแม้วและกะเหรี่ยงก็เลยไม่มีเงื่อนไขต่อกัน แต่นิสัยแม้วปลูกอะไรชอบให้ได้ผลเร็วๆ ก็ชอบใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ แต่กะเหรี่ยงกลับชอบเรื่องปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ถึงจะให้ผลช้ากว่า แต่ไม่ทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
มาถึงกาแฟสมศักดิ์ คิรีภูมิทอง ซึ่งเป็นกะเหรี่ยงไฮเปอร์ คือ ฉลาด มองอะไรไกลๆ ไม่เคยหยุดนิ่ง หยุดเมื่อไหร่เฉาตายเมื่อนั้น และหมู่บ้านบ้านแม่กลางหลวงนี้ก็ปลูกกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง แต่สมศักดิ์ปลูกกาแฟไม่เหมือนคนอื่น เขาไม่ปลูกแบบพืชเชิงเดี่ยว แต่ไปปลูกผสมกับต้นไม้อย่างอื่น ทั้งต้นไม้ใหญ่ดั้งเดิมและมะม่วง ลำไย ลิ้นจี่ เหตุผลคือไม่ต้องใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ยา เขาบอกว่ากาแฟเป็นพืชที่มีรากดูดซับสารอาหารสูงมาก ถ้าปลูกแต่กาแฟอย่างเดียว แต่ละต้นจะแย่งอาหารกัน จะต้องใช้ปุ๋ยมาก แต่เมื่อไปปลูกรวมกับต้นไม้ใหญ่ๆ ที่มีความร่มรื่นและมีซากพืชซากดินทับถมเป็นปุ๋ยธรรมชาติมากอยู่แล้วก็ไม่ต้องใช้ปุ๋ย อย่างที่สองที่ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง โดยเฉพาะหนอนกาแฟที่กินเม็ดกาแฟอันเป็นตัวศัตรูพืช แต่หนอนทุกชนิดไม่ถูกกับมดแดง เขาเลยเอาลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง มาปลูกรวมด้วย ก็เรียกว่าผสมปนเป ลิ้นจี่กับลำไยและมะม่วงนั้นมีมดแดงเยอะ มดแดงก็เลยจัดการหนอนกาแฟเกลี้ยง ไม่ต้องใช้ยา
ไม่ใช่แค่นั้น สมศักดิ์ยังคิดเครื่องกะเทาะเปลือกโดยออกแบบถังแล้วใช้เครื่องมอเตอร์ไซค์เก่าเป็นเครื่องจักรหมุนกะเทาะเปลือก ออกแบบเครื่องคั่วกาแฟโดยโยงมากับบันไดจักรยาน คือเหมือนนั่งถีบจักรยานไป หม้อคั่วกาแฟก็หมุนไปเรื่อยๆ เครื่องบดก็เหมือนกัน ไปเอาที่บดหมูบดเนื้อมาดัดแปลง ผมก็มึนเหมือนกันว่าคิดได้อย่างไร
ที่ทันสมัยก็มีถุงบรรจุภัณฑ์นี่แหละที่เป็นถุงพลาสติกแข็ง ปิดปากถุงด้วยไฟฟ้า ผมสั่งกาแฟสมศักดิ์กินก็ใช้วิธีโทรศัพท์สั่ง บดมาให้เรียบร้อย เขาส่งมาทาง EMS ราคากิโลละ 350 บาทเท่านั้น แต่ก็จะมีข้อเสียอยู่บ้างตรงที่บางครั้งสัญญาณโทรศัพท์ไม่มีเพราะเขาอยู่บนดอย อีกอย่างสมศักดิ์เป็นกะเหรี่ยงไฮเปอร์ที่พูดเร็ว แต่พูดไม่ชัด ต้องสั่งให้พูดช้าๆ ทั้งย้ำและทวนให้มั่นใจ กลัวส่งกาแฟไปบ้านไหนก็ไม่รู้
มาถึงเรื่องการกินกาแฟสดบดนี่ก็มีวิธีอยู่บ้าง รู้ผิดรู้ถูกไปตามเรื่อง เช่นทุกครั้งผมจะสั่งให้บดมาให้ด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านไม่ได้บด พอคั่วเสร็จก็ส่งมาเลย พอโทร.ไปบอก ท่านก็ว่าลืม แถมจะให้ผมเอาเครื่องแบรนเดอร์บด ผมจึงต้องไปซื้อเครื่องบดกาแฟมาบดเอง แต่ก็ขี้เกียจบดทั้งหมด บดทีละหน่อยพอกินสอง สามวัน แล้วใส่ถุงพลาสติกมัดให้แน่นใส่กระป๋องที่มีฝาปิดแน่น เปิดมาชงกับเครื่องชงเอสเปรสโซจะหอมหวน ผมจึงได้ความรู้ว่าบดใหม่ๆ ชงใหม่ๆ จะอร่อยกว่า ดีกว่าบดทิ้งไว้นานๆ
และอีกอย่างเคยลองใช้กาน้ำชาแบบจีนที่สมัยนี้มีตัวกรองอยู่ในกาด้วย ด้วยความกลัวว่าตัวกรองมันจะกรองผงกาแฟไม่หมด เลยใช้กระดาษกรองกาแฟที่มีขายทั่วไปมาสวมกับตัวกรองอีกชั้นหนึ่ง ก็ได้ผลดีตรงที่ไม่มีเศษผงกาแฟหลงเหลือ และหยิบกระดาษกรองที่มีผงกาแฟอยู่นั้นโยนทิ้งใส่ถังขยะไปได้เลย แต่ผิดหลักการเพราะปกติกาแฟนั้นเมื่อคั่วมาแล้วจะมีความมันหรือไขมันกาแฟด้วย ซึ่งดูได้จากเม็ดกาแฟที่มันเป็นประกายนั่นแหละ ความมันของกาแฟนี่แหละเป็นตัวเพิ่มรสชาติของกาแฟ แต่เมื่อมันต้องผ่านกระดาษกรองทำให้รสชาติมันด้อยลงไปด้วย เลยเลิกใช้กระดาษกรอง
ครั้งนี้ถือว่าเป็นการแนะนำกาแฟสมศักดิ์ พูดกันตรงๆ นี่แหละ เหตุผลคือ ส่งเสริมอาชีพคนปลูกกาแฟ ซึ่งไม่ใช่แค่สมศักดิ์เท่านั้น ทั้งหมู่บ้านนี้เลย เพราะถ้ากาแฟของสมศักดิ์ไม่พอขายก็เอาของเพื่อนบ้านมาขาย อย่างที่สอง อยากให้ทุกคนได้กินกาแฟดีในราคาซึ่งพอใจ อย่างที่สาม ถ้าชาวกะเหรี่ยงเขามีรายได้ดี เขาก็มีกำลังใจที่จะอยู่กับป่า หากินกับป่า ป่าจะได้มีอยู่อย่างยืนยง ก็นี่คือของดีสีดำจากบนดอยครับ
โทรศัพท์ติดต่อกับสมศักดิ์ คิรีภูมิทอง 0819608856







