สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม การลงทุนเพื่อโลกที่ดีกว่า
อย่างที่ เจค ซัลลี (แซม เวิร์ธธิงตัน) พูดไว้ใน Avatar ว่า มนุษย์ได้ทำลายแม่แห่งธรรมชาติของตัวเอง
อย่างที่ เจค ซัลลี (แซม เวิร์ธธิงตัน) พูดไว้ใน Avatar ว่า มนุษย์ได้ทำลายแม่แห่งธรรมชาติของตัวเอง
โดย.. วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
อย่างที่ เจค ซัลลี (แซม เวิร์ธธิงตัน) พูดไว้ใน Avatar ว่า มนุษย์ได้ทำลายแม่แห่งธรรมชาติของตัวเอง จนไม่มีสีเขียวหลงเหลืออยู่บนโลกอีกต่อไป บทสรุปโลกอนาคตคือฉากของโลกที่ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของตัวเอง แม้จะมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพียงใด แต่เมื่อธรรมชาติหมดสิ้นลงจนไม่มีแหล่งพลังงานหลงเหลือ มนุษย์ก็ต้องไปรุกรานดาวดวงอื่น
การลงทุนเพื่อการกำจัดของเสีย
ฉากแอ็กชันที่ตื่นเต้นด้วยเทคนิคพิเศษตระการตาทั้งหลาย ทำให้เรื่องในโลกอนาคตเหมือนจริงจนอดใจหายไม่ได้ โชคดีที่อวตาร์เป็นเพียงภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรืออย่างน้อยก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วอย่างยากจะปฏิเสธก็คือ เค้าลางปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ก่อนที่ธรรมชาติ...แม่ผู้ให้ชีวิต จะถูกถล่มทลายย่อยยับเหมือนในอวตาร์
โลกถึงเวลาต้องเปลี่ยน โดยเฉพาะกระบวนการเก็บกวาด การกำจัดของเสียที่ต้องดีกว่าเก่า ล่าสุดคือโครงการเงินกู้เพื่อสิ่งแวดล้อมของกองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการก่อสร้าง หรือปรับปรุงระบบกำจัดของเสียและมลพิษ ในวงเงิน 4,000 ล้านบาท เงินกู้ก้อนใหญ่ที่ผู้ประกอบการจะนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ
ประสิทธิ์ วสุภัทร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย ในฐานะผู้จัดการกองทุนเงินกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของธนาคารกรุงไทย โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านการจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสีย บำบัดอากาศเสีย ควบคุมและขจัดมลพิษ รวมทั้งการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทน
สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม
“การดูแลสิ่งแวดล้อมมีต้นทุน และเป็นต้นทุนของทุกๆ คนบนโลก”ประสิทธิ์ กล่าว
สำหรับสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการอันก่อให้เกิดมลพิษ ทั้งภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงแรม หรือธุรกิจภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้มีเงินทุนสำหรับใช้ในการก่อสร้าง ปรับปรุงระบบหรืออุปกรณ์สำหรับกำจัด บำบัด ตลอดจนควบคุมของเสีย น้ำเสีย และมลพิษให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
ประสิทธิ์ กล่าวว่า สินเชื่อสำหรับสร้างหรือปรับปรุงระบบกำจัดของเสียและมลพิษ ธนาคารคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำมาก เพียง 2% ต่อปี ในกรณีที่ใช้หนังสือค้ำประกันหรือเงินฝากค้ำประกัน และคิดในอัตรา 3% ต่อปี ในกรณีที่ใช้หลักทรัพย์อื่นค้ำประกัน ในอัตราคงที่เป็นระยะเวลานานถึง 7 ปี โดยใน 2 ปีแรก ผู้กู้ชำระเพียงดอกเบี้ยเท่านั้น โดยธนาคารให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ใช้ในการบำบัด ขจัด และรักษาสิ่งแวดล้อม ผู้กู้เพียงใช้รายละเอียดโครงการ แผนการดำเนินงาน งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี และเอกสารทางการเงินย้อนหลัง 6 เดือน เป็นหลักฐานในการยื่นกู้
“ที่ผ่านมาธนาคารปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานน้ำตาล โรงงานแป้งมัน โรงงานฟอกย้อมและอื่นๆ เมื่อคำนวณรวมกับสินเชื่อด้านพลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน (กรีนโลน) ที่ธนาคารปล่อยกู้ด้วยแล้ว คิดเป็นจำนวนรวมกว่า 9 หมื่นล้านบาท ในปีหน้าธนาคารตั้งเป้าปล่อยกู้ให้ได้ตามเป้าเต็มจำนวน 4,000ล้านบาท โดยจะประสานความร่วมมือกับสำนักงานสาขาทั่วประเทศ”
สิ่งแวดล้อม...มิตรภาพที่ยั่งยืน
“เราสนับสนุนให้ผู้ประกอบการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม นี่คือการลงทุนที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ผู้ลงทุนได้ลีนหรือเค้นเอาประโยชน์จากขยะของเหลือทิ้ง จากของเน่าเสียได้กลายเป็นแก๊ส แปรเป็นพลังงานที่มีค่า ใช้ในกิจกรรมภาคการผลิตหรือใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าในโรงงานของเขาเอง ขณะที่โลกได้สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น” ประสิทธิ์ เล่า
สำหรับผู้ใช้สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม ประสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม เช่น บริษัท เอี่ยมรุ่งเรือง รีนิวเอเบิล จ.บุรีรัมย์ ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน โดยใช้น้ำเสียจากเครื่องแยกในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งการผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อเป็นเชื้อเพลิงสำหรับบอยเลอร์ที่ใช้ในการอบแป้งขนาด 300 ตันต่อวัน ส่วนก๊าซที่เหลือใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า (กำลังการผลิต 42,180 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน)
บริษัท ซันสวีท กรุงเทพฯ เป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (ไบโอแก๊ส) โดยใช้น้ำเสียจากกระบวนการผลิตมาผลิตกระแสไฟฟ้า กำลังผลิต 1 เมกะวัตต์/ชั่วโมง บริษัท สงวนวงษ์ เอ็นเนอร์ยี จ.นครราชสีมา โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซชีวภาพ โดยใช้น้ำเสียจากการผลิตแป้งมันสำปะหลังและน้ำหมักกากมันสำปะหลัง เป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้า กำลังการผลิตเต็มที่ 4.24 เมกะวัตต์/ชั่วโมง เป็นต้น
“การลงทุนในระบบกำจัดของเสีย เป็นการลดต้นทุนและทำกำไรทางอ้อม ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้นก็จริง แต่ในระยะยาวนำมาซึ่งผลกำไรที่ดีกว่า ทุกหน่วยของทุกภาคการผลิต ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลต่อสิ่งแวดล้อม โลกอนาคตที่กำลังจะมาถึง ผมเชื่อว่าจะไม่มีพลังงานเหลือทิ้ง ที่เหลือรอดจากระบบการกำจัดของเสียได้เลย” ประสิทธิ์ เล่า
นอกจากนี้ ธนาคารก็ยังมีสินเชื่อกรุงไทยประหยัดพลังงาน เพื่อใช้ในการลงทุนหรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในโครงการที่ก่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน และพลังงานสะอาด โดยในปีที่ 12 คิดดอกเบี้ยในอัตรา MLR1% ต่อปี และปีที่ 310 คิดดอกเบี้ยในอัตรา MLR ต่อปี และยังมีโครงการวายุภักษ์อนุรักษ์พลังงาน ให้กู้เพื่อใช้ในการก่อสร้าง ปรับปรุงโรงงาน ติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุที่ใช้ในการอนุรักษ์พลังงาน หรือพลังงานทดแทน คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี นาน 7 ปี


