posttoday
ไฟต์นี้มีกลิ่น (ตุๆ)

ไฟต์นี้มีกลิ่น (ตุๆ)

22 กันยายน 2554

เชื่อว่าแฟนกีฬาหลายคน โดยเฉพาะพวกคอมวยพันธุ์แท้ คงได้ติดตามชมการชกระหว่าง วิกเตอร์ ออร์ติซ

เชื่อว่าแฟนกีฬาหลายคน โดยเฉพาะพวกคอมวยพันธุ์แท้ คงได้ติดตามชมการชกระหว่าง วิกเตอร์ ออร์ติซ

แชมป์รุ่นเวลเตอร์เวต (147 ปอนด์) สภามวยโลก (WBC) ที่ทำศึกสายเลือดกับผู้ท้าชิงอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ โคตรมวยชาวอเมริกันด้วยกัน ณ เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ ที่ลาสเวกัส, สหรัฐ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเวลาเมืองไทย

ไฟต์นี้มีกลิ่น (ตุๆ)

สำหรับผลการชกนั้น ต่างก็ทราบกันไปเรียบโร้ยแล้วว่า เมย์เวเธอร์ อดีตนักมวยปอนด์ต่อปอนด์ที่ดีที่สุดในโลก เป็นฝ่ายชนะน็อกยก 4 พร้อมกับคว้าเข็มขัดเส้นนี้ไปครองเป็นสมัยที่ 2 ท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนมวย อย่างไรก็ตาม เมย์เวเธอร์ ก็เพิ่มสถิติสวยหรูขึ้นไปอีก โดยชนะรวด 42 ไฟต์ (น็อก 26)

ทว่าไฟต์นี้ไม่ได้จบลงแค่ตรงผลที่ออกมาเท่านั้น แต่มีเรื่องวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย เริ่มจากระหว่างที่แชมป์โลกวัย 24 กำลังอาศัยความหนุ่มไล่ต้อนปล่อยหมัดใส่ เมย์เวเธอร์ ที่แก่กว่าถึง 10 ปี จนหลังติดเชือก แล้วอยู่ดีๆ ไม่รู้ว่า ออร์ติซ หงุดหงิดอะไรขึ้นมา หรือมองเห็นหัวโล้นเลี่ยนของคู่ชกเป็นลูกฟุตบอลก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงกับกระโดดพุ่งโหม่งใส่ซะดื้อๆ เลย จนกรรมการต้องแยกแล้วสั่งตัดคะแนน

ต่อจากนั้นยิ่งแปลกกว่าอีก เมื่อ ออร์ติซ เดินเข้าไปหา เมย์เวเธอร์ เพื่อขอแตะมือเป็นการขอโทษขอโพยก่อนจะถอยหลังออกมา และแล้วสิ่งที่ทำเอาผู้ชมเข็มขัดสั้น (คาดไม่ถึง) ก็เกิดขึ้น เมื่อ เมย์เวเธอร์ จอมเก๋า จ้วงหมัดซ้ายขวาใส่หน้า ออร์ติซ ที่ยังไม่ทันยกการ์ดขึ้นมาป้องกันแบบเต็มๆ จนล้มลงไปกองกับพื้นให้กรรมการนับ 10

ย้อนกลับไปที่หมัดซ้ายแรกที่ เมย์เวเธอร์ เคาะใส่คาง ออร์ติซ นั้น ออร์ติซ ยังหันไปมองหน้ากรรมการพร้อมกับถามด้วยสายตาว่า

“ปล่อยให้เขาชกใส่ผมแบบนี้ได้ไงเพ่” (อ่านจากแววตาน่าจะประมาณนี้)

และแล้วหมัดขวาก็อัดตามมาอย่างไม่มียั้ง ก็ร่วงซิ เพราะเปิดหน้าให้ต่อยฟรีๆ ถึง 2 หมัดจะจะ

กรณีที่เกิดขึ้นนี้ จะโทษว่า เมย์เวเธอร์ ที่ยังคงรักษาสถิติแพ้ไม่เป็นเอาไว้ได้นั้น ทำผิดกติกา ก็คงจะว่ากันไม่ได้ แต่ในวงการมวยน่าจะใช้คำว่า “ไม่ผิดแต่ไร้สปิริต” ดูจะเหมาะสมเป็นที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของ แมนนี ปาเกียว ยอดมวยปอนด์ต่อปอนด์ดีสุดในโลกยุคนี้ ที่ เมย์เวเธอร์ หาข้ออ้างมาตลอด และไม่ยอมขึ้นสังเวียนฟาดปากด้วยซะที จนทั่วโลกเฝ้ารอแล้วรอเล่าว่าชาตินี้จะได้ดู “ไฟต์หยุดโลก” ปาเกียวเมย์เวเธอร์ หรือไม่ (คาดว่าน่าจะเป็นปีหน้า) เพราะตอนนี้ยอดมวยฟิลิปปินส์เจ้าของสถิติแชมป์โลก 8 รุ่น ก็อายุ 32 เข้าไปแล้ว

“หมัดที่ เมย์เวเธอร์ น็อก ออร์ติซ นั้น ไม่ผิดกฎกติกาข้อไหนแต่อย่างใด แต่มันดูยังไงก็ไม่มีน้ำใจนักกีฬาเอาซะเลย ที่ฉวยโอกาสอัดใส่คู่ต่อสู้ทีเผลอแบบนี้” ปาเกียว กล่าว หลังตำรวจเพิ่งรวบตัว 4 หัวขโมยที่ขึ้นบ้านของเขาที่ลอสแองเจลิส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระหว่างที่การ์ดซึ่งจ้างไว้ดูแลออกไปกินข้าว ส่วนตัวเขาเข้าค่ายฝึกซ้อมอยู่ที่บ้านเกิด เพื่อเตรียมทำศึกไฟต์ที่ 3 กับ ฮวน มานูเอล มาร์เกซ ที่สหรัฐ วันที่ 12 พ.ย.นี้

ไฟต์นี้มีกลิ่น (ตุๆ)

 

ขณะที่ เมย์เวเธอร์ เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก 5 รุ่น ก็ออกมาแก้ตัวสำหรับหมัดไร้สปิริตว่า เขาไม่ได้ทำผิดกติกา เพราะนักมวยทุกคนต้องระวังตัวเองตลอดเวลา แต่ก็ไม่วายแขวะใส่ ปาเกียว ด้วยว่าชอบเกาะกระแสสร้างชื่อเสียงใส่ตัว

“ผู้คนพากันยกย่องว่าปาเกียวยิ่งใหญ่ และมักเอาผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะพยายามที่จะเอาผมไปเปรียบมวยชกกับปาเกียว ซึ่งยิ่งพูดเรื่องนี้กันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ปาเกียวดูยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ปาเกียวพยายามเกาะกระแสความเก่งของผมมานานหลายปีแล้ว โดยหาทางโจมตีผมอยู่ตลอด ส่วนปาเกียวกลับได้รับการยกย่องว่าเป็นสุภาพบุรุษนักมวย” เมย์เวเธอร์ กล่าว

แต่การที่เสร็จศึกแล้ว เมย์เวเธอร์ ไปกระชากไมค์มาพูดตะคอกใส่ ลาร์รี เมอร์ชานต์ วัย 80 บนเวที ด้วยอารมณ์เดือดปุดๆ หลังโดนถามเรื่องแฟร์หรือไม่ที่ไปชก ออร์ติซ แบบนั้นมันช่างดูทุเรศจริงๆ

ใครๆ ก็พากันประณาม เมย์เวเธอร์ ว่าน่าภูมิใจตรงไหนที่ได้แชมป์มาแบบนี้ แต่มีมุมของ ออร์ติซ ที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน

นั่นคือ ทำไม ออร์ติซ ดูยิ้มแย้มเกินเหตุกับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ทั้งที่เพิ่งได้แชมป์มาเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเป็นการป้องกันแชมป์แค่หนแรกเท่านั้น แถมยังไม่มีโวยวายให้เห็นด้วย แต่กลับยอมรับว่าตัวเขาผิดเองที่ไม่ทันระวัง (โอ้โห! นี่มันบทพระเอกชัดๆ)

ไฟต์นี้ เมย์เวเธอร์ เป็นแค่ผู้ท้าชิง แต่ด้วยความดังจึงได้ค่าตัวถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 750 ล้านบาท) บวกกับรายได้จากเปเปอร์วิวอีก 15 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 450 ล้านบาท) ส่วนแชมป์โลก ออร์ติซ รับค่าเหนื่อย 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 75 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ก็เป็นค่าตัวเกินล้านเหรียญครั้งแรกในชีวิต

นี่แหละที่น่าสงสัยเป็นที่ซู้ด

ออร์ติซ มีส่งซิกให้พรรคพวก หรือฝากเงินไปวางเดิมพันว่าจะแพ้น็อกยก 4 หรือชกกันไม่เกิน 4 ยก เพื่อรับเงินก้อนโตกว่าค่าตัว...หรือไม่

ออร์ติซ หวังให้เกิดข้อครหาจากไฟต์นี้ เพื่อจะได้ชกล้างตารับทรัพย์อีกรอบหนึ่ง...รึเปล่า

ยังไงฝากถึงสภามวยโลกช่วยตรวจสอบด้วยก็แล้วกัน เพราะบอกตามตรง ไฟต์มันมีกลิ่นแปลกๆ แฮะ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก