posttoday
จับตาดูแมนฯยู(ว่าที่)สัญชาติอาหรับ

จับตาดูแมนฯยู(ว่าที่)สัญชาติอาหรับ

18 กันยายน 2554

มีข่าวลือเรื่องการขายทีมอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

โดย...ราชันเบอร์ 23

มีข่าวลือเรื่องการขายทีมอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ทีมแชมป์ลีก 19 สมัยของอังกฤษ ที่มีแฟนบอลทั่วโลกกว่า 300 ล้านคน

ไล่มาตั้งแต่เดือน ก.พ. สื่อดังเมืองผู้ดีประโคมข่าวราชวงศ์ อัล ทานี (ไม่ใช่อุบลราชธานี) ของกาตาร์ ยื่นข้อเสนอขอซื้อหุ้นแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเงิน 1,000 ล้านปอนด์ (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท) แต่โดนเจ้าของทีมชาวอเมริกันปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย โดยแหล่งข่าวเชื่อว่า มัลคอล์ม เกลเซอร์ นักธุรกิจชาวอเมริกันต้องการขายหุ้นทั้งหมดที่ราคา 1,800 ล้านปอนด์ (ราว 8.2 หมื่นล้านบาท)

...เหตุผลที่ทำให้การเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว...เนื่องจากไม่ได้ตัวเลขตามเป้า

ถัดมาอีกแค่เดือนเดียวมีข่าวครึกโครมออกมาอีกระลอกว่า ราชวงศ์ อัล ทานี เตรียมทุ่มเงิน 1,500 ล้านปอนด์ (ราว 7.35 หมื่นล้านบาท) เพื่อลองใจ เกลเซอร์ อีกสักครั้ง

โดยแหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้ายังโดนปฏิเสธ อภิมหาเศรษฐีแห่งกาตาร์จ้องไปหาพันธมิตรอย่าง “อัศวินแดง” (เรดไนต์ส) กลุ่มทุนซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของบรรดาเศรษฐีที่เป็นแฟนบอลของแมนฯ ยูไนเต็ด ในการยื่นซื้อทีมต่อไป

จับตาดูแมนฯยู(ว่าที่)สัญชาติอาหรับ

ซึ่งสื่ออังกฤษเชื่อว่าหากแมนฯ ยูไนเต็ด ตกอยู่ในมือกลุ่มอาหรับ การต่อสู้ทั้งในและนอกสนามกับแมนเชสเตอร์ ซิตี จะยิ่งเข้มข้น เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มทุนจากอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ทุ่มเงินมหาศาลในการพยายามแปลงโฉม “เรือใบสีฟ้า” ขึ้นมาเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก รวมถึงการไต่ระดับเป็นยอดทีมของยุโรปให้ได้

อนาคตของแมนฯ ยูไนเต็ด ดูยังไม่ค่อยแจ่มแจ้งเท่าไหร่นัก เมื่อมีสื่อตีพิมพ์ข่าวลือภายใน ทั้งจากนิตยสารเดอะ พีเพิล ที่เผยข้อมูลว่า ปีศาจแดงมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนกระเป๋าหนักจากกาตาร์ที่กำลังจ้องพยายามเข้าตะครุบสโมสร รวมถึงข่าวลือเรื่องตระกูลเกลเซอร์เจ้าของสโมสรปีศาจแดงปล่อยหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในฮ่องกงเพื่อหาผลกำไร

แต่กลุ่มทุนกาตาร์ถูกปฏิเสธข้อเสนอซื้อสโมสรมูลค่า 1,500 ล้านปอนด์ (ราว 7.35 หมื่นล้านบาท) แถมยังมีข่าวลืออีกด้วยว่ากลุ่มทุนกาตาร์เป็นผู้เคลียร์หนี้มูลค่า 250 ล้านปอนด์ แต่ทางสโมสรก็ปัดข่าวลือดังกล่าวมาโดยตลอด โดยเผยว่าสโมสรไม่ได้มีไว้ขาย ไม่ว่าจะด้วยราคาเท่าไหร่ก็ตาม...

เหตุผล...เกลเซอร์อยากโก่งราคา

และกระแสข่าวดังกล่าวก็เงียบไปตามสายลมและแสงแดด

ล่าสุด เมื่อ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เดอะ มิร์เรอร์ ของอังกฤษ ตีข่าวใหญ่ว่าราชวงศ์กาตาร์ยื่นข้อเสนอครั้งใหม่ 1,500 ล้านปอนด์ (ราว 7.35 หมื่นล้านบาท) พร้อมเงื่อนไขอื่นๆ เพื่อเทกโอเวอร์แมนฯ ยูไนเต็ด จากตระกูลเกลเซอร์

แหล่งข่าวระดับสูงจากตะวันออกกลาง เผยว่า ข่าวนี้น่าจะมีมูลความจริงและมีความเป็นไปได้มากที่สุด หลังจากการเจรจา 2 ครั้งที่ผ่านมาล้มเหลว และมีแนวโน้มว่าเจ้าของทีมชาวอเมริกันพร้อมจะเซย์เยส เนื่องจากโดนต่อต้านจากแฟนบอลผีแดงอย่างต่อเนื่อง และตัวแทนจากราชวงศ์กาตาร์จะเดินทางมายังแมนเชสเตอร์ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เพื่อหาข้อตกลงเรื่องซื้อกิจการ

ทำให้กระแสข่าวลือดังกล่าวดูจะมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น

จับตาดูแมนฯยู(ว่าที่)สัญชาติอาหรับ

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ราชวงศ์กาตาร์มีอีกทางเลือก คือ อาจร่วมหุ้นกับกลุ่มอัศวินแดง ซึ่งเคยล้มเหลวในการยื่นข้อเสนอให้ตระกูลเกลเซอร์พิจารณาเมื่อปีก่อน เพื่อเรียกกระแสความนิยมจากกลุ่มแฟนบอลเรดอาร์มี (ถือเป็นแผนสำรอง)

มีแนวโน้มเหลือเกินว่าเกลเซอร์น่าจะตอบรับข้อเสนอ เพราะถ้าพลาดรถไฟขบวนนี้...น่าจะต้องร้องเพลงรอกันอีกนาน

หากเทียบกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี อริร่วมเมืองที่แปรเปลี่ยนเป็นทีมอภิมหาเศรษฐีจากการเทกโอเวอร์ของกลุ่มทุน ADUG หรือ Abu Dhabi United Investment Group เมื่อปี 2008 โดยมี ชีก มานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน (Sheikh Mansour Bin Zayed Al Nahyan) น้องชายกษัตริย์ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ เป็นเจ้าของทีม

นับว่าเป็นโชคดีของแมนฯ ซิตี ที่ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากเจ้าของสโมสรอย่างเต็มที่ ซึ่งจากนั้นได้ทำการซื้อนักเตะมีคลาสเข้าสู่ทีมมากมาย และถ่ายนักเตะเกรดรองออกไป ปรับรูปแบบการเล่นเน้นเกมรุกมากขึ้น จนเริ่มมีผลงานที่สั่นคลอนขั้วอำนาจเก่าอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งผลงานเป็นที่ประจักษ์

และมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันอย่างถ้วยเอฟเอคัพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ส่วนปีนี้ “เรือใบสีฟ้า” ได้ไปเล่นฟุตบอลถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และใช้งบมหาศาลกว่า 78 ล้านปอนด์ (ราว 3,822 ล้านบาท) ซื้อนักเตะมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น แซร์จิโอ อกูเอโร, ซาเมียร์ นาสรี, กาแอล กลิชี, สเตฟาน ซาวิช, คอสเตล พานติมิลิมอน และโอเวน ฮากรีฟส์

ซึ่งดูจากองค์ประกอบโดยรวมแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาส 90 เปอร์เซ็นต์ กับการพิจารณาข้อเสนอครั้งใหม่นี้

ฐานแฟนบอล ทำให้ขยายฐานแฟนบอลในแถบเอเชียได้อีก

สามารถซื้อตัวนักเตะระดับเวิลด์คลาสได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเม็ดเงินเหมือนในอดีต

สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสโมสรให้กลับมาได้

หากเกลเซอร์รับข้อเสนอหนนี้จากราชวงศ์กาตาร์...

คงไม่มีใครครหาว่า “ผีแดง” เป็นทีมจอมขี้เหนียวอีกต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน